โพแทสเซียมคลอไรด์ (Potassium chloride)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 4 mins read
Share now

สรรพคุณ โพแทสเซียมคลอไรด์

โพแทสเซียมคลอไรด์ (Potassium chloride) ใช้สำหรับ

โพแทสเซียมคลอไรด์ (Potassium chloride) ใช้สำหรับรักษาหรือป้องกันภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำ (Hypokalemia) อาการบางอย่างสามารถลดระดับโพแทสเซียมในร่างกายของคุณ เช่น ท้องร่วงและอาเจียนรุนแรงเป็นเวลานาน ปัญหาเกี่ยวกับฮอร์โมน (เช่น ภาวะ Hyperaldosteronism) หรือการรับประทานยาขับปัสสาวะ

การใช้ยา

สำหรับรูปแบบยารับประทาน คุณควร:

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
  • ใช้ขนาดยา โพแทสเซียมคลอไรด์ตามคำแนะนำของแพทย์ ศึกษาข้อมูลบนฉลากอย่างละเอียดก่อนช้โพแทสเซียมคลอไรด์และควรปรึกษาแพทย์ของคุณเกี่ยวกับข้อมูลใด ๆ ที่คุณไม่เข้าใจอย่างชัดเจน

สำหรับรูปแบบยาฉีด คุณควร:

  • รับการฉีดโพแทสเซียมคลอไรด์โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในโรงพยาบาลและใช้ขนาดยาที่แพทย์ของคุณกำหนด ศึกษาข้อมูลบนฉลากอย่างละเอียดก่อนช้โพแทสเซียมคลอไรด์และควรปรึกษาแพทย์ของคุณเกี่ยวกับข้อมูลใด ๆ ที่คุณไม่เข้าใจอย่างชัดเจน

วิธีเก็บรักษา

ควรเก็บโพแทสเซียมคลอไรด์ไว้ในอุณหภูมิห้อง โดยห่างจากแสงและความชื้นโดยตรง ไม่ควรเก็บในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง อาจมียาชนิดเดียวกันนี้ที่มียี่ห้อต่างกัน ที่ต้องการจัดเก็บแตกต่างกัน หรือสอบถามจากเภสัชกรของคุณ เพื่อความปลอดภัย ควรเก็บยาไว้ให้ห่างจากเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรล้างโพแทสเซียมคลอไรด์ลงบนพื้นห้องน้ำหรือเทลงในท่อระบายน้ำ และทิ้งผลิตภัณฑ์นี้เมื่อหมดอายุหรือไม่จำเป็นอีกต่อไป ปรึกษาเภสัชกรของคุณสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการทิ้งผลิตภัณฑ์คุณอย่างปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ก่อนใช้โพแทสเซียมคลอไรด์ควรแจ้งข้อมูลเหล่านี้แก่แพทย์ของคุณหาก:

  • มีปฏิกิริยาภูมิแพ้ต่อสารเพิ่มขนาดยาที่มีโพแทสเซียมคลอไรด์
  • มีปฏิกิริยาแพ้กับยาอื่น ๆ สีย้อมอาหาร สารกันบูด หรือสัตว์ต่างๆ
  • คุณมีโรคอื่น ๆ มีความผิดปกติ ทางพยาธิสภาพตามที่แพทย์ระบุไว้มีความเสี่ยงต่อโพแทสเซียมคลอไรด์

ความปลอดภัยในการใช้ยาในระหว่างตั้งครรภ์หรือขณะให้นมบุตร

ไม่มีข้อมูลทางการศึกษาที่เพียงพอสำหรับกำหนดความเสี่ยงในการใช้โพแทสเซียมคลอไรด์ระหว่างตั้งครรภ์หรือขณะให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์ของคุณเพื่อประเมินผลประโยชน์และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นก่อนที่จะใช้ยาซึ่งจัดอยู่ในหมวดหมู่ความเสี่ยงการตั้งครรภ์ C ตามที่องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (FDA) อ้างอิงหมวดหมู่ความเสี่ยงการตั้งครรภ์ FDA ดังนี้:

  • A = ไม่มีความเสี่ยง
  • B = ไม่มีความเสี่ยงในการศึกษาบางส่วน
  • C = อาจมีความเสี่ยง
  • D = หลักฐานความเสี่ยงที่เป็นบวก
  • X = ห้าม
  • N = Unknown

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงบางอย่างอาจเกิดขึ้นเมื่อใช้โพแทสเซียมคลอไรด์ซึ่งเป็นส่วนน้อย และไม่จำเป็นต้องมีการรักษาเสริม อย่างไรก็ตาม คุณควรปรึกษาแพทย์หากคุณมีปัญหาหลังจากใช้ยานี้ เช่น

  • ความสับสน
  • ความวิตกกังวล
  • หัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ
  • กระหายน้ำมาก
  • ปัสสาวะเพิ่มขึ้น
  • ขาไม่มีแรง
  • กล้ามเนื้ออ่อนแอหรือรู้สึกอ่อนเพลีย
  • อาการชาหรือแสบที่มือหรือเท้า หรือรอบ ๆ ปากของคุณ
  • ปวดท้องอย่างรุนแรง
  • ท้องเสีย
  • อาเจียน
  • อุจจาระดำ หรืออุจจาระปนเปื้อนเลือด
  • ไอเป็นเลือด
  • คลื่นไส้ หรือท้องเสีย
  • ท้องเสียเป็นประจำหรือเป็นครั้งคราว

อาจมีผลข้างเคียงบางอย่างที่ไม่ได้ระบุไว้ หรืออาจมีอาการของผลข้างเคียงลักษณะอื่นๆเกิดขึ้นได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรของคุณ

ปฏิกิริยาระหว่างการใช้ยา

โพแทสเซียมคลอไรด์อาจมีปฏิกิริยากับยาอื่น ๆ ที่คุณกำลังใช้อยู่ โดยอาจเปลี่ยนแปลงประสิทธิผลของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการมีปฏิกิริยาดังกล่าว ควรรวบรวมรายชื่อยาทั้งหมดที่ใช้อยู่ (รวมถึงยาที่ต้องสั่งโดยแพทย์ยาที่ไม่ระบุชื่อยาสมุนไพร) และแจ้งแพทย์และเภสัชกรของคุณ เพื่อความปลอดภัยของคุณอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยา โดยยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์ ผลิตภัณฑ์อาจมีผลกระทบกับยาตัวนี้ ได้แก่ :

  • ยาขับปัสสาวะ (spironolactone triamterene หรือ amiloride)
  • ตัวยับยั้งเอ็นไซม์เอนไซม์ Angiotensin (captopril enalapril)
  • Eplerenone (inspra)
  • Digoxin (digitalis lanoxin)
  • Quinidine (quinaglute quinidex quin-release)
  • ยาขยายหลอดลมเช่น ipratroprium (atrovent) หรือ tiotropium (spiriva)

 

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

โพแทสเซียมคลอไรด์อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์ โดยการเปลี่ยนแปลงประสิทธิผลของยา หรือเสี่ยงต่อผลข้างเคียงที่รุนแรงยิ่งขึ้น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับปฏิกิริยากับกับอาหารหรือแอลกอฮอล์ที่เป็นไปได้ก่อนใช้ยานี้

 

ปฏิกิริยาของยากับพยาธิสภาพปัจจุบัน

โพแทสเซียมคลอไรด์อาจมีปฏิกิริยากับพยาธิสภาพของคุณ ในปัจจุบัน โดยอาจทำให้อาการทรุดลง หรือทำให้ประสิทธิผลของยาเปลี่ยนแปลง  ควรรายงานให้แพทย์และเภสัชกรทราบเกี่ยวกับพยาธิสภาพปัจจุบันของคุณอยู่เสมอ เช่น

  • โรคไต
  • โรคหัวใจหรือความดันโลหิตสูง
  • กระเพาะอาหารหรือลำไส้อุดตัน
  • อาการท้องร่วงเรื้อรัง (เช่นลำไส้ใหญ่บวมเป็นแผล โรคลำไส้อักเสบ)

ปริมาณการใช้ยา

ข้อมูลนี้ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์โดยตรง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรของคุณก่อนที่จะใช้โพแทสเซียมคลอไรด์

ปริมาณยาโพแทสเซียมคลอไรด์สำหรับผู้ใหญ่

ปรึกษากับแพทย์ของคุณเกี่ยวกับขนาดยาโพแทสเซียมคลอไรด์

ขนาดยาที่แนะนำในบางกรณีมีดังต่อไปนี้:

ขนาดยาปกติสำหรับภาวะที่มีโพแทสเซียมในเลือดต่ำคือ 40 ถึง 100 mEq วันละครั้ง ในขนาดยาที่เท่า ๆ กันทั้งยาเม็ด หรือแคปซูลที่มีการปล่อยฤทธิ์ยาปกติ หรือชนิดเสริม ยาชนิดเม็ดแตกตัวในช่องปาก ชนิดละลายน้ำหรือผง ใช้ละลายกับน้ำหรือน้ำผลไม้ที่เหมาะสม

ขนาดยาที่ใช้ในการป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำคือ10 ถึง 20 mEq โดยรับประทานวันละครั้ง ในขนาดยาที่เท่า ๆ กันทั้งยาเม็ด หรือแคปซูลที่มีการปล่อยฤทธิ์ยาปกติ หรือชนิดเสริม ยาชนิดเม็ดแตกตัวในช่องปาก ชนิดละลายน้ำหรือผง ใช้ละลายกับน้ำหรือน้ำผลไม้ที่เหมาะสม

ปริมาณยาโพแทสเซียมคลอไรด์สำหรับเด็ก

ปรึกษากับแพทย์ของคุณเกี่ยวกับขนาดยาโพแทสเซียมคลอไรด์ ขนาดยาที่แนะนำในบางกรณีมีดังต่อไปนี้:

  • ขนาดยาปกติสำหรับภาวะมีโพแทสเซียมในเลือดต่ำ คือ 2 ถึง 5 mEq / กก. / ต่อวัน ในขนาดยาที่แบ่ง ไม่เกิน 1 ถึง 2 mEq / กก. ในขนาดเดียว แต่อาการรุนแรงหรือต่อเนื่อง ควรพิจารณาขนาดยาที่เหมาะสม แต่ขนาดยารับประทานปกติสำหรับทารกคือ 2 ถึง 6 mEq / กก. / ต่อวัน และ 2 ถึง 3 meq / กก. / ต่อวัน สำหรับเด็ก

รูปแบบของยาโพแทสเซียมคลอไรด์

  • โพแทสเซียมคลอไรด์ชนิดรับประทาน

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

ในกรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรติดต่อบริการฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดในพื้นที่ของคุณ

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมรับประทานยา ควรรีบรับประทานทันทีที่นึกขึ้นได้ เว้นแต่เวลานั้นมีความใกล้เคียงกับเวลาในการใช้ยามื้อถัดไปของคุณ ให้ข้ามขนาดยาที่ลืมไปและใช้ขนาดยาปกติตามที่กำหนดไว้ ห้ามเพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่า

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ไดอะเซอรีน (Diacerein)

ไดอะเซอรีน (Diacerein) เป็นยาในกลุ่มแอนทราควิโนน (anthraquinone) และใช้เพื่อรักษาอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคเสื่อมสภาพที่กระดูกและข้อต่อ

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

แอลทีเพลส (Alteplase)

แอลทีเพลส (Alteplase) มักใช้เพื่อป้องกันการเกิดลิ่มเลือด รักษาหลอดเลือดดำอุดตัน นอกจากนี้ยังอาจใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น โปรดปรึกษากับแพทย์ 

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล

แอมโลดิปีน (Amlodipine)

แอมโลดิปีน (Amlodipine) ใช้รักษาภาวะความดันโลหิตสูง อยู่ในกลุ่มยาแคลเซียมแชนแนลบล็อกเกอร์ ช่วยคลายหลอดเลือด เพื่อให้เลือดสามารถไหลเวียนได้ง่ายขึ้น

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

ริโทนาเวียร์ (Ritonavir)

ยา ริโทนาเวียร์ (Ritonavir) ใช้ร่วมกับยารักษาผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี ใช้เพื่อควบคุมอาการติดเชื้อเอชไอวี ทำหน้าที่ในการลดปริมาณของเชื้อเอชไอวีในร่างกาย

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

Recommended for you

คาพาสแตต-ซัลเฟต-capastat-sulfate

คาพาสแตต® ซัลเฟต (Capastat® Sulfate)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 06/02/2020 . 9 mins read
ดีกัวดิน-dequadin

ดีกัวดิน® (Dequadin®)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by วรภพ ไกยเดช
Published on 09/12/2019 . 3 mins read
อัลปราโซแลม-alprazolam

อัลปราโซแลม (Alprazolam)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 01/12/2019 . 9 mins read
อัลเบนดาโซล-albendazole

อัลเบนดาโซล (Albendazole)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 01/12/2019 . 6 mins read