โวลทาเรน (Voltaren)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 5 mins read
Share now

ข้อบ่งใช้

ยาโวลทาเรนใช้สำหรับ

ยาโวลทาเรน (ยี่ห้อ Voltaren® ตัวยา diclofenac sodium) เป็นยาต้านอาการอักเสบแบบที่ไม่ใช่สเตอรอยด์ (nonsteroidal anti-inflammatory drug -NSAID) ไดโคฟีแนคทำงานด้วยการลดสารในร่างกายที่ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดและอักเสบ

ยาโวลทาเรนใช้เพื่อรักษาอาการเจ็บปวดแบบเล็กน้อยถึงปานกลาง หรืออาการของผู้ที่เป็นโรคไขข้ออักเสบและอาการข้อเข่าเสื่อม

โวลทาเรนยังอาจใช่เพื่อจุดประสงค์ที่อาจไม่ได้เขียนถึงเอาไว้ในคู่มือยาฉบับนี้

วิธีการใช้ยาโวลทาเรน

ใช้ยาโวลทาเรนตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัด ทำตามคำแนะนำของหมอในเรื่องการใช้ยาชนิดนี้และปริมาณยา

ทำตามคำแนะนำที่ปรากฏในฉลากยา บางครั้งหมออาจปรับปลี่ยนขนาดยาของคุณเป็นครั้งคราว อย่ากินยาโวลาเรนในปปริมาณมากๆ หรือกินติดต่อกันนานเกินเวลาที่แนะนำ ใช้ปริมาณยาที่ต่ำที่สุดเท่าที่จะได้ผลกับอาหารของคุณ เพื่อรักษาอาการของคุณ

อย่าได้บดยา เคี้ยว หรือบีบยาจนแตก ให้กินยาทั้งเม็ดในคราวเดียว

ถ้าคุณใช้โวลทาเรนในระยาว คุณอาจะต้องมีการตรวจสอบทางการแพทย์บ่อยครั้งสักหน่อย

วิธีเก็บรักษายาโวลทาเรน

ควรเก็บยาโวลทาเรนเอาไว้ในอุณหภูมิห้อง เพื่อป้องกันยาเสื่อมสภาพ อย่าเก็บยาโวลทาเรนเอาไว้ในห้องน้ำหรือในช่องแช่แข็ง ยาชนิดนี้อาจมีอีกหลายแบรนด์ ที่อาจมีการเก็บรักษาแตกต่างกันไป จึงควรต้องตรวจดูฉลากที่แนบมากับยาอย่างละเอียดทุกครั้ง เพื่อดูวิธีการเก็บรักษายาที่เหมาะสมกับยานั้นๆ หรือสอบถามจากเภสัชกร เพื่อความปลอดภัย ควรเก็บยาทั้งหลายให้ห่างจากเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรเทยาโวลทาเรนทิ้งลงในโถส้วม หรือในท่อน้ำทิ้ง ถ้าไม่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรทิ้งยาอย่างเหมาะสมเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่ต้องการใช้อีกต่อไป ปรึกษากับเภสัชกร เพื่อรับทราบรายละเอียดการทิ้งยาที่ปลอดภัยที่สุด

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาโวลทาเรน

ก่อนใช้ยาควรแจ้งข้อมูลเหล่านี้แก่แพทย์ของคุณ

  • คุณกำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร เนื่องจากในขณะที่คุณให้นมบุตรนั้น คุณควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น
  • คุณกำลังใช้ยาอื่น ๆ ซึ่งเช่นยาที่คุณสามารถซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งจากแพทย์
  • คุณมีอาการแพ้โวลทาเรน ยาอื่น ๆ หรืออาหารเสริมอื่น ๆ
  • คุณมีโรคอื่น ๆ มีความผิดปกติหรือมีอาการที่แพทย์ระบุไว้

โวลทาเรนอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการหัวใจวาย หรือโรคหลอดเลือดสมอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากใช้เป็นระยะเวลานานหรือใช้ปริมาณมาก หรือถ้าคุณมีโรคหัวใจ หรือปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกิดอาการหัวใจวายขณะทานยานี้

หลีกเลี่ยงการใช้โวลทาเรนก่อนหรือหลังผ่าตัดหัวใจบายพาส หรือ CABG เคยมีประวัติอาการหอบหืดหรือแพ้อย่างรุนแรงหลังจากใช้แอสไพรินหรือ กลุ่มยาแก้ปวด ยาลดไข้ และยาต้านการอักเสบ NSAID

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ไม่มีข้อมูลเพียงพอเกี่ยวกับความปลอดภัยในรับประทานโวลทาเรน ในระหว่างตั้งครรภ์หรือขณะให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์ของคุณเพื่อประเมินคุณประโยชน์และความเสี่ยงก่อนรับประทาน  อย่างไรก็ตาม โวลทาเรนเป็นยาที่อยู่ในหมวดหมู่ความเสี่ยงการตั้งครรภ์ระดับ D ตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริกา (FDA) อ้างอิงดังนี้

  • A = ไม่มีความเสี่ยง
  • B = ไม่มีความเสี่ยงจากการศึกษาบางส่วน
  • C = อาจมีความเสี่ยง
  • D = มีหลักฐานความเสี่ยง
  • X = ห้าม
  • N = ไม่มีข้อมูล

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของยาโวลทาเรน

หากมีสัญญาณของการแพ้ยาโวลทาเรน ได้แก่ จาม น้ำมูกไหล คัดจมูก หายใจไม่ออก หายใจลำบาก ลมพิษ บวมที่ใบหน้าริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ ควรรีบไปหาหมอในทันที

ในกรณีฉุกเฉินหากคุณมีอาการหัวใจวาย หรือสโตรค ปวดทรวงอกกระจายไปที่ขากรรไกรหรือไหล่ รู้สึกชาหรืออ่อนแรงกะทันหัน พูดอ้อแอ้ และรู้สึกหดหู่ ควรหยุดใช้โวลทาเรนและไปหาหมอทันที

หยุดใช้ยาโวลทาเรนทันทีหากคุณมีอาการดังนี้

  • ผื่นผิวหนัง
  • หายใจถี่
  • อาการบวมหรือน้ำหนักขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • เลือดออกในกระเพาะอาหาร – อุจจาระปนเลือดหรืออุจจาระแห้ง
  • ปัญหาเกี่ยวกับตับ – คลื่นไส้ปวดท้อง เหนื่อย อาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เบื่ออาหาร ปัสสาวะสีเข้ม อุจจาระเหนียว อาการดีซ่าน
  • ปัญหาเกี่ยวกับไต – เจ็บปวดเวลาปัสสาวะ บวมที่เท้าหรือข้อเท้า อ่อนเพลีย หรือขาดลมหายใจ
  • ความดันโลหิตสูง – ปวดหู ศีรษะรุนแรง เลือดกำเดา วิตกกังวล สับสน
  • โรคโลหิตจาง – ผิวซีด รู้สึกหดหู่ หายใจไม่ออก หัวใจเต้นเร็ว
  • ปฏิกิริยารุนแรงของผิวหนัง – มีไข้ เจ็บคอ บวมที่ใบหน้าหรือลิ้น แสบร้อนในดวงตา ​​ปวดตามผิวหนัง ผื่นผิวหนังแดง ม่วงที่กระจายตามตัว (โดยเฉพาะที่ใบหน้าหรือส่วนบน) และผิวลอก

ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไป อย่างเช่น

  • อาหารไม่ย่อย มีก๊าซ ปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียน
  • ท้องร่วงท้องผูก
  • ปวดศีรษะเวียนศีรษะง่วงซึม
  • อาการคัดจมูก
  • อาการไอมีอาการเหงื่อออกมากขึ้น
  • ความดันโลหิตสูง
  • แขนหรือขาปวดหรือบวม

ผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีผลข้างเคียงเหล่านี้แตกต่างกัน หรืออาจมีผลข้างเคียงที่ไม่ได้ระบุอยู่ในรายการข้างต้น หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรของคุณ

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

โวลทาเรนอาจมีปฏิกิริยากับยาอื่น ๆ ที่คุณกำลังใช้อยู่ หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงได้ ควรรวบรวมรายชื่อยาทั้งหมดที่ใช้อยู่ (รวมทั้งยาที่ต้องใช้ใบสั่งจากแพทย์ ยาที่ไม่ต้องใช้ใบสั่งจากแพทย์ ยาสมุนไพร) และแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรของคุณ เพื่อความปลอดภัย ไม่ควรเปลี่ยนแปลงการใช้หรือปริมาณยาใด ๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยาโวลทาเรน อย่างเช่น

  • Cyclosporine
  • ลิเธียม
  • Methotrexate
  • rifampin
  • ยาต้านเชื้อรา
  • warfarin, Coumadin, Jantoven
  • ยารักษาโรคหัวใจหรือความดันโลหิตรวมทั้งยาขับปัสสาวะ
  • รูปแบบอื่น ๆ ของไดโคลฟีแนค (Flector, Pennsaid, Solaraze, โวลทาเรน เจล)
  • กลุ่มยาแก้ปวด ยาลดไข้ และยาต้านการอักเสบ NSAID – แอสไพริน, ibuprofen (Advil, Motrin), naproxen (Aleve) celecoxib (Celebrex), indomethacin, meloxicam และอื่น ๆ
  • ยาสเตียรอยด์ steroid (prednisone และอื่น ๆ )

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

โวลทาเรนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์ โดยการเปลี่ยนประสิทธิผลของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงที่รุนแรง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เกี่ยวกับปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์ ที่อาจเกิดขึ้นได้ก่อนใช้ยานี้

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

โวลทาเรนอาจมีปฏิกิริยากับภาวะโรคในปัจจุบันของคุณ โดยอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น หรืออาจเปลี่ยนแปลงประสิทธิผลของยาที่กำลังใช้อยู่ ควรแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรของคุณ ทราบเกี่ยวกับพยาธิสภาพของคุณอย่างสม่ำเสมอ เช่น

  • โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง เบาหวาน หรือการสูบบุหรี่
  • ประวัติของโรคหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมอง หรือลิ่มเลือด
  • ประวัติของแผลหรือการมีเลือดออกในกระเพาะอาหาร
  • โรคหอบหืด
  • โรคตับหรือไต
  • อาการบวมน้ำ

ขนาดยา

ข้อมูลนี้ไม่มีเจตนาที่จะให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ใดๆ คุณควรปรึกษาหมอหรือเภสัชกรของคุณ ทุกครั้ง ก่อนการใช้ยาโวลทาเรน (ไดโคลฟีแนค โซเดียม)

ขนาดยาโวลทาเรนสำหรับผู้ใหญ่

เพื่อบรรเทาอาการข้อเข่าเสื่อม แนะนำให้ใช้ยา 100-150 มก./วัน โดยแบ่งขนาดยารับประทาน ( 50 มก. สองหรือสามครั้งต่อวัน หรือ 75 มก. สองครั้งต่อวัน)

เพื่อบรรเทาอาการข้ออักเสบจากรูมาตอยด์ แนะนำให้ใช้ยา 150-200 มก./วัน โดยแบ่งขนาดยารับประทาน (50 มก. สามหรือสี่ครั้งต่อวัน หรือ 75 มก. สองครั้งต่อวัน)

เพื่อบรรเทาอาการโรคกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด (ankylosing spondylitis) แนะนำให้ใช้ยา 100-125 มก./วัน โดยกินครั้งละ 25 มก.วันละสี่ครั้ง และ 25 มก.ก่อนนอน ถ้าจำเป็น

ขนาดยาโวลทาเรนสำหรับเด็ก

ไม่มีการกำหนดปริมาณยาในผู้ป่วยเด็ก เนื่องจากอาจเป็นอันตราย ควรทำความเข้าใจถึงความปลอดภัยของยาก่อนใช้และโปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม

รูปแบบยา

ยาโวลทาเรนมีจำหน่ายในรูปแบบและปริมาณยาดังต่อไปนี้

  • ยาเม็ด ออกฤทธิ์ช้า ตัวยา diclofenac sodium 75 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือรับประทานยาเกินขนาด

ในกรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรติดต่อบริการฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดในพื้นที่ของคุณ

กรณีลืมรับประทานยา

ถ้าคุณลืมรับประทานหรือลืมใช้ยา ควรรีบรับประทานทันทีที่นึกขึ้นได้ เว้นแต่เวลานั้นมีความใกล้เคียงกับเวลาในการใช้ยามื้อถัดไปของคุณ ให้ข้ามปริมาณที่ลืมไป และใช้ปริมาณปกติตามที่กำหนดไว้ ห้ามเพิ่มปริมาณเป็นสองเท่า

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ท่าบริหารป้องกันอาการ ปวดมือ

อาการ ปวดมือ นั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่เส้นประสาทเสียหาย เอ็นอักเสบ วิธีบรรเทาอาการก็มีมากมายตั้งแต่รับประทานยา หรือการบริหารข้อมือเพื่อลดอาการปวด

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by ชลธิชา จันทร์วิบูลย์

รูปแบบ การออกกำลังกาย สำหรับอาการปวดข้อ ไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง

การออกกำลังกาย สำหรับอาการปวดข้อ นั้นจะต้องเลือกการออกกำลังกายที่ได้รับแรงกระแทกน้อย อย่างว่ายน้ำ เล่นโยคะหรือไมเก็ก และออกกำลังกายที่เสรืมสร้างกล้ามเนื้อ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by ชลธิชา จันทร์วิบูลย์

อาการปวดข้อศอก เรื่องเล็กๆ แต่มาพร้อมกับอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

ปวดข้อศอก เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งความเมื่อยล้า ความอักเสบของเนรื้อเยื่อและเส้นเอ็น อุบัติเหตุต่างๆ รวมถึงโรคที่เกี่ยวกับไขข้อ เช่น โรคไขข้อเสื่อม

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Khongrit Somchai

นั่งแล้วปวดเข่า ปัญหานี้ เกิดจากอะไรกันแน่นะ

หนึ่งในปัญหาของคนวัยทำงาน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องนั่งทำงานอยู่กับโต๊ะเป็นเวลานานๆ คงจะหนีไม่พ้นอาการ นั่งแล้วปวดเข่า อาการนี้มีสาเหตุมาจากอะไรกันแน่

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล