ส่วนประกอบหลักใน ยาแก้ไอแบบมีเสมหะ แบบไหนมีประสิทธิภาพสูงสุด

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020
Share now

ยาแก้ไอ ที่เราคุ้นเคยกันดีนั้น แท้จริงแล้วก็มีความแตกต่างกันออกไปในเรื่องของตัวยาสำคัญที่มีฤทธิ์ในการจัดการอาการไอที่มีลักษณะแตกต่างกัน เช่น ยาแก้ไอแบบมีเสมหะ และ ยาแก้ไอแบบไม่มีเสมหะ ซึ่งหมายความว่า ยาแก้ไอชนิดหนึ่ง อาจไม่สามารถรักษาลักษณะอาการไออีกชนิดหนึ่งได้ ดังนั้น การสังเกตลักษณะการไอของคุณ และเลือกยาแก้ไอที่เหมาะสมนั้นก็จะสามารถบรรเทาอาการไอที่น่ากวนใจของคุณอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น

ยาแก้ไอ…มีอะไรบ้าง

โดยทั่วไป ยาแก้ไอมีหลายชนิด ขึ้นอยู่กับลักษณะของอาการไอ เช่น อาการไอแห้งๆ ที่เกิดจากไข้หวัดหรืออาการแพ้ต่างๆ ยาที่มักใช้กับอาการเหล่านี้ มักจะเป็นยาที่เราเรียกรวมๆ ว่า “ยาแก้ไอ” ไม่ว่าจะมาในรูปของยาเม็ด ยาน้ำ หรือสเปรย์ ซึ่งการทำงานของยากลุ่มนี้ก็คือ การลดการตอบสนองของกลไกการไอของร่างกาย ทำให้ไอน้อยลง ทำให้เราไอลดลงและรู้สึกสบายขึ้น จึงเรียกยากลุ่มนี้ว่า “ยาระงับอาการไอ” หรือ “ยากดอาการไอ” ซึ่งตัวยาสำคัญที่พบในยากลุ่มนี้ก็คือ เดกซ์โทรเมทอร์แฟน (Dextromethrophan)

แต่ถ้าอาการไอของคุณเป็นอาการไอแบบมีเสมหะ คุณก็อาจต้องการยาในกลุ่มที่จะออกฤทธิ์ต่อเสมหะ เพื่อทำให้อาการไอของคุณดีขึ้น ซึ่งยากลุ่มนี้จะมีสารออกฤทธิ์และการทำงานที่แตกต่างกันออกไป

ยาแก้ไอแบบมีเสมหะ มีอะไรบ้าง

สำหรับยาในกลุ่มที่ออกฤทธิ์โดยตรงต่อเสมหะ ก็ยังสามารถแบ่งประเภทตามลักษณะการทำงานได้อีก 2 กลุ่ม ซึ่งใช้ตัวยาต่างกัน และการทำงานก็แตกต่างกันอีกด้วย นั่นก็คือ

ยาขับเสมหะ

ยาขับเสมหะ มีตัวยาสำคัญคือ ไกวเฟนิซิน (Guaifenesin) ซึ่งมีคุณสมบัติกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเมือกในระบบทางเดินหายใจมากขึ้น ทำให้เสมหะคลายความข้นเหนียวทำให้เราสามารถขับเสมหะออกมาได้ง่ายขึ้น ยาขับเสมหะ ที่จำหน่ายตามร้านขายยาโดยทั่วไปมักมาในรูปแบบของยาน้ำและยาเม็ด

ยาละลายเสมหะ

ยาละลายเสมหะ มักประกอบด้วยตัวยาสำคัญ 3 ตัว ด้วยกัน ซึ่งก็ต่างมีฤทธิ์ต่อเสมหะโดยตรง โดยจะช่วยทำให้เสมหะแตกตัวและมีความข้นเหนียวลดลง ทำให้ร่างกายสามารถไอเพื่อขับเสมหะออกมาได้ง่ายขึ้น โดยมีตัวยาสำคัญดังนี้

  • แอมบร็อกซอล ไฮโดรคลอไรด์ (Ambroxol hydrochloride) เป็นสารสำคัญที่ทำให้เสมหะที่สะสมอยู่ในระบบทางเดินหายใจบางลง และมีความหนืดน้อยลง จึงทำให้ร่างกายสามารถไอเพื่อขับเสมหะออกมาได้ง่ายขึ้น แม้ว่าในความเป็นจริง ยานี้ไม่สามารถหยุดการสร้างเสมหะ แต่การใช้ยาในระหว่างการรักษาจะช่วยไม่ให้เสมหะข้นเหนียวมากกว่าเดิมจนไม่สามารถไอออกมาได้ อย่างไรก็ตาม การใช้ยาละลายเสมหะที่ประกอบด้วยตัวยานี้ อาจมีผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหารและลำไส้ แต่มักไม่มีอาการร้ายแรงใดๆ
  • คาร์โบซิสเทอีน (Carbocysteine) เป็นหนึ่งในส่วนประกอบสำคัญที่ใช้ในยาละลายเสมหะ โดยมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และช่วยต้านการอักเสบในระบบทางเดินหายใจ โดยถือว่าเป็นยาที่ปลอดภัยสำหรับการช่วยละลายเสมหะในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังอีกด้วย
  • บรอมเฮกซีน (Bromhexine) มีฤทธิ์ในการช่วยลดความข้นเหนียวของเสมหะเช่นกัน แต่มีข้อควรระวังในการใช้สำหรับผู้ที่มีประวัติแพ้ยาชนิดนี้ หรือผู้ที่มีแผลในกระเพาะอาหาร เพราะอาจเกิดผลข้างเคียงรุนแรงได้
  • อะเซทิลซิสเทอีน (Acetylcysteine) หรือ เอ็น-อะเซทิลซิสเทอีน (N-acetylcysteine: NAC) มีคุณสมบัติทำให้โมเลกุลเสมหะแตกตัว ทำให้เสมหะมีความข้นเหนียวลดลงและถูกขับออกมาได้ง่ายขึ้น นอกจากคุณสมบัติในการช่วยละลายเสมหะอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ตัวยานี้ยังมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบอีกด้วย นอกจากนี้ ด้วยโครงสร้างทางเคมีของตัวยาชนิดนี้ที่สามารถละลายน้ำได้ดี เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้ว จะถูกดูดซึมจากทางเดินอาหารได้ดี รวมทั้งสามารถแพร่กระจายตัวในร่างกายได้ดีอีกด้วย

สรุปแล้ว การจะตัดสินว่าตัวยาไหนที่มีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการไอมากที่สุดคงไม่สามารถทำได้ เพราะตัวยาแต่ละตัวมีคุณสมบัติและข้อบ่งใช้ต่างกัน สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณควรพิจารณาหากจำเป็นต้องใช้ยาแก้ไอเหล่านี้ คือความเข้าใจถึงลักษณะอาการไอ สาเหตุ และควรปฏิบัติตามข้อบ่งใช้และข้อควรระวังที่ระบุไว้ในฉลากยาอย่างเคร่งครัด หรือหากมีข้อสงสัยหรือคำถามใดๆ การปรึกษาแพทย์คือวิธีที่ดีที่สุด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

เดลซิม®/เดกซ์โทรเมทอร์แฟน (Delsym®/Dextromethorphan)

ยา เดลซิม® (Delsym®) ใช้เพื่อบรรเทาอาการไอ ทำงานอย่างรวดเร็วในการบรรเทาอาการไอเป็นเวลา 12 ชั่วโมงเต็ม นานเป็นสองเท่าของยาน้ำแก้ไออื่นๆ 

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล

อะเซทิลซิสเทอีน (Acetylcysteine) หรือ เอ็น-อะเซทิลซิสเทอีน (N-Acetylcysteine) กับคุณสมบัติน่าทึ่งในการต้านพิษในร่างกาย

นอกเหนือจากคุณสมบัติในฐานะยาละลายเสมหะแล้ว ตัวยา อะเซทิลซิสเทอีน (เอ็น-อะเซทิลซิสเทอีน) ยังมีบทบาทสำคัญต่อการรักษาและฟื้นฟูสุขภาพในหลายด้านอีกด้วย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย แวววิกา ศรีบ้าน

เสมหะในคอ เคลียร์ได้! ด้วยการใช้ อะเซทิลซิสเทอีน (Acetylcysteine) หรือ เอ็น-อะเซทิลซิสเทอีน (N-Acetylcysteine)

อะเซทิลซิสเทอีน  (Acetylcysteine) หรือ เอ็น-อะเซทิลซิสเทอีน (N-acetylcysteine) คือ ส่วนประกอบหลักของยาละลายเสมหะ ช่วยคลายความข้นเหนียวของ เสมหะในคอ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย แวววิกา ศรีบ้าน

ไอมีเสมหะ ไม่หายซะที! วิธีไหนทำให้หายไวที่สุด

ไอมีเสมหะ ทำให้รู้สึกหายใจลำบากและรบกวนการทำกิจกรรมตามปกติในชีวิตประจำวัน เราจึงขอนำเสนอวิธีการกำจัดเสมหะซึ่งจะช่วยให้อาการไอหายไปโดยเร็วที่สุด

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย แวววิกา ศรีบ้าน

บทความแนะนำ

เจ็บคอ-ไอแห้ง-covid-19-วิธีรักษา

เช็กอาการป่วย เจ็บคอ ไอแห้ง ๆ ป่วยธรรมดา หรือเป็น COVID-19

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ มีนาคม 25, 2020
ออเรซอล-oresol

ออเรซอล (Oresol)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ ธันวาคม 1, 2019
บีนาเอ็กซ์เป็กทอแรนท์ (Bena Expectorant)

บีนาเอ็กซ์เป็กทอแรนท์ (Bena Expectorant)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย pimruethai
เผยแพร่วันที่ กันยายน 19, 2019
มูซิเน็กซ์® สำหรับเด็ก-Children-mucinex

มูซิเน็กซ์® สำหรับเด็ก (Children’s Mucinex®)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 26, 2019