โคลไตรมาโซล (Clotrimazole)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรพิมพ์จิต วัฒนชโนบล

ข้อบ่งใช้

ยา โคลไตรมาโซล ใช้สำหรับ

ยา โคลไตรมาโซล (Clotrimazole) ใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อที่ผิวหนัง เช่น โรคน้ำกัดเท้า (athlete’s foot) โรคสังคัง (jock itch) โรคกลาก (ringworm) และการติดเชื้อราที่ผิวหนังอื่นๆ หรือการติดเชื้อแคนดิดา (candidiasis)

ยาโคลไตรมาโซลยังใช้เพื่อรักษาสภาวะของผิวหนังที่เรียกว่าโรคเกลื้อน (tinea versicolor) ซึ่งเป็นการติดเชื้อรา ที่ทำให้ผิวเป็นวงขาวหรือคล้ำ ที่บริเวณคอ หน้าอก แขน หรือขา ยาโคลไตรมาโซลเป็นยาต้านเชื้อรากลุ่มเอโซล (azole antifungal) ทำงานโดยการป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อรา

วิธีใช้ยา โคลไตรมาโซล

ยาโคลไตรมาโซลใช้ทาที่ผิวหนังเท่านั้น ทำความสะอาดบริเวณที่มีอาการและเช็ดให้แห้ง ทายาลงในบริเวณที่มีอาการ โดยปกติ คือ วันละสองครั้ง หรือตามที่แพทย์กำหนด

ขนาดยาและระยะเวลาในการรักษา ขึ้นอยู่กับประเภทของการติดเชื้อ อย่าใช้ยาบ่อยกว่าที่กำหนด เพราะไม่ได้ช่วยให้อาการของคุณหายไวขึ้น แต่อาจเพิ่มผลข้างเคียงได้

ทายานี้ให้ครอบคลุมบริเวณที่มีอาการและบริเวณโดยรอบ หลังจากที่ทายาโคลไตรมาโซล ควรล้างมือให้เรียบร้อย อย่าพันผ้าพันแผลปิดทับบริเวณที่มีอาการ เว้นแต่แพทย์จะสั่ง

อย่าทายาโคลไตรมาโซลที่ดวงตา จมูก ปาก หรือช่องคลอด

ใช้ยาโคลไตรมาโซลเป็นประจำ เพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด และเพื่อให้จำง่ายขึ้น ควรใช้ยาในเวลาเดียวกันทุกวัน

ใช้ยาโคลไตรมาโซลต่อเนื่องจนครบกำหนด แม้ว่าอาการจะหายไปหลังจากเริ่มใช้ยานี้ การหยุดใช้ยาเร็วเกินไป อาจทำให้เชื้อราเจริญเติบโตต่อไป แล้วทำให้การติดเชื้อกำเริบได้

แจ้งให้แพทย์ทราบ หากอาการของคุณไม่หายไป หลังจากที่รักษาผ่านไป 4 สัปดาห์ หรือมีอาการหนักขึ้น

การเก็บรักษายาโคลไตรมาโซล

ยาโคลไตรมาโซลควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง ให้พ้นแสงและความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเสื่อมสภาพ ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง

ยาโคลไตรมาโซลบางยี่ห้ออาจมีวิธีเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรอ่านคำแนะนำบนบรรจุภัณฑ์หรือสอบถามเภสัชกรเสมอ และโปรดเก็บยาให้พ้นจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยงเพื่อความปลอดภัย

ไม่ควรทิ้งยาโคลไตรมาโซลลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นเสียแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น หากยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยา ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง โดยสามารถสอบถามข้อมูลวิธีกำจัดยาที่ถูกต้องได้จากเภสัชกร

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาโคลไตรมาโซล

ระหว่างที่กำลังพิจารณาเลือกใช้ยา แพทย์จะพิจารณาเปรียบเทียบความเสี่ยงของการใช้ยาต่อประโยชน์ของยาเสียก่อน สำหรับยานี้ควรพิจารณาดังต่อไปนี้

การแพ้

แจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณเคยมีอาการที่ผิดปกติ หรืออาการแพ้ต่อยานี้ และควรแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับการแพ้อื่นๆ ของคุณ เช่น แพ้อาหาร สีย้อม สารกันบูด หรือสัตว์ สำหรับยาที่หาซื้อเอง ควรอ่านฉลากยา หรือส่วนประกอบของยาอย่างละเอียด

เด็ก

เคยมีการทดสอบการใช้ยานี้ในเด็ก การใช้ยาในขนาดยาที่มีประสิทธิภาพ ยังไม่แสดงให้เห็นถึงผลข้างเคียง หรือปัญหาที่แตกต่างจากที่เกิดกับผู้ใหญ่

ผู้สูงอายุ

มียาหลายชนิดที่ยังไม่มีการศึกษาในกลุ่มผู้สูงอายุโดยเฉพาะ ดังนั้น จึงยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ยาเหล่านี้ทำงานในลักษณะเดียวกันกับกลุ่มผู้ใหญ่ที่อายุน้อยกว่านี้หรือไม่ แม้ว่าจะยังไม่มีข้อมูลโดยเฉพาะ ที่เปรียบเทียบระหว่างการใช้ยาทาโคลไตรมาโซลในกลุ่มผู้สูงอายุ กับกลุ่มอายุอื่นๆ แต่ก็คาดว่ายานี้จะมีผลข้างเคียง หรือปัญหาที่แตกต่างจากกลุ่มของผู้ใหญ่ที่อายุน้อยกว่า

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินประโยชน์และความเสี่ยงก่อนใช้ยานี้

ยาคีโตโรแลคจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา มีดังนี้

  • A = ไม่มีความเสี่ยง
  • B = ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C = อาจจะมีความเสี่ยง
  • D = มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาโคลไตรมาโซล

หยุดใช้ยานี้แล้วรับการรักษาพยาบาลทันที หากมีอาการแพ้เกิดขึ้น ได้แก่ หายใจติดขัด ลำคอตีบ มีอาการบวมที่ริมฝีปาก ลิ้น หรือใบหน้า ลมพิษ

ยาโคลไตรมาโซลไม่ค่อยก่อให้เกิดผลข้างเคียง ควรใช้ยาโคลไตรมาโซลอย่างต่อเนื่อง และปรึกษาแพทย์ถ้าหากคุณมีอาการดังนี้

  • คลื่นไส้หรือท้องไส้ปั่นป่วน
  • อาเจียน
  • คัน
  • มีความรู้สึกที่ไม่พึงประสงค์ภายในปาก

ผลข้างเคียงที่กล่าวมาข้างต้น อาจไม่ได้เกิดกับทุกคน หรือบางคนอาจมีอาการอื่นนอกเหนือจากนี้ หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาโคลไตรมาโซล อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ อาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น

คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรด้วยว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง สมุนไพร เป็นต้น และเพื่อความปลอดภัย คุณไม่ควรเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาเองโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

การใช้ยาโคลไตรมาโซลร่วมกับยาเฟนทานิล (Fentanyl) ทาโครลิมัส (Tacrolimus) หรือไทรมีเทร็กเซต (Trimetrexate) อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงบางอย่างได้ แต่การใช้ยาทั้งสองร่วมกันอาจเป็นการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ หากคุณได้รับใบสั่งยาทั้งคู่ร่วมกัน แพทย์อาจจะต้องเปลี่ยนขนาดยาหรือความถี่ในการใช้ยาตัวหนึ่งหรือทั้งคู่

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาโคลไตรมาโซลอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาโคลไตรมาโซลอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาโคลไตรมาโซลสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่ เพื่อรักษาโรคกลากตามร่างกาย (Tinea Corporis)

ทายาโคลไตรมาโซลเฉพาะที่ในปริมาณที่เพียงพอ ให้ครอบคลุมบริเวณที่มีอาการและบริเวณโดยรอบ วันละสองครั้ง เป็นเวลา 4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับธรรมชาติและความรุนแรงของการติดเชื้อ

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคสังคัง (Tinea cruris)

ทายาโคลไตรมาโซลเฉพาะที่ในปริมาณที่เพียงพอ ให้ครอบคลุมบริเวณที่มีอาการและบริเวณโดยรอบ วันละสองครั้งเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับธรรมชาติและความรุนแรงของการติดเชื้อ

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคน้ำกัดเท้า (Tinea Pedis)

ทายาโคลไตรมาโซลเฉพาะที่ในปริมาณที่เพียงพอให้ครอบคลุมบริเวณที่มีอาการและบริเวณโดยรอบ วันละสองครั้งเป็นเวลา 4 ถึง 8 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับธรรมชาติและความรุนแรงของการติดเชื้อ

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อแคนดิดาที่ผิวหนัง (Cutaneous Candidiasis)

ทายาโคลไตรมาโซลเฉพาะที่ในปริมาณที่เพียงพอให้ครอบคลุมบริเวณที่มีอาการและบริเวณโดยรอบ วันละสองครั้งเป็นเวลา 2 ถึง 4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับธรรมชาติและความรุนแรงของการติดเชื้อ

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคเกลื้อน (Tinea Vesicolor)

ทายาโคลไตรมาโซลเฉพาะที่ในปริมาณที่เพียงพอให้ครอบคลุมบริเวณที่มีอาการและบริเวณโดยรอบ วันละสองครั้งเป็นเวลา 2 ถึง 4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับธรรมชาติและความรุนแรงของการติดเชื้อ

ขนาดยาโคลไตรมาโซลสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็ก เพื่อรักษาโรคกลากตามร่างกาย (Tinea Corporis)

อายุมากกว่า 3 ปี : ทายาโคลไตรมาโซลเฉพาะที่ในปริมาณที่เพียงพอให้คลอบคลุมบริเวณที่มีอาการและบริเวณโดยรอบ วันละสองครั้งเป็นเวลา 4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับธรรมชาติและความรุนแรงของการติดเชื้อ

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคสังคัง (Tinea cruris)

อายุมากกว่า 3 ปี : ทายาโคลไตรมาโซลเฉพาะที่ในปริมาณที่เพียงพอให้คลอบคลุมบริเวณที่มีอาการและบริเวณโดยรอบ วันละสองครั้งเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับธรรมชาติและความรุนแรงของการติดเชื้อ

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคน้ำกัดเท้า (Tinea Pedis)

อายุมากกว่า 3 ปี : ทายาโคลไตรมาโซลเฉพาะที่ในปริมาณที่เพียงพอให้คลอบคลุมบริเวณที่มีอาการและบริเวณโดยรอบ วันละสองครั้งเป็นเวลา 4 ถึง 8 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับธรรมชาติและความรุนแรงของการติดเชื้อ

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาการติดเชื้อแคนดิดาที่ผิวหนัง (Cutaneous Candidiasis)

อายุมากกว่า 3 ปี : ทายาโคลไตรมาโซลเฉพาะที่ในปริมาณที่เพียงพอให้คลอบคลุมบริเวณที่มีอาการและบริเวณโดยรอบ วันละสองครั้งเป็นเวลา 2 ถึง 4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับธรรมชาติและความรุนแรงของการติดเชื้อ

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคเกลื้อน (Tinea Vesicolor)

อายุมากกว่า 3 ปี : ทายาโคลไตรมาโซลเฉพาะที่ในปริมาณที่เพียงพอให้คลอบคลุมบริเวณที่มีอาการและบริเวณโดยรอบ วันละสองครั้งเป็นเวลา 2 ถึง 4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับธรรมชาติและความรุนแรงของการติดเชื้อ

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • เจล 1%
  • ยาเม็ดสอดช่องคลอด 100 มก. 500 มก.
  • สารละลายเฉพาะที่ 1%

กรณีฉุกเฉินหรือการใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติ ไม่ควรเพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่า

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Share now :

Review Date: ตุลาคม 23, 2018 | Last Modified: ธันวาคม 31, 2019

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน