โรคผิวหนังอักเสบ (Eczema) แท้จริงเกิดจากอะไร

สนับสนุนบทความโดย Aveeno Dermexa

โรคผิวหนังอักเสบ หมายถึง ภาวะที่มีการอักเสบของผิวหนัง ทำให้เกิดเป็นผื่นบวมแดง มีขุย คัน อาการแสดงจะขึ้นอยู่กับระยะของรอยโรค เช่น ระยะแรก จะมีอาการคัน บวมแดง มีขุย อาจมีตุ่มน้ำหรือน้ำเหลืองเยิ้มร่วมด้วย หากเป็นเรื้อรัง ผิวก็จะแห้งหนา มีลายเส้นขึ้น และมีสีคล้ำ

สาเหตุของ โรคผิวหนังอักเสบ

สาเหตุของการเกิด โรคผิวหนังอักเสบ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประการหลักๆ ได้แก่

1. สาเหตุภายในร่างกาย ซึ่งเกิดจากโรคภูมิแพ้โดยกำเนิด หรือการถ่ายทอดทางพันธุกรรมในผู้ป่วยที่มีประวัติส่วนตัวหรือประวัติครอบครัวเป็นโรคภูมิแพ้ เช่น โรคหืด (asthma) โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ (allergic rhinitis) โรคผิวหนังอักเสบที่มาจากสาเหตุภายในร่างกาย มักเป็นๆ หายๆ พบบ่อยในเด็ก และมักพบอาการเยื่อบุตาอักเสบ แพ้อากาศ      ไอ จามบ่อยๆ หรือหอบหืด ร่วมด้วย โดยเฉพาะเวลาที่อากาศรอบตัวเปลี่ยนแปลง หรือมีเหตุกระตุ้นอื่นๆ

ลักษณะอาการของโรคผิวหนังอักเสบจากสาเหตุภายในร่างกายในระยะเริ่มแรก มักปรากฏอาการให้เห็นเป็นผื่นแดงหรือมีตุ่มแดงนูน ตุ่มน้ำใส พบได้ทั่วไปตามร่างกาย แต่มักพบบ่อยบริเวณข้อพับแขน ข้อพับขา คอ ใบหน้า และบริเวณผิวหนังที่มีการเสียดสี

2. สาเหตุภายนอกร่างกาย หรือที่เรียกว่า ผื่นแพ้สัมผัส เกิดจากการสัมผัสสารที่ระคายเคือง หรือสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ บริเวณที่เป็นขึ้นอยู่กับสาเหตุ เช่น แพ้สายนาฬิกา แพ้สร้อย แพ้ปูน หรือ แพ้ผงซักฟอก เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุอื่นๆ กระตุ้นอาการผิวหนังอักเสบได้ เช่น

– ความเครียด

– ความร้อนและเหงื่อ

– อากาศเย็นและแห้ง

แนวทางการรักษาโรคผิวหนังอักเสบ

ในการรักษาโรคผิวหนังอักเสบ ก่อนอื่น แพทย์จะวินิจฉัยโดยการตรวจผิวหนังและซักประวัติส่วนตัว เพื่อดูว่าอาการที่เกิดขึ้นนั้นมาจากสาเหตุภายใน หรือภูมิแพ้จากพันธุกรรม หรือเกิดจากการสัมผัสสารระคายเคือง โดยการรักษาอาจมีหลายวิธี แพทย์จะพิจารณาให้เหมาะกับอาการ สาเหตุ และระยะของโรค โดยมีแนวทางการรักษา ดังนี้

  • การใช้ยาแก้แพ้กลุ่ม Antihistamines และ Corticosteroids
  • การทำแผล เพื่อชำระล้างทำความสะอาดคราบน้ำเหลืองเยิ้ม หรือ สะเก็ดแข็ง ที่ปกคลุมผื่นออกไป แล้วทาครีมหรือขี้ผึ้งคอร์ติโคสเตียรอยด์จนกว่าจะหายดี
  • การรักษาด้วยการฉายแสงอัตราไวโอเลตเอ และ บี (UV Phototherapy) ซึ่งออกฤทธิ์ในการกดภูมิต้านทานของร่างกาย และยับยั้งการอักเสบของผิวหนัง

วิธีป้องกันไม่ให้อาการผิวหนังอักเสบกำเริบ

นอกจากการรักษาทางการแพทย์แล้ว ตัวผู้ป่วยเองก็จำเป็นต้องดูแลตัวเองและหลีกเลี่ยงไม่ให้อาการผิวหนังอักเสบกำเริบหรือลุกลามไปอีก โดยมีข้อแนะนำในการปฏิบัติตัวเพื่อดูแลรักษาตัวเอง และอาจจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตบางประการ เช่น

1. หลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ทางผิวหนัง เช่น อากาศร้อน อากาศเย็นหรือแห้ง หรือสถานที่ที่มีฝุ่นควัน

2. กินยาแก้แพ้เมื่อเกิดอาการตามคำสั่งของแพทย์

3. อาบน้ำอย่างถูกวิธีโดย

  • ไม่ควรใช้เวลาอาบน้ำนานเกินไป เวลาที่เหมาะสม คือ ไม่เกิน 5-10 นาที โดยใช้น้ำอุณหภูมิห้อง
  • หลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อนอันเป็นสาเหตุทำให้ผิวแห้งมากขึ้น
  • เลือกครีมอาบน้ำ ที่ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง มีส่วนประกอบของสารให้ความชุ่มชื้น ฟื้นฟูผิวแห้ง และลดการอักเสบเช่น สารสกัดจากข้าวโอ๊ต

4. ทายาบรรเทาอาการคันบริเวณที่มีการอักเสบตามคำสั่งแพทย์

5. หลีกเลี่ยงการเกา

6. ใช้การประคบเย็น

7. เลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้านุ่มสบาย ระบายอากาศได้ดี เช่น ผ้าฝ้าย

8. ทาสารเพิ่มความชุ่มชื้นผิวหนัง (moisturiser) ในรูปแบบของครีมหรือขี้ผึ้งอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง โดยสารให้ ความชุ่มชื้นที่ดีควรมีคุณสมบัติ ดังนี้

  • ปราศจาก สาร SLS น้ำหอม หรือสารกันเสีย เพื่อลดโอกาสการระคายเคือง
  • ปราศจากสารสเตียรอยด์​
  • ส่วนประกอบที่มีคุณสมบัติให้ความชุ่มชื้น ลดการอักเสบและอาการคัน เช่น เซราไมด์ สารสกัดจากข้าวโอ๊ต หรือ น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ เพื่อช่วยบำรุงผิวแห้งระคายเคืองมากให้กลับมาชุ่มชื้น

ซึ่งผลิตภัณฑ์สามารถมาในรูปแบบของทั้งเซรั่ม ครีม น้ำมัน หรืออื่นๆ โดยคนไข้สามารถเลือกให้เหมาะกับสภาพความต้องการของผิวตนเอง

การรักษาโรคผิวหนังอักเสบจะมีประสิทธิผลมากเพียงใดนั้น ต้องมาจากการวินิจฉัยที่ถูกต้องว่าสาเหตุเกิดจากอะไรกันแน่ ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดคือปรึกษาแพทย์เพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำและการรักษาที่เหมาะสม

หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการผิวหนังอักเสบคือ Aveeno Dermexa Body Wash ครีมอาบน้ำที่ผ่านการทดสอบทางคลินิคแล้วว่า ไม่ทำให้ผิวแห้ง ช่วยฟื้นบำรุงผิวแห้งมากให้กลับมาชุ่มชื้น และปราศจากน้ำหอม  จึงลดการระคายเคืองที่อาจเกิดจากน้ำหอม โดยควรใช้ควบคู่กับ Aveeno Dermexa Emollient Cream ครีมบำรุงผิว เหมาะกับผู้ที่มีผิวแห้งมากและมีแนวโน้มแพ้ง่าย โดยจะช่วยบรรเทาปัญหาผิวแห้ง ผิวลอกเป็นขุย อาการคันและระคายเคือง และช่วยลดการเกิดรอยแดงได้อีกด้วย ที่สำคัญคือ ปราศจากน้ำหอมและสารสเตียรอยด์

โรคผิวหนังอักเสบ

Aveeno Dermexa มีส่วนผสมสำคัญคือ ทริปเปิ้ลโอ๊ตคอมเพล็กซ์ ซึ่งประกอบด้วย

  • ผงข้าวโอ๊ตคอลลอยด์ มอบความชุ่มชื้นให้ผิว
  • เซรั่มข้าวโอ๊ต ช่วยลดปัญหาผิวแห้ง
  • น้ำมันข้าวโอ๊ต ช่วยฟื้นบำรุงผิว
  • เซราไมด์ ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของชั้นปกป้องผิว ป้องกันการสูญเสียน้ำออกจากผิวและลดอาการคัน

โดย Aveeno Dermexa ผ่านการพิสูจน์ทางการแพทย์แล้วว่าได้ผลตั้งแต่วันแรกที่ใช้

นอกจากนี้ จากงานวิจัยพบว่าการใช้ Aveeno Dermexa เป็นประจำจะช่วยลดโอกาสการเกิดผื่นแดงซ้ำได้นานถึง    6 เดือน โดยสถาบันวิจัยจากประเทศกรีซ อิตาลี และโปรตุเกสพบว่า Aveno Dermexa ช่วยลดปัญหาผิวแห้ง        ผิวลอก รอยแดง และเพิ่มความชุ่มชื้นขึ้นหลังจากใช้เป็นเวลา 12 สัปดาห์ จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่แพทย์ผิวหนังในสหรัฐอเมริกาส่วนใหญ่แนะนำ โดย Aveeno Dermexa สามารถหาซื้อได้ที่ร้าน Boots ทุกสาขา

จากที่กล่าวไปว่า อาการผิวหนังอักเสบส่วนใหญ่มีสาเหตุการเกิดไม่แน่ชัด โดยมีปัจจัยร่วมต่างๆ ที่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบของผิว ดังนั้น การหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นที่กล่าวมานี้ รวมไปถึงการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพผิวให้ชุ่มชื้นแข็งแรง จะช่วยรักษาและป้องกันให้เราห่างไกลจากผิวหนังอักเสบได้ แต่หากยังไม่แน่ใจว่าตัวเองมีอาการผิวหนังอักเสบจากสาเหตุใด การพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยให้แน่ชัด คือทางออกที่ดีที่สุดค่ะ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แพทย์หญิงชลธิรศน์ ศรีเกษตรสรากุล แพทย์ผิวหนัง
แพทย์หญิงชลธิรศน์ ศรีเกษตรสรากุล จบแพทย์ศาสตร์บัณฑิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาต่อเกี่ยวกับโรคผิวหนังที่สถาบันโรคผิวหนังกรมการแพทย์ ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับความงามหลักสูตรมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง หลังจบการศึกษาทำงานที่โรงพยาบาลมิชชั่น พญาไทศรีราชา ปัจจุบันตรวจรักษาประจำคลินิคความงาม
แสดงมากขึ้น
บทความล่าสุด