home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ คืออะไร และส่งผลต่อคุณผู้ชายอย่างไร?

ภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ คืออะไร และส่งผลต่อคุณผู้ชายอย่างไร?

เทสโทสเตอโรน (Testosterone) เป็นฮอร์โมนเพศชายที่มีบทบาทสำคัญหลายอย่างในร่างกายของผู้ชาย และหากผู้ชายเกิด ภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ (Male Hypogonadism) อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพทางเพศของคุณผู้ชายในหลายๆเรื่อง Hello คุณหมอ จะพาไปดูว่า เทสโทสเตอโรนต่ำเกิดจากอะไร และจะแก้ไขได้ด้วยวิธีใด

ภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ คืออะไร

เป็นภาวะที่ร่างกายผลิตฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนได้ไม่เพียงพอ โดยคุณอาจเกิดมาพร้อมกับ ภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ หรืออาจเกิดขึ้นในช่วงหลังของชีวิตก็ได้

ผลกระทบและสิ่งที่คุณเป็นอยู่ สามารถจัดการกับอาการนี้ได้ ขึ้นอยู่กับสาเหตุและช่วงเวลาของการเกิดอาการ ภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำบางประเภทสามารถรักษาได้ด้วยการใช้ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนทดแทน

อะไรทำให้เกิด ภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ

โดยทั่วไป สาเหตุของภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่

1 ภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำแบบปฐมภูมิ (Primary Hypogonadism)

เป็นภาวะที่เกิดกับลูกอัณฑะโดยตรง มีสาเหตุหลายอย่าง เช่น

  • กลุ่มอาการไคลน์เฟลเตอร์ (Klinefelter Syndrome) ภาวะทางพันธุกรรมที่ผู้ชายเกิดมาพร้อมกับโครโมโซม x ที่มากกว่าปกติ ทำให้พัฒนาการของอัณฑะไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้ไม่สามารถผลิตเทสทอสเทอโรนได้
  • ภาวะลูกอัณฑะไม่ลงถุงตั้งแต่ก่อนคลอด ลูกอัณฑะจะถูกสร้างขึ้นในช่องท้อง และปกติจะเลื่อนลงมาอยู่ที่ถุงอัณฑะ แต่บางทีอัณฑะข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้าง ไม่เลื่อนตัวลงมาในตอนเกิด ภาวะนี้มักจะหายไปได้เองภายใน2-3 ปีแรก โดยไม่ต้องรักษา แต่ถ้าภาวะนี้ไม่หายไปในช่วงวัยเด็ก ก็อาจนำไปสู่การทำงานผิดปกติของอัณฑะและการสร้างเทสโทสเตอโรน
  • อัณฑะอักเสบจากเชื้อคางทูม ถ้าคางทูมทำให้เกิดการอักเสบที่อัณฑะนอกเหนือจากต่อมน้ำลาย ในช่วงวัยรุ่นหรือวัยผู้ใหญ่ อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อลูกอัณฑะ ส่งผลต่อการทำงานของอัณฑะและการสร้างเทสโทสเตอโรน
  • ภาวะเหล็กเกิน สามารถทำให้การทำงานของลูกอัณฑะล้มเหลว หรือการทำงานของต่อมใต้สมองผิดปกติ ส่งผลต่อการสร้างเทสโทสเตอโรน
  • อาการบาดเจ็บที่อัณฑะ เนื่องจากอัณฑะอยู่ภายนอกร่างกาย จึงมีโอกาสที่จะบาดเจ็บได้
  • การรักษามะเร็ง การทำเคมีบำบัดหรือรังสีบำบัดเพือรักษามะเร็ง สามารถรบกวนการสร้างเทสโทสเตอโรนและอสุจิ

2 ภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำแบบทุติยภูมิ (Secondary Hypogonadism)

ในภาวะนี้ลูกอัณฑะจะเป็นปกติ แต่การทำงานผิดปกติเนื่องจากมีปัญหากับต่อมใต้สมองหรือสมองส่วนไฮโปธาลามัส ที่ทำหน้าที่ส่งสัญญาณมายังลูกอัณฑะให้ผลิตเทสโทสเตอโรน สาเหตุสามารถเกิดได้จาก

  • กลุ่มอาการคาลแมนน์ (Kallmann Syndrome) พัฒนาการที่ผิดปกติของสมองส่วนไฮโปธาลามัส ซึ่งเป็นบริเวณของสมองที่ควบคุมการหลั่งฮอร์โมนของต่อมใต้สมอง
  • ความผิดปกติของต่อมใต้สมอง ทำให้การหลั่งของฮอร์โมนของต่อมใต้สมองบกพร่อง เช่น เนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง
  • โรคที่เกิดจากอาการอักเสบต่างๆ ซึ่งเกิดกับสมองไฮโปธาลามัสและต่อมใต้สมอง
  • เอดส์/เอชไอวี สามารถทำให้เทสโทสเตอโรนต่ำได้ ด้วยการส่งผลต่อสมองไฮโปธาลามัส ต่อต่อมใต้สมอง และต่ออัณฑะ
  • การใช้ยาบางอย่าง เช่น ยาแก้ปวดชนิดเสพติด หรือฮอร์โมนบางชนิด
  • วัยที่เพิ่มขึ้น เมื่อผู้ชายอายุมากขึ้น การสร้างเทสโทสเตอโรนจะลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง

สัญญาณและอาการของภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ

ขึ้นอยู่กับอาการเกิดขึ้นในช่วงใด เช่น ถ้าการขาดเทสโทสเตอโรนเกิดขึ้นก่อนช่วงแตกเนื้อหนุ่ม หรือช่วงระหว่างสู่วัยหนุ่ม จะมีอาการ เช่น เข้าสู่ช่วงวัยหนุ่มล่าช้า ลูกอัณฑะและอวัยวะเพศไม่เติบโต ไม่มีขนในที่ลับหรือขนบนใบหน้า ไม่มีการผลิตอสุจิในอัณฑะ ทำให้ไม่สามารถมีบุตรได้

สำหรับผู้ชายที่เข้าสู่วัยหนุ่มแล้ว อาการอาจได้แก่ อวัยวะเพศไม่แข็งตัว ขาดแรงขับทางเพศ และประสิทธิภาพทางเพศต่ำ เหนื่อยอ่อนง่าย ขาดแรงจูงใจ ขาดสมาธิ ไม่มีขนในที่ลับ และขนบนใบหน้า จำนวนอสุจิลดลง อัณฑะเล็กและนิ่ม อารมณ์แปรปรวน มีไขมันในร่างกายเพิ่มขึ้น อาจมีหน้าอกใหญ่ขึ้น กล้ามเนื้อโดยรวมลดลง มีริ้วรอยเหี่ยวย่นบนผิว เหงื่อออกเยอะขึ้น

ฮอร์โมนเพศชายต่ำพบได้บ่อยแค่ไหน

ภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำพบได้บ่อยในผู้ชายสูงวัย ระดับเทสโทสเตอโรนในผู้ชายจะเริ่มลดต่ำลงหลังวัย 40 ประมาณกันว่าผู้ชายวัย 50-79 ปี ราวร้อยละ 8.4 มีภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ

ภาวะนี้ยังสัมพันธ์กับโรคเบาหวานชนิดที่สอง โดยผู้ชายที่เป็นเบาหวานชนิดที่สองราวร้อยละ 17 มีระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนต่ำ

ส่งต่อทางพันธุกรรมหรือไม่

ภาวะนี้อาจเกิดมาจากสาเหตุทางพันธุกรรมได้ เช่น กลุ่มอาการไคลน์เฟลเตอร์และแคลแมน แต่เกิดขึ้นแบบไม่สม่ำเสมอ และไม่ได้รับส่งต่อมาจากพ่อแม่

วินิจฉัย ภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ ทำได้อย่างไร

คุณผุ้ชายควรหมั่นสังเกตอาการของตัวเอง และหากไปปรึกษาแพทย์ ควรมีการเก็บประวัติการรักษาอย่างละเอียด เช่น ลักษณะของเพศชายที่ไม่ได้ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ตั้งแต่ตอนเกิด หรือภาวะลูกอัณฑะไม่ลงถุง และต้องมีการตรวจร่างกายอย่างละเอียด วัดขนาดของอัณฑะ และดูว่าตำแหน่งของถุงอัณฑะถูกต้องหรือไม่

อาการหลายอย่างของภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ เป็นอาการที่ไม่เฉพาะเจาะจง และอาจเกิดขึ้นได้จากภาวะโรคหลายอย่าง ดังนั้นในการวินิจฉัยภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ เป็นเรื่องสำคัญที่ควรต้องทำการทดสอบทางชีวเคมี เพื่อประเมินระดับของเทสโทสเตอโรนในเลือด

หลังจากการตรวจครั้งแรกแล้วพบว่า มีระดับฮอร์โมนเพศชายต่ำ ควรตรวจครั้งที่สองซ้ำ หลังจากนั้นอีกสองหรือสามสัปดาห์ เพื่อยืนยันผลการตรวจหลังจากนั้น อาจมีการตรวจประเภทอื่นตามมาขึ้นอยู่กับผลการตรวจข้างต้น เช่น การตรวจมวลกระดูก การตรวจน้ำกาม การตรวจวิเคราะห์ยีน และการอัลตร้าซาวด์อัณฑะเพื่อตรวจสอบการเติบโต

ภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำรักษาได้อย่างไร

สำหรับภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำแบบปฐมภูมิ มักจะเป็นการให้ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนทดแทน เพื่อเพิ่มระดับเทสโทสเตอโรนในกระแสโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ แต่อาจมีการรักษาอื่นๆเพิ่มเติม ซึ่งแตกต่างกันไปตามความจำเป็นของคนไข้แต่ละคน

การให้เทสโทสเตอโรนทดแทนมีวิธีการต่างกันหลายแบบ เช่น

  • การฉีด มักเป็นการฉีดฮอร์โมนทุก 3 หรือ 4 สัปดาห์ หรือทุก 3 เดือน เป็นการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ
  • การทาเจลเทสโทสเตอโรนลงบนผิวในตอนเช้า
  • การฝังฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน เป็นการฝังแคปซูลฮอร์โมนลงใต้ผิว วิธีการนี้มักนำมาใช้มากขึ้น เพื่อแทนการฉีดฮอร์โมนทุกสามเดือน

ในระหว่างการรักษาควรมีการตรวจระดับเทสโทสเตอโรนเพื่อสังเกตดูอาการ ถ้าจำเป็นเพื่อการปรับขนาดของฮอร์โมนที่ให้ จะได้ทำให้แน่ใจว่า ฮอร์โมนคืนสู่ระดับปกติ

ถ้าผู้ป่วยมีปัญหามะเร็งต่อมลูกหมาก ผู้เชี่ยวชาญไม่แนะนำให้ใช้การให้เทสโทสเตอโรน ดังนั้นก่อนใช้การให้ฮอร์โมนทดแทน ควรมีการตรวจต่อมลูกหมากก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีปัญหาเรื่องมะเร็งต่อมลูกหมาก

ผลข้างเคียงของการรักษาภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ

มีผลข้างเคียงในการใช้ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนค่อนข้างต่ำ ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้ เช่น ยาฉีดอาจทำให้เกิดเจ็บปวดหรือรอยช้ำบริเวณที่ฉีดยา แบบเจลอาจทำให้เกิดระคายเคืองที่ผิวหนังได้ และต้องระวังเรื่องการปนเปื้อนและส่งผ่านยาไปยังเด็กและสตรี เพราะอาจเป็นอันตรายได้

การรักษาด้วยเทสโทสเตอโรน อาจทำให้เกิดเซลล์เม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดลิ่มเลือดได้ จึงควรมีการตรวจเลือดเป็นประจำในช่วงที่มีการรักษา

อาการต่อมลูกหมากโต เป็นอีกหนึ่งผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งควรได้รับการเฝ้าระวัง โดยควรตรวจต่อมลูกหมากทุก 3 เดือน ในช่วงปีแรก จากนั้นก็ตรวจปีละครั้งในผู้ชายที่อายุมากกว่า 40 หลังจากเริ่มการรักษาเพื่อตรวจสอบว่าคุณมี ภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ หรือเปล่า ลองทำแบบทดสอบต่อไปนี้ ที่สามารถช่วยคุณตรวจสอบได้ในเบื้องต้น

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Male hypogonadism: Symptoms and treatment  (Accessed November 11, 2018)

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3255409/

Hypogonadism (Accessed November 11, 2018)

https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/15216-hypogonadism

male hypogonadism (Accessed November 11, 2018)

https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/male-hypogonadism/symptoms-causes/syc-20354881

What you need to know about male hypogonadism (Accessed November 11, 2018)

https://www.medicalnewstoday.com/articles/307634.php

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย pimruethai แก้ไขล่าสุด 11/05/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x