home

What are your concerns?

close
Inaccurate
Hard to understand
Other

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ดอกเสาวรส (Passion Flower)

การใช้ประโยชน์ ดอกเสาวรส|การทำงานดอกเสาวรสเป็นอย่างไรบ้าง|ข้อควรระวังและคำเตือน|ดอกเสาวรสมีความปลอดภัยแค่ไหน|ผลข้างเคียง|ปฏิกิริยาระหว่างยา|ขนาดการใช้|สมุนไพรดังกล่าวอาจอยู่ในรูปแบบใด
ดอกเสาวรส (Passion Flower)

การใช้ประโยชน์ ดอกเสาวรส

ดอกเสาวรส ใช้ทำอะไร

ดอกเสาวรส (Passion flower) เป็นพืชที่นำมารักษาอาการ และโรคต่างๆ ได้ดังนี้

ดอกเสาวรสยังสามารถใช้ควบคู่ หรือผสมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ เช่น หญ้าฮอปส์ (hops) ต้นคาวา (kava) ต้นสกูลแคป (skullcap) ต้นวาเลอเรียน (valerian) เพราะจะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ดอกเสาวรส สามารถใช้ในผลิตภัณฑ์กล่อมประสาท และเป็นตัวช่วยในการนอนหลับ แต่ต้องถูกยกเลิกให้ใช้ในปี ค.ศ. 1978 เพราะไม่มีการรับรองถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพของสมุนไพรนี้ แต่อย่างไรก็ตามดอกเสาวรสนำไปเป็นส่วนประกอบหลักของผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือสามารถผสมกับสมุนไพรอื่นๆ ได้

การทำงานดอกเสาวรสเป็นอย่างไรบ้าง

มีการศึกษาไม่เพียงพอเกี่ยวกับวิธีการทำงานของดอกเสาวรส ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรหรือแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม แต่อย่างไรก็ตามบางงานวิจัยได้กล่าวว่า สารเคมีของดอกเสาวรส จะช่วยให้หลับสบาย ไร้ความกังวล และบรรเทาอาการชักกระตุกของกล้ามเนื้อขณะที่คุณนอนหลับได้

ข้อควรระวังและคำเตือน

เราควรรู้อะไรบ้างก่อนใช้ดอกเสาวรส

ควรปรึกษากับแพทย์และเภสัชกรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรถ้ามีอาการหรือลักษณะ ดังต่อไปนี้

  • ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เนื่องจากในขณะที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรควรจะได้รับยาหรือสมุนไพรบำรุง ที่จัดจำหน่ายโดยแพทย์เท่านั้น
  • อยู่ในระหว่างการใช้ยาหรือสมุนไพรอื่นๆ ร่วมด้วย รวมถึงยาทุกชนิดที่ซื้อรับประทานเองโดยไม่มีใบสั่งยาจากแพทย์
  • มีอาการแพ้สารที่มีส่วนประกอบของดอกเสาวรสหรือยาและสมุนไพรชนิดอื่น
  • มีอาการเจ็บป่วย มีอาการผิดปกติ หรือมีโรคอื่นๆ แทรกซ้อน
  • มีอาการแพ้ต่าง ๆ เช่นแพ้อาหาร สีผสมอาหาร สารกันบูด หรือเนื้อสัตว์

ข้อบังคับสำหรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรเสริมอาหารนั้นมีความเข้มงวดน้อยกว่าข้อบังคับของการใช้ยา จึงจำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัยในการใช้ ประโยชน์ของการใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรเสริมอาหารนี้จะต้องมีค่าน้ำหนักมากกว่าความเสี่ยง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรหรือแพทย์หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม

ดอกเสาวรสมีความปลอดภัยแค่ไหน

ดอกเสาวรสสามารถใช้ในการประกอบอาหาร และรับประทานได้ แต่สำหรับการนำมาทำเป็นยา หรือชา ผู้บริโภคควรทานในระยะสั้น (น้อยกว่า 2 เดือน) ในปริมาณที่เหมาะสม จึงจะปลอดภัยกับร่างกาย

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ดอกเสาวรสมีอะไรบ้าง

ดอกเสาวรสอาจทำให้คุณเกิดอาการเวียนศีรษะ สับสน กล้ามเนื้อทำงานผิดปกติ มีการเปลี่ยนแปลงของระดับความรู้สึกตัว และหลอดเลือดอักเสบ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน รวมถึงอัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้น

ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับผลข้างเคียงดังกล่าว ซึ่งหากพบอาการข้างเคียงใดๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือนักสมุนไพรศาสตร์ก่อนการใช้เสมอ

ปฏิกิริยาระหว่างยา

การทานสมุนไพรนี้อาจมีผลต่อยาที่ทานในปัจจุบัน ดังนั้นควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรและแพทย์ก่อนใช้

กลุ่มตัวยาที่มักจะมีปฏิกิริยากับดอกเสาวรส คือกลุ่มยากล่อมประสาท (CNS depressants) เพราะดอกเสาวรสมีฤทธิ์ที่ทำเกิดความง่วงซึมหากรับประทานยายากลุ่มกล่อมประสาทเพิ่ม อาจทำให้ผู้บริโภคมีอาการง่วงมากเกินไป

ตัวอย่างกลุ่มยากล่อมประสาท เช่น ยาเพนโทบาร์บิทอล (Pentobarbital) , ยาฟีโนบาร์บิทัล (Phenobarbital) , เซโคบาร์บิตาล (Secobarbital) , ยาโคลนาซีแพม (Clonazepam) , ยาลอราซีแพม (Lorazepam) , ยาโซลพิเดม (Zolpidem) เป็นต้น

ขนาดการใช้

ข้อมูลนี้ไม่สามารถเป็นคำสั่งในการใช้ยาได้ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมุนไพรหรือแพทย์ก่อนการใช้

ปกติแล้วควรใช้ดอกเสาวรสในปริมาณเท่าใด

  • สำหรับผู้ที่เป็นโรควิตกกังวล (GAD) : ควรทานปริมาณ 45 หยด ของสารสกัดจากดอกเสาวรส ทุกวัน และรูปแบบของยาเม็ดในปริมาณ 90 mg ต่อวัน
  • สำหรับผู้ที่เลิกยา Narcotic : ควรทานปริมาณ 60 หยด ของสารสกัดจากดอกเสาวรสผสมกับสารโคลนิดีนในปริมาณ 8 mg

ปริมาณการใช้ดอกเสาวรส อาจแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละบุคคล โดยขึ้นอยู่กับอายุ สุขภาพและปัจจัยอื่นๆ การใช้ยาสมุนไพรนั้นอาจไม่ได้มีความปลอดภัยเสมอ จึงควรปรึกษานักสมุนไพรศาสตร์หรือแพทย์ในเรื่องปริมาณที่เหมาะสม

สมุนไพรดังกล่าวอาจอยู่ในรูปแบบใด

สมุนไพรดังกล่าวอาจอยู่ในรูปแบบต่อไปนี้

  • แคปซูล
  • สารสกัดเข้มข้น
  • ดอกเสาวรสรูปแบบผง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา
รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย Ploylada Prommate แก้ไขล่าสุด 12/05/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ