home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

บิสมัท (Bismuth)

สรรพคุณ|กลไกการออกฤทธิ์|ข้อควรระวังและคำเตือน|ความปลอดภัย|ผลข้างเคียง|ปฏิกิริยาระหว่างยา|ขนาดยา|รูปแบบของบิสมัทมา

สรรพคุณ

บิสมัท เป็น องค์ประกอบสารชนิดหนึ่งซึ่งอยู่ในส่วน atomic number 83 (อะตอม 83). อาหารเสริมที่มีบิสมัทปกติประกอบด้วยบิสมัทที่เป็นเกลือ

คนทั่วไปรับประทานบิสมัทเพื่อ:

  • รักษาโรคลำไส้ใหญ่
  • รักษาโรคท้องผูก
  • รักษาโรคท้องเสียและ โรคท้องเสียจากการเดินทาง
  • รักษาอาการอาหารไม่ย่อย
  • รักษาการติดเชื้อเอชไพโลไร(H. pylori)
  • รักษาโรคกะเพาะอาหารซึ่งมีสาเหตุมากจากยาลดการอักเสบ (NSAID)
  • รักษาอาการแผลในกะเพาะอาหาร
  • รักษาโรคไวรัสลงกะเพาะอาหาร

คนทั่วไปใช้เกลือบิสมัททาลงผิวหนังเพื่อบรรเทาโรคริดสีดวงทวาร.

คนทั่วยังไปใช้บิสมัทเป็นการแก้อักเสบในถุงน้ำดี. เกลือบิสมัทใส่ในเครื่องสำอางค์ม,เครื่องแบตเตอรี่, สี,และเม็ดพลาสติกในโรงงานอุตสาหกรรมด้วย.

กลไกการออกฤทธิ์

เนื่องจากยังไม่มีการศึกษาเพียงพอเกี่ยวกับกลไกการออกฤทธิ์ของบิสมัท. ควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม มีควมเชื่อว่าเกลือบิสมัทช่วยกำจัดแบททีเรีย ที่เป็นสาเหตุของโรคในกะเพาะอาหาร เช่น โรคท้องเสีย และโรคกะเพราะอาหาร เกลือบิสมัททำงานเหมือนยาลดกรดเพื่อรักษาอาการ เช่น อาการอาหารไม่ย่อย และบิสมัทอาจช่วยเร่งการแข็งตัวของเลือดเร็วขึ้นอีกด้วย.

ข้อควรระวังและคำเตือน

ปรึกษาแพทย์ เภสัชกรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรในกรณีที่:

  • ตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร เนื่องจากในขณะให้นมบุตรนั้น ควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น
  • กำลังใช้ยาอื่น ๆ รวมถึงยาที่สามารถซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งจากแพทย์
  • มีอาการแพ้สารในบิสมัท ยาอื่น ๆ หรืออาหารเสริมอื่น ๆ
  • มีโรคอื่น ๆ มีความผิดปกติหรือพยาธิสภาพอื่น ๆ
  • มีอาการแพ้อื่น ๆ เช่น แพ้อาหาร สีผสมอาหาร สารกันบูดหรือเนื้อสัตว์ต่าง ๆ

 

ข้อกำหนดสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบิสมัทมีความเข้มงวดน้อยกว่าข้อกำหนดยาอื่น ๆ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย การใช้ผลิตภัณฑ์นี้ต้องมีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม

ความปลอดภัย

การรับประทานเกลือบิสมัทบางทีเรียกว่ายาบิสมัทซับแกลเลต ในระยะเวลาสั้นตามที่กำหนด จะค่อนข้างปลอดภัยเมื่อใช้เพื่อรักษากลิ่นที่มีจากลำไส้เล็ก. เกลือบิสมัทเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า บิสมัท ซับซาลิไซเลต ค่อนข้างปลอดภัยเมื่อรับประทานในระยะเวลาสั้นตามกำหนดเพื่อรักษาอาการท้องเสีย.

เกลือบิสมัทความปลอดภัย หากรับประทานอย่างเหมาะสมในระยะสั้น. เกลือบิสมัทรวมทั้ง Ranitidine bismuth citrate, Colloidal bismuth subcitrate และBismuth subnitrate ความปลอดภัยเมื่อรับประทานขนาดยา 400-2100 มิลลิกรัม ประจำทุกวัน ไม่เกิน 56 วัน.

บิสมัทไม่ปลอดภัยเมื่อรับประทานในปริมาณมาก

ช่วงตั้งครรภ์หรือช่วงให้นมบุตร: ยังมีข้อมูลไม่เพียงพอเกี่ยวกับการใช้บิสมัทช่วงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ปลอดภัยไว้ก่อนและหลีกเลี่ยงการใช้.

เด็ก: Bismuth Subgallate และ Bismuth subsalicylate มีแนวโน้มที่จะปลอดภัยเมื่อรับประทานเป็นระยะเวลาสั้นตามกำหนด. รับประทาน Bismuth Subgallate 200-400 มิลลิกรัม สี่ครั้งต่อวัน ซึ่งรับรองโดย US FDA ว่าเป็นยาระงับแบคทีเรียสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี. รับประทาน Bismuth subsalicylate ปริมาณ 1.05 กรัม ต่อชั่วโมงตามความต้องการ (ห้ามเกินกว่า ปริมาณ 4.2 กรัม ต่อวัน) ได้มากกว่า 12 วันซึ่งรับรองโดย US FDA เพื่อรักษาอาการท้องเสียในเด็กอายุอายุต่ำกว่า 12 ปี. เนื่องจากไม่มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความปลอดภัยโดยการรับประทานเกลือบิสมัทสำหรับเด็ก. บิสมัทมีแนวโน้มที่จะไม่มีความปลอดภัยเมื่อรับประทานในปริมาณมากหรือในระยะยาวนานเกินไป.

อาการแพ้ต่อสารซาลิไซเลต: อาหารเสริมที่มีบิสมัทจำนวนมากในเกลือบิสมัทเรียกว่า บิสมัทซาลิไซเลต เมื่อรับประทานบิสมัทซาลิไซเลตจะแตกตัวในกะเพาะอาหารเพื่อสร้าง บิสมัทและ ซับซาลิไซเลต. ในทฤษกี ผู้ที่มีความรู้สึกไวกับสาริไซเลตอาจมีผลข้างเคียงรุนแรงกับอาหารเสริมเหล่านี้.

ผลข้างเคียง

การรับประทานบิสมัทในปริมาณมากสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการไตวาย. ในระยะยาวการใช้บิสมัทสามารถส่งผลให้เกิดความเสียหายของเส้นประสาทอีกด้วย.

ไม่ทุกคนที่ประสบผลข้างเคียงเหล่านี้ แต่อาจเกิดผลข้างเคียงที่ไม่ได้ระบุข้างต้น ถ้าท่านมีสงสัยเกี่ยวกับผลข้าง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรหรือแพทย์.

ปฏิกิริยาระหว่างยา

บิสมัทอาจมีปฏิกิริยากับยาที่รับประทานอยู่หรืออาการที่เกี่ยวกับการรักษาอยู่.ปรึกษาแพทย์ของท่านก่อนที่จะใช้.

ขนาดยา

ข้อมูลที่ได้รับนี้ไม่ได้เป็นตัวแทนคำแนะนำทางการแพทย์. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมุนไพรหรือแพทย์ของทางสม่ำเสมอการใช้เพื่อการรักษา.

ขนาดยาปกติของบิสมัท

ขนาดยาดังต่อไปนี้ได้ศึกษาในผลวิจัยทางการแพทย์ว่า:

รับประทาน:

เพื่อป้องกันโรคฝีซึ่งเป็นสาเหตุจากแบคทีเรียที่เรียกว่า Helicobacter pylori (H. pylori): ซึ่งเป็นการรักษาสามชั้น รับประทานbismuth subcitrate 120 mg, amoxicillin 500 mg และ metronidazole 250 mg สี่ครั้งต่อวัน เป็นเวลา 14 วัน. การรักษาแบบ bismuth quadruple therapy (BQT), ใช้เกลือ 240-1680 mg ต่อวัน, metronidazole 400-1500 mg ต่อวัน tetracycline 1500-2000 mg ต่อวัน และยาที่ช่วยลดกรดในกะเพาะอาหาร (กลุ่มยา proton pump inhibitor) ใช้เป็นระยะเวลา 7-14 วัน.

โรคฝีในกะเพาะอาหาร: รับประทาน bismuth subnitrate 700 mg สามครั้งต่อวัน เป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ ใช้ bismuth subnitrate 300 mg สี่ครั้งต่อวัน omeprazole 20 mg วันละสองครั้ง และ amoxicillin 500 mg สี่ครั้งต่อวันเป็นระยะเวลาสองสัปดาห์.

ป้องกันโรคท้องเสียระหว่างเดินทางท่องเที่ยว: รับประทาน bismuth subsalicylate 1.05-2.1 grams โดยแบ่งขนาดยาสองส่วนต่อวันเริ่มตั้งแต่วันก่อนออกเดินทางและต่อเนื่องจนถึงวันเดินทางกลับสองวัน.

ขนาดยาของบิสมัทอาจแตกต่างสำหรับผู้ป่วยทุกราย. ขนาดยาที่ท่านใช้ขึ้นอยู่กับ อายุ, สุขภาพ และเงื่อนไขอื่นๆ. อาหารเสริมไม่ปลอดภัยเสมอไป ควรปรึกษาแพทย์เพื่อขนาดยาที่เหมาะสม.

รูปแบบของบิสมัทมา

บิสมัทอาจวางขายในรูปแบบดังต่อไปนี้:

  • ยาแขวนตะกอนชนิดรับประทาน บิสมัท 262 mg/15 mL
  • ยาแคปซูล

***Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ วินิจฉัยหรือการรักษา***.

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Bismuth http://www.webmd.com/vitamins-supplements/ingredientmono-1502-bismuth.aspx?activeingredientid=1502&activeingredientname=bismuth Accessed September 9, 2017
Bismuth http://www.naturesownherbs.com/ns/DisplayMonograph.asp?StoreID=F541321FCA7A46F39570F4B746463119&DocID=basic-interactions-bismuth Accessed September 9, 2017


บทความที่ี่เกี่ยวข้อง


รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย Ploylada Prommate
แก้ไขล่าสุด 04/12/2017
x