home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

พ่อแม่เช็คด่วน เด็กๆ มักจะมี ปัญหาสุขภาพฟัน อะไรบ้าง

พ่อแม่เช็คด่วน เด็กๆ มักจะมี ปัญหาสุขภาพฟัน อะไรบ้าง

ปัญหาสุขภาพฟัน ในเด็กนั้นมีอยู่มากมายหลายอย่าง ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพช่องปากของลูกน้อย ถึงแม้ในที่สุดแล้วฟันน้ำนมพวกนั้นจะหลุดร่วงไป แล้วมีฟันแท้ขึ้นมาแทนที่ก็ตาม การรักษาสุขภาพฟันก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งปัญหาสุขภาพฟันในเด็กที่พบได้บ่อย ๆ ที่พ่อแม่ควรต้องระวังเอาไว้ ปัญหาสุขภาพฟันจะส่งผลกระทบต่อลูกน้อยอย่างไรบ้าง หาคำตอบได้ในบทความ Hello คุณหมอ

สาเหตุที่ทำให้ลูกน้อยมี ปัญหาสุขภาพฟัน

ถ้าคุณไม่อยากให้สุขภาพฟันของลูกน้อยมีปัญหา ก็ควรระวังโรคและพฤติกรรมของลูกน้อยในเรื่องเหล่านี้เอาไว้ให้ดี

ฟันผุ

  • ฟันผุนั้นเป็นสิ่งทีเราป้องกันได้ ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อเด็กได้รับน้ำตาล จากอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในปากจะกินน้ำตาลเป็นอาหาร และเกิดการแพร่กระจายจนทำให้เกิดปัญหาฟันผุขึ้นมาได้ ฉะนั้นคุณควรให้ลูกน้อยกินอาหาร ในเวลาที่เขาหิว และให้เขาดื่มน้ำในเวลาที่กระหายน้ำ แต่เครื่องดื่มที่ลูกน้อยควรดื่มทั้งวันคือ…น้ำเปล่า !

ดูดนิ้วหัวแม่มือ

  • นอกเหนือจากผ้าห่มผืนโปรดและตุ๊กตาหมีสุดรักแล้ว ลูกน้อยของคุณยังอาจชื่นชอบการดูดนิ้วหัวแม่มือ เพื่อช่วยทำให้ตัวเองรู้สึกสบายอกสบายใจด้วย ซึ่งการดูดนิ้วมือในเด็กโดยส่วนใหญ่แล้วก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เนื่องจากเป็นพฤติกรรมตามธรรมชาติของเด็กในวันนี้ แต่ถ้าลูกน้อยมีอายุ 5 ขวบแล้ว (เมื่อฟันแท้เริ่มขึ้นมาแล้ว) ยังชื่นชอบการดูดนิ้วมืออยู่อีก ก็จะทำให้สุขภาพฟันของลูกน้อยมีปัญหาได้ เนื่องจากการดูดนิ้วจะทำให้การเรียงตัวของฟันและกรามผิดปกติ อาจทำให้เพดานปากผิดรูป และทำให้พัฒนาการทางด้านการพูดผิดปกติตามไปด้วย ซึ่งความผิดปกติพวกนั้นจะทำให้ลูกน้อยมีปัญหา เรื่องฟันยื่นหรือฟันเหยินได้

ดูดริมฝีปาก

  • การดูดริมฝีปาก…เป็นการนำริมฝีปากล่าง เข้าไปอยู่ระหว่างฟันบนและฟันล่าง แล้วใช้ลมดูดริมฝีปากเข้าไป ซึ่งอาการเช่นนี้อาจจะเกิดขึ้นแบบเดี่ยวๆ หรือเกิดขึ้นร่วมกับการดูดนิ้วมือก็ได้ พฤติกรรมแบบนี้จะทำให้เกิดปัญหา การเรียงตัวของฟันที่ผิดปกติ และทำให้ลูกน้อยพูดได้ยากขึ้นด้วย

ดุนลิ้น

  • การดุนลิ้น…คือพฤติกรรมในการเม้มริมฝีปาก ด้วยการดุนปลายลิ้นเข้ากับริมฝีปาก ซึ่งก็เหมือนกับการดูดริมฝีปากหรือดูดนิ้วนั่นแหละ ที่จะทำให้เกิดปัญการการเรียงตัวของฟันที่ผิดปกติ ซึ่งทำให้เกิดปัญหาฟันยื่น และฟันเหยินออกมาได้ นอกจากนี้ยังอาจเป็นการรบกวน พัฒนาการทางด้านการพูดด้วย

ฟันหลุดร่วงก่อนเวลา

  • เด็กอาจมีอาการฟันร่วงได้จากปัญหาฟันผุ การบาดเจ็บ หรือขาดพื้นที่ว่างบริเวณกราม ถ้าเด็กมีอาการฟันร่วงก่อนที่ฟันแท้จะขึ้นมาล่ะก็ ฟันที่อยู่ข้าง ๆ ก็อาจเคลื่อนย้ายตำแหน่ง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเรียงตัวของฟันแท้ได้ ฟันที่เคลื่อนย้ายตำแหน่งอาจก่อให้เกิดฟันเก หรือฟันงอกออกไปทางด้านข้างได้ ซึ่งการเรียงตัวของฟันที่ผิดปกตินี้จะก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ได้มากมายในอนาคต

ป้องกันปัญหาสุขภาพฟันลูกน้อย

  1. หากลูกอยู่ในวัยทารก หรือในวัยที่ยังกินนมจากขวดนม ไม่ควรให้ลูกกินนมที่มีส่วนผสมของน้ำตาลตลอดทั้งวัน โดยควรให้เด็กกินน้ำเปล่าแทน ในช่วงระหว่างวัน และกินนมในตอนเช้าหรือตอนเย็น
  2. ไม่ควรเพิ่มน้ำตาลไปในมื้ออาหาร เพราะนอกจากจะทำให้เด็กมีปัญหาสุขภาพฟันแล้ว ยังอาจเสี่ยงต่อโรคอ้วนด้วย
  3. ไม่ควรให้เด็กหลับไป ทั้งที่ยังดูดขวดนมอยู่
  4. สอนให้ลูกแปรงฟันทุกวัน วันละ 2 ครั้ง

เมื่อไหร่ที่เด็กควรไปตรวจสุขภาพช่องปาก

เด็กจะตรวจสุขภาพฟันบ่อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ได้แก่ อายุ สุขภาพ และความเสี่ยงต่ออาการฟันผุ นอกจากนี้คุณพ่อคุณแม่อาจพาลูกไปตรวจสุขภาพฟัน ตามคำแนะนำดังนี้

เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 1 ปี

  • สมาคม The American Academy of Pediatric Dentistry และสมาคม American Dental Association แนะนำว่า เด็กควรไปตรวจสุขภาพช่องปากครั้งแรก หลังจากที่ฟันซี่แรกขึ้น และก่อนอายุครบ 1 ปี

เด็กวัยเตาะแตะ เด็กวัยเรียน และวัยรุ่น

  • สมาคม The American Academy of Pediatric Dentistry แนะนำว่า ควรจัดเวลาให้เด็กไปตรวจสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอ โดยปกติจะเป็นเวลาทุก ๆ 6 เดือน นอกจากนี้ ในกรณีที่มีปัญหาสุขภาพปากและฟัน ทันตแพทย์อาจแนะนำ ให้ตรวจสุขภาพช่องปากบ่อยขึ้นเพื่อรักษาอาการต่อไป

 

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา
รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ออมสิน แสนล้อม แก้ไขล่าสุด 24/07/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x