ไวน์ (Wine)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date ธันวาคม 7, 2017 . เวลาในการอ่าน
Share now

สรรพคุณของไวน์

ไวน์เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ทำจากองุ่นหมัก

ไวน์ใช้เพื่อป้องกันโรคของหัวใจ และระบบไหลเวียนโลหิต เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ หัวใจวาย และโรคหลอดเลือดสมอง ไวน์ยังใช้เพื่อป้องกันการลดลงของทักษะการคิดภายหลังโรคอัลไซเมอและเบาหวานชนิดที่ 2

บางคนใช้ไวน์เพื่อลดความวิตกกังวล กระตุ้นความอยากอาหาร ปรับปรุงการย่อยอาหารโดยการเพิ่มกรดในกระเพาะอาหาร

ไวน์ถูกนำมาใช้โดยตรงกับผิวหนังเพื่อช่วยในการรักษาบาดแผล และแก้ปัญหาการก่อตัวใกล้กับข้อต่อ ที่บางครั้งเกิดขึ้นกับโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

กลไกการออกฤทธิ์

ยังไม่มีการศึกษาเกี่ยวกับวิธีใช้งานของไวน์ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม แต่ก็มีข้อค้นพบว่าไวน์มี แอลกอฮอล์เอทานอล ซึ่งบล็อกทางเดินเส้นประสาทต่างๆในสมอง นอกจากนี้ยังมีสารเคมีที่อาจมีประโยชน์ต่อหัวใจและการไหลเวียนของโลหิต เช่น สารต้านอนุมูลอิสระและป้องกันการก่อตัวเป็นก้อนของเกล็ดเลือด

ข้อควรระวังและคำเตือน

สิ่งที่ควรรู้ก่อนที่จะใช้ไวน์

ปรึกษากับแพทย์ เภสัชกร หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรของคุณในกรณี:

  • กำลังตั้งครรภ์ หรือ อยู่ในช่วงให้นมบุตร เพราะเป็นช่วงที่ควรใช้ยาตามคำสั่งแพทย์เท่านั้น
  • กำลังใช้ยาประเภทอื่น รวมถึงยาทุกชนิดที่ไม่มีใบสั่งยาจากแพทย์
  • แพ้สารที่อยู่ในไวน์ หรือยาและสมุนไพรอื่น ๆ
  • มีอาการป่วย ความผิดปกติ หรือ พยาธิสภาพ
  • เป็นโรคภูมิแพ้ชนิดอื่น ๆ เช่น แพ้อาหาร แพ้สีย้อม แพ้สารกันบูด หรือแพ้สัตว์

ข้อกำหนดในการใช้อาหารเสริมสมุนไพรมีความเข้มงวดน้อยกว่าการใช้ยาทั่วไป แต่ควรศึกษาให้รอบคอบเพื่อรับรองความปลอดภัยของการใช้สมุนไพร ว่าควรเกิดคุณประโยชน์มากกว่าอันตราย และควรปรึกษาแพทย์หรือหมอสมุนไพรเพื่อทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ความปลอดภัยในการใช้ไวน์

ไวน์มีแนวโน้มปลอดภัยสำหรับผู้ใหญ่ส่วนใหญ่เมื่อรับประทาน 2 แก้ว (ห้าออนซ์) ต่อวัน หลีกเลี่ยงปริมาณการใช้ที่มากขึ้น

ข้อควรระวังและคำเตือนพิเศษ

หญิงตั้งครรภ์และผู้ที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร:  การดื่มแอลกอฮอล์ในระหว่างตั้งครรภ์ไม่ปลอดภัย อาจทำให้เกิดความบกพร่องที่ร้ายแรงอื่น ๆ ต่อทารกในครรภ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสองเดือนแรก และมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการคลอดก่อนกำหนด อาการของโรคจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของทารกในครรภ์ เช่น พัฒนาการและความผิดปกติหลังคลอด ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ในระหว่างตั้งครรภ์

ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ในระหว่างให้นมบุตร แอลกอฮอล์สามารถเข้าสู่นมแม่และอาจทำให้เกิดพัฒนาการที่ผิดปกติของทักษะที่เกี่ยวข้องกับการประสานงาน ทั้งทางด้านจิตใจและกล้ามเนื้อ เช่นความสามารถในการพลิกกลับ แอลกอฮอล์รบกวนรูปแบบการนอนหลับของทารกได้ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังลดการผลิตน้ำนมอีกด้วย

โรคหอบหืด: การดื่มไวน์มีส่วนเกี่ยวข้องกับโรคหอบหืด ซึ่งเกิดจากสารซาลิไซเลตในไวน์

โรคเกาต์: การดื่มแอลกอฮอล์ทำให้โรคเกาต์รุนแรงขึ้น

ภาวะหัวใจ: ในขณะที่มีหลักฐานว่าการดื่มไวน์ด้วยความระมัดระวังอาจช่วยป้องกันโรคหัวใจล้มเหลว แต่ไวน์เป็นอันตรายกับผู้ที่มีอาการนี้อยู่เดิม การใช้แอลกอฮอล์ทำให้อาการเจ็บหน้าอกและหัวใจล้มเหลวรุนแรงขึ้น

ความดันโลหิตสูง: การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 3 แก้วหรือมากกว่าต่อวัน สามารถเพิ่มความดันโลหิตให้สูงขึ้นได้

ระดับไขมันในเลือดสูงหรือไตรกลีเซอไรด์ (hypertriglyceridemia): การดื่มแอลกอฮอล์อาจทำให้ภาวะนี้แย่ลง

ปัญหาการนอนไม่หลับ: การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้การนอนไม่หลับรุนแรงขึ้น

โรคตับ: การดื่มแอลกอฮอล์ทำให้โรคตับรุนแรงขึ้น

ภาวะประสาทวิทยา: การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ความผิดปกติบางอย่างในระบบประสาทรุนแรงขึ้น

ภาวะของตับอ่อนอักเสบ: การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ตับอ่อนอักเสบรุนแรงขึ้น

แผลในกระเพาะอาหารหรือโรคกรดไหลย้อน gastroesophageal (GERD): การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจทำให้อาการเหล่านี้รุนแรงขึ้น

ภาวะเลือดเรียกว่า porphyria: การใช้แอลกอฮอล์ทำให้ porphyria รุนแรงขึ้น

ปัญหาทางจิต: การดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่ 3 แก้วขึ้นไปต่อวัน อาจทำให้ปัญหาสุขภาพจิตแย่ลงและลดความสามารถในการคิด

การผ่าตัด: ไวน์สามารถชะลอระบบประสาทส่วนกลางได้ การใช้ไวน์กับยาการระงับความรู้สึก และยาอื่น ๆ ที่ใช้ระหว่างและหลังการผ่าตัดอาจทำให้ระบบประสาทส่วนกลางลดการรับรู้ลงมาก หยุดดื่มไวน์อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนกำหนดการผ่าตัด

ผลข้างเคียง

ไวน์อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น

ปริมาณการใช้ยาที่มากขึ้น อาจทำให้เกิดอาการสับสน หมดสติ ชัก อาเจียน ท้องร่วงและปัญหาร้ายแรงอื่น ๆ

การดื่มไวน์เป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพที่รุนแรงหลายอย่างเช่น ปัญหาทางจิต ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ ปัญหาตับปัญหาตับอ่อน และมะเร็งบางชนิด

อย่างไรก็ตาม  ผลข้างเคียงเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคนและอาจมีอาการจากผลข้างเคียงอื่น ๆ ที่ไม่ได้กล่าวไว้ข้างต้น หากมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องผลข้างเคียง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร หรือ แพทย์

ปฏิกิริยาระหว่างการใช้ยา

ไวน์อาจทำปฏิกิริยากับยาที่กำลังใช้หรือมีผลกระทบกับการรักษาในปัจจุบัน ดังนั้น ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร หรือแพทย์ก่อนใช้

ผลิตภัณฑ์ที่อาจทำปฏิกิริยากับไวน์ เช่น:

  • Chlorpropamide (Diabinese)

ร่างกายย่อยแอลกอฮอล์ในไวน์เพื่อทำการกำจัดออกจากร่างกาย และ Chlorpropamide (Diabinese) สามารถลดปริมาณแอลกอฮอล์ลงได้อย่างรวดเร็ว การดื่มไวน์และรับประทาน chlorpropamide (Diabinese) อาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะอาเจียน และอาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ไม่ควรใช้ร่วมกัน

  • Cisapride (Propulsid)

Cisapride (Propulsid) สามารถลดปริมาณแอลกอฮอล์ลงได้อย่างรวดเร็ว การใช้ cisapride (Propulsid) พร้อมกับไวน์อาจเพิ่มผลข้างเคียงจากแอลกอฮอล์

  • Cyclosporine (Neoral Sandimmune)

ไวน์อาจเพิ่มปริมาณการใช้ยา cyclosporine (Neoral Sandimmune) ที่ร่างกายดูดซึม การรับประทานไวน์พร้อมกับ cyclosporine (Neoral Sandimmune) อาจเพิ่มผลข้างเคียงของ cyclosporine มากขึ้น

  • Disulfiram (Antabuse)

ร่างกายย่อยแอลกอฮอล์ในไวน์เพื่อทำการกำจัดออกจากร่างกาย แต่ Disulfiram (Antabuse) ยิ่งทำให้การลดลงนั้นเป็นไปอย่างรวดเร็ว การดื่มแอลกอฮอล์และใช้ disulfiram (Antabuse) อาจทำให้ปวดหัวอย่างรุนแรง อาเจียน และอาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ถ้าคุณรับประทาน disulfiram (antabuse)

  • Felodipine (Plendil)

ไวน์แดงสามารถหยุดวิธีการดูดซึม felodipine การดื่มไวน์แดงในขณะที่ใช้ยา felodipine เพื่อรักษาความดันโลหิตสูงอาจทำให้ความดันโลหิตของคุณต่ำเกินไป

  • ยาสำหรับภาวะซึมเศร้า (MAOIs)

ไวน์มีสารเคมีที่เรียกว่า tyramine ซึ่งหากมีจำนวนมากอาจทำให้เกิดความดันโลหิตสูง และร่างกายจะหยุดทำงานโดยอัตโนมัติเพื่อที่จะกำจัดมันออกไปไม่ให้ tyramine ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง ยาบางชนิดที่ใช้ในภาวะซึมเศร้า ได้แก่ phenelzine (Nardil) tranylcypromine (Parnate) และอื่น ๆ

  • ยาแก้ปวด

ร่างกายย่อยยาแก้ปวดบางชนิดเพื่อกำจัดออกจากร่างกาย ร่างกาย แอลกอฮอล์ในไวน์อาจลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อร่างกายได้รับยาแก้ปวดบางชนิด  การ รับประทานยาดังกล่าวพร้อมกับไวน์อาจเพิ่มผลข้างเคียงของยามากขึ้น

ยาบางอย่างสำหรับอาการปวด ได้แก่ meperidine (Demerol) hydrocodone morphine OxyContin และอื่น ๆ

ยาที่เป็นอันตรายต่อตับ (Hepatotoxic drugs) มีปฏิกิริยากับไวน์

แอลกอฮอล์ในไวน์อาจเป็นอันตรายต่อตับ การดื่มไวน์พร้อมกับยาที่เป็นอันตรายต่อตับสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อความเสียหายของตับได้ ห้ามดื่มไวน์ถ้าคุณรับประทานยาที่เป็นอันตรายต่อตับ

ยาบางชนิดที่สามารถทำร้ายตับ ได้แก่ acetaminophen (Tylenol และอื่น ๆ ) amiodarone (cordarone) carbamazepine (Tegretol) isoniazid (INH) methotrexate (Rheumatrex) methyldopa (Aldomet) fluconazole (Diflucan) itraconazole (sporanox) erythromycin (Erythrocin Ilosone อื่น ๆ ) phenytoin (Dilantin) lovastatin (Mevacor) pravastatin (Pravachol) simvastatin (Zocor) และอื่น ๆ

 Metformin (Glucophage)

Metformin (Glucophage) ถูกทำลายในตับ เช่นเดียวกับแอลกอฮอล์ในไวน์  การดื่มไวน์และการใช้ยา metformin (Glucophage) อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ร้ายแรง

  • Metronidazole (Flagyl)

แอลกอฮอล์ในไวน์มีปฏิกิริยากับ metronidazole (Flagyl) อาจทำให้มีการอาเจียน เหงื่อออก ปวดศีรษะและหัวใจเต้นแรงขึ้น อย่าดื่มไวน์ขณะที่รับประทาน metronidazole (Flagyl)

  • Phenytoin (Dilantin)

ร่างกายย่อย phenytoin (Dilantin) เพื่อกำจัดออกไปซึ่งแอลกอฮอล์ในไวน์อาจช่วยให้การทำลายสาร phenytoin (Dilantin)เป็นไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น การดื่มไวน์และการใช้ phenytoin (Dilantin) อาจลดประสิทธิภาพของ phenytoin (Dilantin) และมีโอกาสชักสูง

  • ยากล่อมประสาท (Barbiturates)

แอลกอฮอล์ในไวน์อาจทำให้เกิดอาการง่วงนอนได้ ยาที่ทำให้เกิดอาการง่วงนอนเรียกว่ายากล่อมประสาท การรับประทานไวน์และยากล่อมประสาทอาจทำให้ง่วงนอนได้มากขึ้น

  • ยากล่อมประสาท (Benzodiazepines)

บางส่วนของยาเหล่านี้ ได้แก่ clonazepam (Klonopin) diazepam (Valium) lorazepam (Ativan) และอื่น ๆ

  • ยากล่อมประสาท (CNS)

บางส่วนของยา ได้แก่ clonazepam (Klonopin) lorazepam (Ativan) phenobarbital (Donnatal) zolpidem (Ambien) และอื่น ๆ

  • ยาปฏิชีวนะ

แอลกอฮอล์ในไวน์สามารถทำปฏิกิริยากับยาปฏิชีวนะบางชนิดได้ และทำให้อารมณ์เสีย อาเจียน เหงื่อ  ปวดศีรษะและหัวใจเต้นแรง ไม่ควรดื่มเหล้าไวน์ในขณะที่รับประทานยาปฏิชีวนะได้แก่ metronidazole (Flagyl) sulfamethoxazole (Gantanol), sulfasalazine (Azulfidine), sulfisoxazole (Gantrisin), trimethoprim/sulfamethoxazole (Bactrim, Septra),

  • แอสไพริน

แอสไพรินบางครั้งอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อกระเพาะอาหารและทำให้เกิดแผลและมีเลือดออกได้ แอลกอฮอล์ในไวน์อาจทำให้กระเพาะอาหารเสียหายได้เช่นกัน การใช้แอสไพรินร่วมกับไวน์อาจเพิ่มโอกาสเป็นแผลและมีเลือดออกในกระเพาะอาหาร หลีกเลี่ยงการรับประทานไวน์และแอสไพรินร่วมกัน

  • Cefamandole (Mandol)

แอลกอฮอล์ในไวน์สามารถทำปฏิกิริยากับยาcefamandole (mandol) อาจทำให้อาเจียน เหงื่อออก ปวดศีรษะ และหัวใจเต้นแรงขึ้น ไม่ควรดื่มไวน์ขณะรับประทาน cefamandole (mandol)

  • Cefoperazone (Cefobid)

แอลกอฮอล์ในไวน์สามารถทำปฏิกิริยากับยาcefoperazone (cefobid) อาจทำให้อาเจียน เหงื่อออก ปวดศีรษะ และหัวใจเต้นแรงขึ้น ไม่ควรดื่มไวน์ขณะรับประทาน cefoperazone (cefobid)

  • Erythromycin

ร่างกายย่อยแอลกอฮอล์ในไวน์เพื่อกำจัดออกไป Erythromycin สามารถลดความสามารถในการกำจัดแอลกอฮอล์ลงได้อย่างรวดเร็ว การดื่มไวน์และการใช้ erythromycin อาจเพิ่มผลข้างเคียงของแอลกอฮอล์

  • Griseofulvin (Fulvicin)

ร่างกายย่อยแอลกอฮอล์ในไวน์เพื่อกำจัดออกไป Griseofulvin (Fulvicin) ช่วยลดปริมาณ แอลกอฮอล์ลงได้อย่างรวดเร็ว การการใช้ยาดังกล่าวร่วมกัน อาจทำให้ปวดหัวอาเจียน และอาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ได้ ไม่ควรดื่มไวน์ขณะรับประทาน griseofulvin

  • ยาที่ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร (H2-Blockers)

ยาลดกรดในกระเพาะบางชนิดอาจมีผลต่อแอลกอฮอล์ในไวน์ การดื่มไวน์พร้อมด้วยยาดังกล่าว อาจเพิ่มปริมาณแอลกอฮอล์ที่ร่างกายดูดซึมและเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ยาลดกรดในกระเพาะอาหารบางชนิด ได้แก่ cimetidine (Tagamet) ranitidine (Zantac) nizatidine (Axid) และ famotidine (Pepcid)

  • NSAIDs (ยารักษาการอักเสบ nonsteroidal)

NSAIDs เป็นยารักษาการอักเสบที่ใช้ในการลดอาการปวด และบวม NSAIDs บางครั้งอาจทำให้เกิดความเสียหายในกระเพาะอาหารและลำไส้ ทำให้เกิดแผลและมีเลือดออก เช่นเดียวกับแอลกอฮอล์ในไวน์ หลีกเลี่ยงการดื่มไวน์และ NSAIDs ร่วมกัน

NSAIDs บางชนิดประกอบด้วย ibuprofen (Advil Motrin Nuprin อื่น ๆ ) indomethacin (Indocin) naproxen (Aleve Anaprox Naprelan Naprosyn) piroxicam (Feldene) แอสไพรินและอื่น ๆ

  • Tolbutamide (Orinase)

ร่างกายย่อยแอลกอฮอล์ในไวน์เพื่อกำจัดออกไป และTolbutamide (Orinase) สามารถลดปริมาณแอลกอฮอล์ลงได้อย่างรวดเร็ว การดื่มไวน์พร้อมกับการรับประทาน tolbutamide (Orinase) อาจทำให้ปวดหัว อาเจียน และอาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ หลีกเลี่ยงการดื่มไวน์ถ้าคุณรับประทาน tolbutamide (orinase)

  • Warfarin (Coumadin)

Warfarin (Coumadin) ใช้ในการชะลอการแข็งตัวของเลือด แอลกอฮอล์ในไวน์สามารถมีปฏิกิริยาและเปลี่ยนประสิทธิผลของ warfarin (Coumadin) ควรตรวจเลือดเป็นประจำ และเปลี่ยนแปลงปริมาณ Warfarin

ปริมาณการใช้ยา

ข้อมูลนี้ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์โดยตรง ปรึกษาแพทย์ประจำตัวหรือแพทย์ของคุณก่อนที่จะใช้ยานี้

ปริมาณยาทั่วไปสำหรับไวน์

ปริมาณการใช้ยา: เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หนึ่งแก้วมีขนาดเท่ากับแก้ว 4 ออนซ์ หรือ 120 มล. แก้วเบียร์ 12 ออนซ์หรือสุรา 1 ออนซ์

ปริมาณการใช้ต่อไปนี้ได้รับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์:

การรับประทาน:

เพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง: ดื่ม1-2 แก้ว (120-240 มล.) ต่อวัน

สำหรับการลดความเสี่ยงของภาวะหัวใจล้มเหลว: ดื่มได้ถึงสี่แก้วต่อวัน

เพื่อลดการสูญเสียทักษะการคิดในผู้ชายที่มีอายุมาก: ดื่มได้ 1 แก้วต่อวัน

สำหรับการลดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานประเภท 2 ในผู้ชายที่มีสุขภาพดี: ระหว่าง 2 แก้วต่อสัปดาห์ถึง และสามหรือสี่แก้วต่อวัน

เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจในคนที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2: ดื่มได้ถึง 7 แก้วต่อสัปดาห์

เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นแผลที่เรียกว่า Helicobacter pylori: ดื่มได้มากกว่า 75 กรัม

ผู้ป่วยแต่ละคนอาจใช้สมุนไพรชนิดนี้ในปริมาณที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับอายุ สุขภาพ และเงื่อนไขอื่น ๆ สมุนไพรไม่ได้รับรองความปลอดภัยเสมอไป ควรสอบถามแพทย์สำหรับปริมาณการใช้ที่เหมาะสมกับตนเอง

รูปแบบของไวน์

ไวน์อาจมีอยู่ในรูปแบบยาต่อไปนี้:

  • ไวน์
  • แคบซูลสารสกัดจากไวน์แดง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

    บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
    happy unhappy"

    บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

    เฉาก๊วย เมนูคลายร้อนยอดนิยม มีประโยชน์สุขภาพมากกว่าที่คุณรู้

    เฉาก๊วย ถูกแปรรูปมาจากต้น Mesona chinensis Benth เป็นพืชตระกูลเดียวกับมิ้นต์ หรือสาระแหน่ มักค้นพบได้มากในประเทศจีน และถูกแพร่กระจายออกไปทั่วโลกในปัจจุบัน

    ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
    เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
    โภชนาการ, สุขภาพชีวิตที่ดี พฤษภาคม 18, 2020 . เวลาในการอ่าน

    ใบมะละกอ และ สรรพคุณทางยา ที่คุณอาจไม่เคยรู้

    มะละกอ เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายๆ ด้านอีกด้วย แต่ไม่ใช้เพียงแต่ผลของมันเท่านั้นที่มีประโยชน์ ใบมะละกอ ก็มีประโยชน์ด้านสุขภาพเช่นกัน

    ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
    เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
    เคล็ดลับสุขภาพ, สุขภาพชีวิตที่ดี พฤษภาคม 11, 2020 . เวลาในการอ่าน

    7 สมุนไพรต้านไวรัส ที่คุณควรรีบหามาดูแลสุขภาพด่วน!

    การป้องกันการติดเชื้อไวรัสนั้นมีหลายวิธี เช่น การฉีดวัคซีน การออกกำลังกายให้แข็งแรง และอีกวิธีที่เราอยากแนะนำก็คือ การบริโภค สมุนไพรต้านไวรัส ทั้ง 7 ชนิดนี้

    ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
    เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
    เคล็ดลับสุขภาพ, สุขภาพชีวิตที่ดี พฤษภาคม 8, 2020 . เวลาในการอ่าน

    สารก่อมะเร็ง ที่คุณควรรู้จักไว้ เพื่อความปลอดภัยในการใช้ชีวิต

    เมื่อพูดถึง สารก่อมะเร็ง หลายคนอาจรู้แค่ว่ามันเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง แต่ยังไม่รู้ว่ามีอะไรบ้างที่ควรระวัง ซึ่ง Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝากกัน

    ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
    เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
    เคล็ดลับสุขภาพ, สุขภาพชีวิตที่ดี พฤษภาคม 8, 2020 . เวลาในการอ่าน

    บทความแนะนำ

    อาหารเสริมสำหรับเด็ก-ความสำคัญ-ข้อควรรู้

    อาหารเสริมสำหรับเด็ก สำคัญกับลูกน้อยมากแค่ไหน

    ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
    เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
    เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 17, 2020 . เวลาในการอ่าน
    สมุนไพร-คลายเครียด

    สมุนไพร คลายเครียด ลดความวิตกกังวล มีอะไรบ้างนะ

    ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
    เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
    เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 8, 2020 . เวลาในการอ่าน
    สมุนไพรคลายเครียด-ลดความกังวล-ป้องกันซึมเศร้า

    สมุนไพรคลายเครียด ลดความกังวล ป้องกันซึมเศร้า ด้วยวิธีทางธรรมชาติ

    ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
    เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
    เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 4, 2020 . เวลาในการอ่าน
    ประโยชน์-ชาขาว-บำรุงสุขภาพ

    5 คุณประโยชน์ของ ชาขาว ชาจากธรรมชาติ บำรุงสุขภาพคุณ

    ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
    เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
    เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 21, 2020 . เวลาในการอ่าน