โคลนาซีแพม (Clonazepam)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ข้อบ่งใช้

ยา โคลนาซีแพม ใช้สำหรับ

ยา โคลนาซีแพม (Clonazepam)เป็นยากันชัก (anticonvulsant)หรือยาต้านชัก (antiepileptic) โคลนาซีแพม ใช้เพื่อป้องกันและควบคุมอาการชัก  โคลนาซีแพม ยานี้ยังใช้เพื่อรักษาอาการแพนิคกำเริบ (panic attacks) ทำงานโดยการทำให้สมองและประสาทสงบลง ยานี้จัดอยู่ในกลุ่มของยาเบนโซไดอะซีปีน (benzodiazepines)

วิธีใช้ยาโคลนาซีแพม

ควรอ่านคู่มือการใช้ยาที่เภสัชกรให้มาก่อนเริ่มใช้ยาโคลนาซีแพมและทุกครั้งที่เติมยาเพิ่ม หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ โปรดสอบถามแพทย์หรือเภสัชกร

รับประทานยาโคลนาซีแพมตามที่แพทย์กำหนด โดยปกติคือวันละ 2 หรือ 3 ครั้ง

ขนาดยาขึ้นอยู่กับภาวะสุขภาพ อายุ และการตอบสนองต่อการรักษา สำหรับเด็กนั้น ขนาดยายังขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวอีกด้วย ผู้สูงอายุมักจะเริ่มต้นการรักษาในขนาดยาที่ต่ำกว่าเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง อย่าเพิ่มขนาดยา ใช้ยาบ่อยกว่า หรือใช้ยานานกว่าที่กำหนด

ควรใช้ยาโคลนาซีแพมเป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด และเพื่อให้จำง่ายขึ้น ควรใช้ยาในเวลาเดียวกันทุกวัน

อย่าหยุดใช้ยานี้โดยไม่ปรึกษาแพทย์ ภาวะบางอย่างอาจจะรุนแรงขึ้น หากหยุดใช้ยานี้อย่างกะทันหัน จึงควรค่อยๆ ลดขนาดยาลงมา

ยาโคลนาซีแพมอาจทำให้เกิดอาการถอนยาได้ โดยเฉพาะหากคุณใช้ยาเป็นเวลานานหรือใช้ยาในขนาดสูง ในกรณีนี้ อาการถอนยา เช่น อาการชัก มีความเปลี่ยนแปลงทางจิตใจหรืออารมณ์ สั่นเทา ปวดท้องอย่างรุนแรง เป็นตะคริว อาจเกิดขึ้นได้หากคุณหยุดใช้ยากะทันหัน เพื่อป้องกันอาการถอนยา

คุณควรค่อยๆ ลดขนาดยาลงมา โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม และแจ้งให้ทราบในทันทีหากมีอาการถอนยาเกิดขึ้น

เมื่อใช้ยาโคลนาซีแพมเป็นเวลานาน โปรดปรึกษาแพทย์หากยาโคลนาซีแพมไม่ได้ผลดีดังเดิม ในบางกรณีที่พบได้นานๆ ครั้ง ยาโคลนาซีแพมอาจทำให้เกิดอาการอยากยาผิดปกติ หรือที่เรียกว่าติดยา ความเสี่ยงนี้อาจเพิ่มขึ้นหากคุณเคยใช้แอลกอฮอล์หรือยาในทางที่ผิด ดังนั้น ควรใช้ยาโคลนาซีแพมตามที่กำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงในการติดยา

หากคุณมีอาการชักหลายประเภท คุณอาจจะมีอาการชักแย่ลงในช่วงแรกที่เริ่มใช้ยาโคลนาซีแพม โปรดปรึกษาแพทย์ในทันทีหากเกิดอาการเหล่านี้ แพทย์อาจจะจำเป็นต้องเพิ่มหรือปรับขนาดของยาอื่นเพื่อควบคุมอาการชัก โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากอาการไม่ลดลง หรือรุนแรงขึ้น

การเก็บรักษายาโคลนาซีแพม

ยาโคลนาซีแพมควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง ให้พ้นแสงและความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเสื่อมสภาพ ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาโคลนาซีแพมบางยี่ห้ออาจมีวิธีเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรอ่านคำแนะนำบนบรรจุภัณฑ์หรือสอบถามเภสัชกรเสมอ และโปรดเก็บยาให้พ้นจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยงเพื่อความปลอดภัย

ไม่ควรทิ้งยาโคลนาซีแพมลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นเสียแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น หากยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยา ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง โดยสามารถสอบถามข้อมูลวิธีกำจัดยาที่ถูกต้องได้จากเภสัชกร

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาโคลนาซีแพม

ระหว่างที่กำลังพิจารณาเลือกใช้ยา แพทย์จะพิจารณาความเสี่ยงของการใช้ยาต่อประโยชน์ของยาเสียก่อน สำหรับยานี้ควรพิจารณาดังต่อไปนี้

โรคภูมิแพ้

แจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณเคยมีอาการผิดปกติหรืออาการแพ้ต่อยานี้หรือยาอื่นๆ รวมถึงโรคภูมิแพ้อื่นๆ ที่คุณเป็น เช่น แพ้อาหาร สีย้อม สารกันบูด หรือสัตว์ สำหรับยาที่หาซื้อเองควรอ่านฉลากยาหรือส่วนประกอบของยาอย่างละเอียด

เด็ก

เท่าที่ผ่านมา ยังไม่มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นชัดเจนถึงปัญหาเกี่ยวกับใช้ยานี้ในเด็ก โดยเฉพาะในเรื่องประสิทธิภาพของยาโคลนาซีแพมที่ลดลงหากใช้ในผู้ป่วยเด็กที่มีอาการชัก ในขณะเดียวกัน ก็ยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพของยานี้สำหรับเด็กที่เป็นโรคแพนิค

ผู้สูงอายุ

ยังไม่มีงานวิจัยในปัจจุบันที่แสดงให้เห็น ถึงปัญหาเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุที่จะจำกัดประโยชน์ของยาโคลนาซีแพมในผู้สูงอายุ แต่ผู้ป่วยสูงอายุนั้น มักจะมีอาการสับสนและง่วงซึมอย่างรุนแรง หรือปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ ตับ หรือไตที่เกี่ยวข้องกับอายุ ซึ่งอาจต้องการความระมัดระวังและการปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยที่ใช้ยาโคลนาซีแพม

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินประโยชน์และความเสี่ยงก่อนใช้ยานี้

ยาคีโตโรแลคจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด D โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา มีดังนี้

  • A = ไม่มีความเสี่ยง
  • B = ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C = อาจจะมีความเสี่ยง
  • D = มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาโคลนาซีแพม

รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันที หากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ ลมพิษ หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบอาการใหม่ๆหรืออาการที่แย่ลง เช่น ความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์หรือจิตใจ ซึมเศร้า วิตกกังวล หรือหากคุณรู้สึกกระวนกระวาย หงุดหงิด ไม่เป็นมิตร ก้าวร้าว ร้อนรน อยู่ไม่สุขทั้งทางจิตใจหรือร่างกาย หรือหากคุณมีความคิดที่จะฆ่าตัวตายหรือทำร้ายตัวเอง

โปรดติดต่อแพทย์ในทันทีหากคุณมีผลข้างเคียงที่รุนแรง ดังนี้

  • สับสน มองเห็นภาพหลอน มีความคิดหรือพฤติกรรมที่ผิดปกติ
  • หายใจอ่อนแรงหรือหายใจตื้น
  • มีพฤติกรรมชอบความเสี่ยงผิดปกติ ไม่กลัวอันตราย
  • มีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติหรือไม่รู้ตัว
  • หัวใจเต้นรัว
  • มีอาการปวดขณะปัสสาวะหรือปัสสาวะติดขัด ปัสสาวะน้อยกว่าปกติ
  • ผิวซีด มีรอยช้ำหรือเลือดออกง่าย
  • มีอาการชักครั้งใหม่หรืออาการแย่ลง

ผลข้างเคียงที่รุนแรงน้อยกว่า

  • ง่วงซึม วิงเวียน มีปัญหากับการคิดหรือความจำ
  • รู้สึกเหนื่อยล้า กล้ามเนื้ออ่อนแรง สูญเสียการทรงตัวหรือการเคลื่อนไหวที่สอดประสาน
  • พูดไม่ชัด น้ำลายยืดหรือปากแห้ง เจ็บเหงือก
  • น้ำมูกไหลหรือคัดจมูก
  • เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ท้องร่วง ท้องผูก
  • มองเห็นไม่ชัด
  • ปวดศีรษะ
  • นอนไม่หลับ
  • ผื่นผิวหนัง
  • น้ำหนัก มีความเปลี่ยนแปลง

ผลข้างเคียงที่กล่าวมาข้างต้น อาจไม่ได้เกิดกับทุกคน หรือบางคนอาจมีอาการอื่นนอกเหนือจากนี้ หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาโคลนาซีแพมอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น

คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรด้วยว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง สมุนไพร เป็นต้น และเพื่อความปลอดภัย คุณไม่ควรเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาเองโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

โดยปกติแล้ว ไม่แนะนำให้ใช้ยากลุ่มนี้กับยาดังต่อไปนี้ แต่อาจจำเป็นในบางกรณี หากคุณได้รับใบสั่งยาทั้งคู่ร่วมกัน แพทย์อาจจะต้องเปลี่ยนขนาดยาหรือความถี่ในการใช้ยาตัวใดตัวหนึ่ง หรือทั้งคู่

  • อัลเฟนทานิล (Alfentanil) แอมโมบาร์บิทัล (Amobarbital) แอนนิเลอริดีน (Anileridine) อะโพรบาร์บิทัล (Aprobarbital)
  • บูพรีนอร์ฟีน (Buprenorphine) บูทาบาร์บิทัล (Butabarbital) บูทาลบิทัล (Butalbital)
  • คาร์บาเมเซพีน (Carbamazepine) คาร์ไบนอกซามีน (Carbinoxamine) คาริโซโพรดอล (Carisoprodol) เซอร์ริทินิบ (Ceritinib) โคลรอล ไฮเดรต (Chloral Hydrate) คลอร์โซซาโซน (Chlorzoxazone) คลาริโทรมัยซิน (Clarithromycin) โคบิซิสแตต (Cobicistat) โคเดอีน (Codeine)
  • แดนโทรลีน (Dantrolene)
  • เอธคลอร์ไวนอล (Ethchlorvynol) เฟนทานิล (Fentanyl) ฟอสโพรโพฟอล (Fospropofol)
  • ไฮโดรโคโดน (Hydrocodone) ไฮโดรมอร์โฟน (Hydromorphone)
  • ไอเดลาลิซิบ (Idelalisib)
  • คีโตโคนาโซล (Ketoconazole)
  • เลวอร์ฟานอล (Levorphanol)
  • เมคลิซีน (Meclizine) เมเพอร์ริดีน (Meperidine) เมฟีเนซิน (Mephenesin) เมโฟบาร์บิทัล (Mephobarbital) เมโพรบาเมต (Meprobamate) เมทาซาโลน (Metaxalone) เมทาโดน (Methadone) เมโทคาร์บามอล (Methocarbamol) เมโทเฮซิทอล (Methohexital) มอร์ฟีน (Morphine) มอร์ฟีน ซัลเฟต (Morphine Sulfate)
  • ไลโปโซม (Liposome)
  • นิโลทินิบ (Nilotinib)
  • ออริสแตต (Orlistat) ออกซิโคโดน (Oxycodone) ออกซิมอร์โฟน (Oxymorphone)
  • เพนโทบาร์บิทัล (Pentobarbital) ฟีโนบาร์บิทัล (Phenobarbital) พริมิโดน (Primidone) โพรโพซิฟีน (Propoxyphene)
  • เรมิเฟนทานิล (Remifentanil)
  • เซโคบาร์บิทัล (Secobarbital) ซิลทูซิแม็บ (Siltuximab) โซเดียม ออกซิเบต (Sodium Oxybate) ซูเฟนทานิล (Sufentanil) ซูโวเรแซนต์ (Suvorexant)
  • ทาเพนทาดอล (Tapentadol) ไทโอเพนทอล (Thiopental)
  • ซอลพิเดม (Zolpidem)

การใช้ยานี้ร่วมกับยาดังต่อไปนี้ อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงบางอย่าง แต่การใช้ยาทั้งสองร่วมกันอาจเป็นวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับคุณที่สุด หากคุณได้รับใบสั่งยาทั้งคู่ร่วมกัน แพทย์อาจจะต้องเปลี่ยนขนาดยา หรือความถี่ในการใช้ยาตัวหนึ่งหรือทั้งคู่

  • อะมิโอดาโรน (Amiodarone)
  • เดซิพรามีน (Desipramine)
  • แปะก๊วย
  • เนไวราพีน (Nevirapine)
  • เพแรมพาเนล (Perampanel)
  • ริโทนาเวียร์ (Ritonavir)
  • สมุนไพรเซนต์จอห์น (St John’s Wort)
  • ทีโอไฟลีน (Theophylline)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาโคลนาซีแพมอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาโคลนาซีแพม อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ โดยเฉพาะ

  • เคยเป็นโรคซึมเศร้า
  • มีปัญหากับเกี่ยวปอดหรือการหายใจ ควรใช้ยาอย่างระมัดระวัง อาจทำให้สภาวะนี้แย่ลงได้
  • โรคต้อหินมุมปิดเฉียบพลัน หรือมุมเปิดที่ไม่ได้รับการรักษา
  • โรคไตระดับรุนแรง ไม่ควรใช้ยานี้ในผู้ป่วยที่มีภาวะนี้
  • โรคไต
  • โรคตับ ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง ผลของยาอาจจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากการกำจัดยาออกไปจากร่างกายช้าลง

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาโคลนาซีแพมสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อป้องกันอาการชัก

ขนาดยาเริ่มต้น : ไม่ควรเกิน 1.5 มก./วัน แบ่งรับประทานสามครั้ง

อาจต้องเพิ่มขนาดยาในขนาด 0.5 ถึง 1 มก. ทุกๆ 3 วัน จนกระทั่งสามารถควบคุมอาการชักได้อย่างพอดีหรือจนกว่าผลข้างเคียงจะถูกขัดขวางไม่ให้เพิ่มไปมากกว่านี้

ขนาดยาปกติ แตกต่างกันตามการตอบสนองของผู้ป่วยแต่ละราย

ขนาดยาสูงสุดต่อวัน : 20 มก.

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar Disorder)

ขนาดยาเริ่มต้น : ไม่ควรเกิน 1.5 มก./วัน แบ่งรับประทานสามครั้ง

อาจต้องเพิ่มขนาดยาในขนาด 0.5 ถึง 1 มก. ทุกๆ 3 วัน จนกระทั่งสามารถควบคุมอาการชักได้อย่างพอดีหรือจนกว่าผลข้างเคียงจะถูกขัดขวางไม่ให้เพิ่มไปมากกว่านี้

ขนาดยาปกติ แตกต่างกันตามการตอบสนองของผู้ป่วยแต่ละราย

ขนาดยาสูงสุดต่อวัน : 20 มก.

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคแพนิค (Panic Disorder)

ขนาดยาเริ่มต้น : 0.25 มก. วันละสองครั้ง

ขนาดยาปกติ : เพิ่มขนาดยาขึ้นไปถึงขนาดยาเป้าหมายสำหรับผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ขนาด 1 มก./วัน หลังจากผ่านไป 3 วัน

อาจเพิ่มยาในขนาด 0.125 ถึง 0.25 มก. วันละสองครั้ง ทุกๆ 3 วัน จนสามารถควบคุมอาการแพนิคได้หรือจนกว่าผลข้างเคียงเพิ่มขึ้นแบบไม่ต้องการ เพื่อลดความไม่สะดวกของอาการง่วงซึม อาจให้ยาหนึ่งครั้งก่อนนอน

ขนาดยาสูงสุดต่อวัน : 4 มก./วัน

ควรค่อยๆ หยุดการรักษาโดยลดขนาดยาลงมา 0.125 มก. วันละสองครั้ง ทุกๆ 3 วัน จนกว่าจะหยุดใช้ยาอย่างสมบูรณ์

ขนาดยาโคลนาซีแพมสำหรับเด็ก

อายุน้อยกว่า 10 ปี และน้ำหนักตัวน้อยกว่า 30 กก.

ขนาดยาเริ่มต้น รับประทานเพื่อลดโอกาสในการเกิดอาการง่วงซึม : ควรอยู่ในช่วงระหว่าง 0.01 และ 0.03 มก./กก./วัน แต่ไม่ควรเกิน 0.05 มก./กก./วัน แบ่งรับประทานวันละสองหรือสามครั้ง

ไม่ควรเพิ่มขนาดยาเกินกว่า 0.25 ถึง 0.5 มก. ทุกๆ สามวันจนกว่าจะได้รับขนาดยาปกติที่ 0.1 ถึง 0.2 มก./กก. ของน้ำหนักตัว เว้นแต่ว่าจะสามารถควบคุมอาการชักหรือป้องกันไม่ให้ผลข้างเคียงเพิ่มขึ้น หากเป็นไปได้ ควรแบ่งขนาดยาต่อวันเป็นสามครั้งในขนาดที่เท่ากัน หากไม่ได้แบ่งขนาดยาให้เท่ากัน ควรรับประทานยาในขนาดที่มากที่สุดก่อนนอน

อายุน้อยกว่า 10 ปี และน้ำหนักมากกว่า 30 กก.

ขนาดยาเริ่มต้น : ไม่ควรเกิน 1.5 มก./วัน แบ่งรับประทานสามครั้ง

อาจต้องเพิ่มขนาดยาในขนาด 0.5 ถึง 1 มก. ทุกๆ 3 วัน จนกระทั่งสามารถควบคุมอาการชักได้อย่างพอดีหรือจนกว่าผลข้างเคียงจะถูกขัดขวางไม่ให้เพิ่มไปมากกว่านี้

ขนาดยาปกติ : แตกต่างกันตามการตอบสนองของผู้ป่วยแต่ละราย

ขนาดยาสูงสุดต่อวัน : 20 มก.

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

ยาเม็ด 0.5 มก. 1 มก. 2 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

อาการของการใช้ยาเกินขนาด ได้แก่

  • ง่วงซึม
  • สับสน
  • อาการโคม่า (หมดสติในระยะเวลาหนึ่ง)

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติ ไม่ควรเพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่า

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Share now :

Review Date: เมษายน 9, 2019 | Last Modified: ธันวาคม 31, 2019

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน