ไอปราโทรเปียม โบรไมด์ (Ipratropium bromide)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 7 mins read
Share now

ข้อบ่งใช้ ไอปราโทรเปียม โบรไมด์

ไอปราโทรเปียม โบรไมด์ ใช้สำหรับ

ไอปราโทรเปียม โบรไมด์ (Ipratropium bromide) เป็นยาที่มักใช้เพื่อควบคุมและป้องกันอาการต่างๆ เช่น หายใจมีเสียงและหายใจติดขัด ที่เกิดจากโรคปอด เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ที่รวมถึงหลอดลมอักเสบ และถุงลมโป่งพอง ยานี้ออกฤทธิ์ด้วยการคลายกล้ามเนื้อโดยรอบทางเดินหายใจ เพื่อให้ทางเดินหายใจเปิด และคุณสามารถหายใจได้สะดวกขึ้น การควบคุมอาการต่างๆ เกี่ยวกับปัญหาในการหายใจ สามารถลดเวลาที่ผู้ป่วยจะสูญเสียไปในระหว่างการทำงานหรือการเรียนได้

สำหรับการป้องกันอาการต่างๆ ของโรคปอดนั้น ต้องใช้ยานี้อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้การรักษาได้ผล ให้ใช้อุปกรณ์สูดดมสำหรับบรรเทาอาการแบบเร่งด่วนหรือสารละลายสำหรับฉีดพ่น เช่น สารละลายอัลบูเทอรอล (albuterol) ซึ่งเรียนอีกอย่างว่าสารละลายซัลบูทามอล (salbutamol) ในบางประเทศ สำหรับอาการหายใจมีเสียง หรือหายใจติดขัดเฉียบพลัน หากแพทย์ไม่ได้แนะนำไว้เป็นอย่างอื่น ยาไอปราโทรเปียมไม่ได้ออกฤทธิ์เร็วเท่ากับยาสำหรับบรรเทาอาการแบบเร่งด่วน แต่บางครั้งอาจใช้ร่วมกับยาสำหรับบรรเทาอาการแบบเร่งด่วน เพื่อบรรเทาอาการหายใจมีเสียง หรือหายใจติดขัดเฉียบพลัน หากแพทย์แนะนำไว้เช่นนั้น

วิธีใช้ยาไอปราโทรเปียม โบรไมด์

  • ยานี้ควรมีลักษณะใส และไม่มีสี ก่อนใช้ยานี้ ให้ตรวจสอบยาด้วยสายตาเพื่อมองหาตะกอนหรือการเปลี่ยนสีของยา หากยามีลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังกล่าว ห้ามใช้ยานั้น
  • ให้สูดดมยานี้เข้าสู่ปอดโดยใช้อุปกรณ์พ่นยาตามที่แพทย์สั่ง โดยปกติแล้ว 3 ถึง 4 ครั้งต่อวัน (เว้นระยะห่าง 6 ถึง 8 ชั่วโมง) ให้หลีกเลี่ยงไม่ให้ยาเข้าดวงตา ยานี้อาจทำให้ดวงตาเกิดอาการเจ็บปวด/ระคายเคือง มองเห็นไม่ชัดชั่วคราว หรือความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับดวงตาอื่นๆ ดังนั้น แนะนำให้คุณใช้หน้ากากแบบปิดเฉพาะปาก แทนการใช้แบบปิดทั้งใบหน้าในการพ่นยา หรือให้คุณปิดตาขณะพ่นยา การรักษาแต่ละครั้งมักใช้เวลาประมาณ 5 ถึง 15 นาที ให้ใช้ยานี้กับอุปกรณ์พ่นยาเท่านั้น ห้ามกลืนหรือฉีดยา เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ให้ทำความสะอาดอุปกรณ์พ่นยาและหน้ากากปิดเฉพาะปาก/หน้ากากปิดทั้งหน้า ตามคำแนะนำของผู้ผลิตให้ล้างปากหลังใช้ยาเพื่อป้องกันอาการปากแห้ง และอาการระคายเคืองในลำคอ
  • ยาไอปราโทรเปียมอาจผสมกับยาชนิดอื่นๆ เช่น ยาอัลบูเทอรอล (albuterol) หรือน้ำเกลือหากแพทย์สั่ง ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างระมัดระวัง เมื่อเปิดภาชนะบรรจุยาแล้ว ให้ทิ้งยาที่ไม่ได้ใช้งาน
  • ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย และการตอบสนองต่อการรักษา
  • หากคุณได้รับการแนะนำให้ใช้ยานี้อย่างสม่ำเสมอ ยานี้ให้ผลการรักษาที่ดีที่สุด หากใช้ในช่วงระยะห่างที่สม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้คุณสามารถจำช่วงเวลาการใช้ยา ใช้ยาในเวลาเดียวกันในแต่ละวัน ห้ามเพิ่มขนาดยา ห้ามใช้ยาบ่อยขึ้น หรือห้ามหยุดใช้ยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ให้แจ้งแพทย์ หากอาการของคุณไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง
  • ให้ศึกษาว่ายาสำหรับฉีดพ่น/ยากิน ชนิดใดที่คุณควรใช้ทุกวัน และยาชนิดใดที่คุณควรใช้ หากการหายใจของคุณแย่ลงอย่างฉับพลัน (ยาบรรเทาอาการเฉียบพลัน) ให้ปรึกษาแพทย์ล่วงหน้า เกี่ยวกับสิ่งที่คุณควรปฏิบัติ หากคุณมีอาการไอหรือหายใจติดขัด หายใจมีเสียง มีเสมหะมากขึ้น ตื่นนอนกลางดึก พร้อมด้วยอาการหายใจติดขัดที่เกิดขึ้นใหม่ หรือแย่ลง หากคุณใช้ยาสำหรับสูดดมบรรเทาอาการเฉียบพลันบ่อยขึ้นหรือหากยาสำหรับสูดดมบรรเทาอาการเฉียบพลันที่คุณใช้ ดูเหมือนไม่ให้ผลการรักษาที่ดีอีกต่อไป ให้ศึกษาเกี่ยวกับช่วงเวลาที่คุณสามารถรักษาปัญหาเกี่ยวกับการหายใจเฉียบพลันด้วยตัวเอง หรือช่วงเวลาที่ต้องเข้ารับการรักษาโดยทันที

การเก็บรักษายาไอปราโทรเปียม โบรไมด์

  • ให้เก็บภาชนะใส่ยาให้ห่างจากเปลวไฟหรือความร้อนสูง เช่น ในรถหรืออากาศร้อน ภาชนะอาจระเบิดหากร้อนเกินไป ห้ามเจาะหรือเผาภาชนะที่ใช้หมดแล้ว
  • ให้เก็บอุปกรณ์สำหรับสูดดมโดยปิดฝาไว้ที่อุณหภูมิห้อง ให้ห่างจากความชื้นและความร้อน ให้ทิ้งภาชนะใส่ยาเมื่อสัญลักษณ์บ่งชี้ขนาดยาอยู่ที่เลข 0 ถึงแม้จะรู้สึกว่ายังมียาเหลืออยู่ในภาชนะก็ตาม

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้

  • ก่อนใช้ยาไอปราโทรเปียม โบรไมด์ ให้แจ้งแพทย์หรือเภสัชกร หากคุณแพ้ยานี้ หรือยาไทโอโทรเปียม (tiotropium) หรือยาอะโทรปีน (atropine) หรือยากลุ่มเบลลาดอนนา (elladonna-type drugs) อื่นๆ หรือแพ้สิ่งอื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนผสมที่ไม่ออกฤทธิ์ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการแพ้หรืออาการอื่นๆ ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
  • ก่อนใช้ยานี้ ให้แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับประวัติสุขภาพของคุณ โดยเฉพาะประวัติตนเอง หรือคนในครอบครัวเคยเป็นต้อหิน (glaucoma) ชนิดมุมปิด (angle-closure type) ปัสสาวะติดขัด เช่น เกิดจากภาวะต่อมลูกหมากโต
  • ยานี้อาจทำให้เวียนศีรษะ หรือทำให้การมองเห็นไม่ชัด หรือทำให้การมองเห็นเปลี่ยนแปลงไป แอลกอฮอล์หรือกัญชาอาจทำให้อาการเวียนศีรษะรุนแรงขึ้น ห้ามขับรถ ใช้งานเครื่องจักร หรือทำสิ่งใดๆ ที่จำเป็นต้องตื่นตัว หรือใช้การมองเห็นที่ชัดเจน จนกว่าจะทำได้อย่างปลอดภัย ให้จำกัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้แจ้งแพทย์หากคุณกำลังใช้กัญชาเพื่อรักษาโรคอยู่
  • ก่อนการผ่าตัด ให้แจ้งแพทย์หรือทันตแพทย์เกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ ได้แก่ ยาที่แพทย์สั่ง ยาที่แพทย์ไม่ได้สั่ง หรือยาสมุนไพร
  • ผู้สูงอายุอาจมีความไวต่อผลข้างเคียงของยานี้ได้มากกว่า โดยเฉพาะอาการเกี่ยวกับการขับถ่าย ปัสสาวะ หรืออาการท้องผูก
  • ในระหว่างการตั้งครรภ์ ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น ให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงและสรรพคุณของยานี้
  • ยังไม่มีการศึกษาว่ายานี้สามารถแพร่เข้าสู่น้ำนมแม่ได้หรือไม่ ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาไอปราโทรเปียมโบรไมด์จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ โดย FDA มีดังนี้

  • A=ไม่มีความเสี่ยง
  • B=ไม่มีความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C=อาจจะมีความเสี่ยง
  • D=มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X=ห้ามใช้
  • N=ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของยาไอปราโทรเปียม โบรไมด์

  • อาจเกิดอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ ปวดท้อง ปากแห้ง หรือท้องผูก หากผลข้างเคียงเหล่านี้ไม่หายไปหรือแย่ลง ให้ติดต่อแพทย์หรือเภสัชกรทันที
  • ให้ระลึกไว้ว่า แพทย์ได้สั่งให้คุณใช้ยานี้ เพราะได้พิจารณาแล้วว่าประโยชน์ของยานี้มีต่อคุณ มากกว่าความเสี่ยงต่อผลข้างเคียง ผู้ป่วยจำนวนมากที่ใช้ยานี้ ไม่มีผลข้างเคียงที่รุนแรง
  • ยานี้มักไม่ค่อยก่อให้เกิดอาการเกี่ยวกับการหายใจ ที่แย่ลงอย่างเฉียบพลันที่รุนแรงหลังจากใช้ยา หากคุณมีอาการเกี่ยวกับการหายใจที่แย่ลงอย่างเฉียบพลัน ให้ใช้ยาบรรเทาอาการเฉียบพลัน และเข้ารับการรักษาทันที
  • ให้แจ้งแพทย์ทันที หากคุณมีผลข้างเคียงที่รุนแรง ได้แก่ หัวใจเต้นเร็วและแรง ปัสสาวะลำบาก/มีอาการปวด
  • ให้เข้ารับการรักษาทันที หากคุณมีผลข้างเคียงที่รุนแรงมาก ได้แก่ ดวงตาเจ็บ/บวม/แดง การมองเห็นเปลี่ยนแปลง เช่น การมองเห็นสีรุ้งโดยรอบแสงสว่างในเวลากลางคืน การมองเห็นไม่ชัด
  • อาการแพ้ยานี้ที่รุนแรงมากมักพบได้น้อย อย่างไรก็ดี ให้เข้ารับการรักษาทันที หากคุณสังเกตได้ถึงอาการแพ้ยาที่รุนแรง ได้แก่ มีผื่น อาการคัน/บวม (โดยเฉพาะที่ใบหน้า/ลิ้น/ลำคอ) เวียนศีรษะอย่างรุนแรง หายใจลำบาก
  • อาการข้างเคียงเหล่านี้พบไม่ได้ในผู้ใช้ยาทุกคน และอาจมีอาการข้างเคียงที่ไม่ได้ระบุข้างต้น หากคุณมีข้องกังวลเกี่ยวกับอาการข้างเคียง ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาไอปราโทรเปียมโบรไมด์อาจเกิดอันตรกิริยา กับยาชนิดอื่นที่คุณใช้อยู่ ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงสำหรับอาการข้างเคียงที่รุนแรงขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงปฏิกิริยาของยาที่อาจเกิดขึ้น คุณควรทำรายการยาที่ใช้อยู่ทั้งหมด (ยาที่สั่งโดยแพทย์ ยาที่ไม่ได้สั่งโดยแพทย์ และยาสมุนไพร) และแจ้งแก่แพทย์หรือเภสัชกร เพื่อความปลอดภัยของคุณ ห้ามเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยา โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาไอปราโทรเปียมโบรไมด์อาจทำปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ โดยการเปลี่ยนแปลงการออกฤทธิ์ยา หรือเพิ่มความเสี่ยงสำหรับผลข้างเคียงที่รุนแรงขึ้น โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เกี่ยวกับปฏิกิริยาที่อาจเกิดขึ้นของยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์ ก่อนการใช้ยา

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น ๆ

ยาไอปราโทรเปียมโบรไมด์อาจทำปฏิกิริยากับสภาวะทางสุขภาพของคุณ ปฏิกิริยาดังกล่าวอาจทำให้สภาวะทางสุขภาพเสื่อมลง หรือเปลี่ยนแปลงการออกฤทธิ์ของยา เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเสมอ เกี่ยวกับสภาวะทางสุขภาพทั้งหมดของคุณในปัจจุบัน

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ก่อนใช้ยาไอปราโทรเปียมโบรไมด์เสมอ

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาปกติในผู้ใหญ่สำหรับรักษาโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง – การรักษา แบบประคับประคอง

  • ยาพ่น: พ่นยา 2 ครั้ง (34 ไมโครกรัม) ทางปากวันละสี่รอบ หรือตามที่จำเป็นได้ถึง 12 ครั้ง ภายในเวลา 24 ชั่วโมง
  • ยาพ่นรูปแบบ Nebulizer : 500 ไมโครกรัม สามหรือสี่ครั้งต่อวันโดยฉีดพ่นเข้าทางปาก เว้นระยะใช้ยา 6 ถึง 8 ชั่วโมง

การใช้

  • การรักษาแบบประคับประคองอาการหลอดลมหดเกร็ง ที่สัมพันธ์กับโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง รวมถึงหลอดลมอักเสบเรื้อรัง และถุงลมโป่งพอง

การปรับขนาดยาสำหรับไต

  • ให้ใช้ด้วยความระมัดระวัง

การปรับขนาดยาสำหรับตับ

  • ให้ใช้ด้วยความระมัดระวัง

ข้อแนะนำอื่นๆ

ข้อแนะนำในการใช้ยา

  • ใช้ฉีดพ่นทางปากเท่านั้น
  • ควรใช้ยาอย่างสม่ำเสมอตามที่แพทย์สั่งโดยตลอดการรักษา
  • ควรมีการอ้างอิงข้อมูลเกี่ยวกับยาของผู้ผลิต เพื่อเป็นข้อแนะนำในการใช้ยา

ละอองยา

  • ควรเตรียมอุปกรณ์พ่นยาก่อนใช้ยาครั้งแรกโดยการทดสอบพ่นยา 2 ครั้งจากส่วนหน้าไปในอากาศ หรือหากไม่ได้ใช้ยาเกินกว่า 3 วัน
  • ให้หลีกเลี่ยงการพ่นยาเข้าดวงตาในขณะที่เตรียมอุปกรณ์พ่นยา

สารละลายยาสำหรับฉีดพ่น

  • การใช้เครื่องพ่นยา พร้อมด้วยหน้ากากแบบปิดเฉพาะปาก แทนการใช้หน้ากากปิดทั้งหน้า ช่วยลดโอกาสที่ยาจะเข้าสู่ดวงตา
  • สารละลายยาสำหรับฉีดพ่น สามารถผสมในอุปกรณ์สำหรับฉีดพ่นที่มียาอัลบูเทอรอล (albuterol) หรือยาเมทาโพรเทเรนอล (metaproterenol) ได้หากใช้ภายในหนึ่งชั่วโมง แต่ไม่ได้ใช้ร่วมกับยาอื่น
  • ความคงสภาพของยา (Drug stability) และความปลอดภัยของสารละลายยาสำหรับฉีดพ่นเมื่อผสมกับยาอื่นในอุปกรณ์สำหรับฉีดพ่นไม่ได้มีการกำหนดไว้

ข้อมูลทั่วไป

ยานี้ไม่มีข้อบ่งใช้สำหรับการรักษาเบื้องต้นของอาการหลอดลมหดเกร็งในระยะเฉียบพลัน เมื่อการรักษาเพื่อช่วยชีวิตมีความจำเป็นสำหรับการตอบสนองที่รวดเร็ว

ข้อแนะนำสำหรับผู้ป่วย

  • ให้ใช้ยาตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น
  • ไม่แนะนำให้ใช้ยาบ่อยขึ้นหรือขนาดยาเพิ่มขึ้น
  • หากพ่นยานี้เข้าไปในดวงตา ให้ปรึกษาแพทย์ทันทีหากมีอาการมองเห็นไม่ชัดและอาการผิดปกติอื่นๆ เกี่ยวกับการมองเห็น อาการปวดหรือไม่สบายในดวงตา รูม่านตาขยาย หรือต้อหินชนิดมุมแคบ หรือมีอาการเหล่านี้ที่แย่ลงในขณะที่ใช้ยานี้

ขนาดยาสำหรับเด็ก

ขนาดยาปกติในเด็กสำหรับรักษาโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง – การรักษาแบบประคับประคอง

สารละลายยาสำหรับฉีดพ่น

  • อายุน้อยกว่า 12 ปี: รายละเอียดด้านความปลอดภัยไม่มีการกำหนดไว้
  • อายุ 12 ปี หรือมากกว่า: 500 ไมโครกรัม สามหรือสี่ครั้งต่อวันโดยฉีดพ่นเข้าทางปาก เว้นระยะใช้ยา 6 ถึง 8 ชั่วโมง

การใช้

  • การรักษาพยุงอาการของอาการหลอดลมหดเกร็งที่สัมพันธ์กับโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง รวมถึงหลอดลมอักเสบเรื้อรังและถุงลมโป่งพอง

คำเตือน

การพ่นยา

  • รายละเอียดเกี่ยวกับความปลอดภับและผลการรักษาไม่ได้กำหนดไว้สำหรับผู้ป่วยที่อายุต่ำกว่า 18 ปี

การพ่นยาในรูปแบบ Nebulizer

  • รายละเอียดเกี่ยวกับความปลอดภับและผลการรักษา ไม่ได้กำหนดไว้สำหรับผู้ป่วยที่อายุต่ำกว่า 12 ปี

รูปแบบยา

ยาไอปราโทรเปียมโบรไมด์มีรูปแบบการใช้และปริมาณตัวยา ดังต่อไปนี้

  • สารละลายสำหรับสูดดม
  • สารละลายสำหรับฉีดพ่นจมูก
  • ผงยา

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

ในกรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ให้โทรแจ้งบริการฉุกเฉิน หรือไปยังห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาลใกล้บ้านคุณ

กรณีลืมใช้ยา

หากลืมใช้ยาไอปราโทรเปียมโบรไมด์ ให้ใช้ยาโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างไรก็ดี หากใกล้เวลาใช้รอบถัดไป ให้ข้ามรอบที่ลืมใช้ไปแล้วใช้ยาในรอบถัดไปตามปกติที่กำหนดไว้ ห้ามใช้เพิ่มเป็นสองเท่า

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

รู้ก่อน หายก่อนกับ โรคฮิสโตพลาสโมซิส โรคปอดอีกชนิด จากค้างคาว

โรคฮิสโตพลาสโมซิส (Histoplasmosis) คือโรคปอดชนิดหนึ่ง คล้ายคลึงกับโรคปอดบวม ที่เกิดจากการสูดดม หรือสัมผัสเชื้อราของมูลในสัตว์ปีกโดยเฉพาะนก และค้างคาว

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by panyapat Aiemsin

10 ตัวการทำลายปอด ที่คุณอาจคาดไม่ถึง และไม่ทันได้ระวัง

เรารู้กันดีอยู่แล้วว่ามลพิษและการสูบบุหรี่ทำให้ปอดพัง แต่ยังมี ตัวการทำลายปอด อีกมากมายที่คุณอาจคาดไม่ถึง และนี่คือ 10 ตัวการทำลายปอด ที่เราอยากให้คุณระวัง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by เนตรนภา ปะวะคัง

มีปัญหาในการหายใจ ออกกำลังกายยังไง ถึงจะปลอดภัยและเสริมสุขภาพ

คนที่ มีปัญหาในการหายใจ หายใจถี่ หายใจไม่สะดวก ไม่ใช่ว่าจะต้องงดออกกำลังกายไปเลย แต่คุณควรเลือกรูปแบบการออกกำลังกายที่ใช่ และปรับการหายใจ ให้ปอดทำงานดีขึ้น

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by เนตรนภา ปะวะคัง

คาพาสแตต® ซัลเฟต (Capastat® Sulfate)

คาพาสแตต® ซัลเฟต (Capastat Sulfate) หรือ คาพรีโอมัยซิน (Capreomycin) ใช้ร่วมกับยาอื่นเพื่อรักษาการติดเชื้อวัณโรค เป็นกลุ่มของยาปฏิชีวนะ

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล