home

สุขภาพตา

คุณรู้หรือเปล่าว่า ดวงตา คือหนึ่งในอวัยวะรับสัมผัส ที่พัฒนามากที่สุดในร่างกายของมนุษย์ เราจำเป็นต้องพึ่งการมองเห็นในการใช้ชีวิตประจำวันอย่างเป็นปกติ ดังนั้น การดูแลรักษา สุขภาพดวงตา ให้ดี จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เรียนรู้เกี่ยวกับ สุขภาพตา และการดูแลรักษาสุขภาพดวงตาของคุณ ได้ที่นี่

ความรู้ทั่วไป

หัวข้อ สุขภาพตา เพิ่มเติม

ปัญหาตาแบบอื่น

หากดูผ่าน ๆ แล้ว คุณอาจจะไม่รู้สึกถึงความเชื่อมโยงกันสักเท่าไหร่นัก ระหว่าง ปัญหาสุขภาพตา กับ โรคข้ออักเสบ แต่เชื่อเถอะค่ะว่า โรคข้ออักเสบ สามารถก่อให้เกิด ปัญหาสุขภาพตา บางอย่างขึ้นได้จริง ๆ วันนี้ บทความของ Hello คุณหมอ จึงขอนำความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้มาฝากทุกคนได้ทราบไปพร้อม ๆ กัน โรคข้ออักเสบเกี่ยวกับอะไรกับ สุขภาพตา บางคนนั้นอาจคิดว่า โรคข้ออักเสบ โดยเฉพาะโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid arthritis) เป็นปัญหาที่เชื่อมโยงกับบริเวณตามข้อต่าง ๆ เพียงอย่างเดียว เพราะสาเหตุของโรคนี้เกิดจากการอักเสบเรื้อรังตามเยื่อหุ้มข้อ แต่หากคุณปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานาน โรคนี้อาจลุกลามไปทำลายเนื้อเยื่อ และกระดูกทั่วทั้งร่างกาย รวมไปถึงบริเวณดวงตา จนอาจส่งผลกระทบด้านสายตา และทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับดวงตาต่าง ๆ ได้นั่นเอง ปัญหาสุขภาพตา ที่เกิดขึ้นจาก โรคข้ออักเสบ หาก โรคข้ออักเสบ ลุกลามจนทำให้เนื้อเยื่อบริเวณดวงตาถูกทำลาย ก็อาจส่งผลให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับ สุขภาพตา ดังต่อไปนี้ ภาวะม่านตาอักเสบ (Uveitis) มักเกิดจากการที่โรคไขข้ออักเสบลุกลาม ทำให้หลอดเลือดรอบ ๆ ดวงตาระหว่างจอประสาทตา (Retina) ตาขาวเกิดการอักเสบขึ้น […]

การดูแลสุขภาพตา

ปัญหาสุขภาพดวงตาส่วนหนึ่งอาจเกิดจากความชราและความเครียดอย่างที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่ความจริงแล้วพฤติกรรมการใช้ชีวิต การรับประทานอาหารก็ส่งผลต่อ สุขภาพดวงตา เช่นกัน จากการศึกษาพบว่าสารอาหารบางชนิด เช่น สังกะสี ทองแดง วิตามินซี วิตามินอี และเบตาแคโรทีน อาจช่วยลดความเสี่ยงของ สุขภาพดวงตา ที่เกิดจากอายุได้ถึงร้อยละ 25 วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูล อาหารบำรุงสุขภาพดวงตา มาฝากค่ะ ไปดูกันว่ามีอาหารอะไรบ้างที่ดีต่อสุขภาพดวงตา อาหารบำรุงสุขภาพดวงตา มีอะไรบ้าง การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพอย่างสมดุล เป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยส่งเสริม สุขภาพดวงตา ให้มีสุขภาพที่ดี และยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคตาอีกด้วย อาหารที่มีส่วนช่วยบำรุงสายตานั้นมีหลายชนิด ดังนี้ ปลา ปลา เป็นอาหารที่มีส่วนช่วยในการบำรุงสายตา โดยเฉพาะปลาแซลมอนถือเป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับ สุขภาพดวงตา นอกจากนี้ปลาชนิดอื่น ๆ ที่มีกรดไขมันโอเมกา-3 ซึ่งเป็นกรดไขมันดีก็มีส่วนช่วยบำรุงสายตา นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยป้องกันการเกิดอาการตาแห้งด้วย ถั่วและพืชตระกูลถั่ว ถั่วเป็นพืชที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมกา-3 ซึ่งเป็นไขมันดี นอกจากนี้ ถั่วยังมีวิตามินอีในระดับสูง ซึ่งมีส่วนช่วยในการปกป้องความเสียหายของดวงตาที่เกิดขึ้นจากอายุที่มากขึ้น พืชตระกูลถั่วที่มีประโยชน์ต่อ สุขภาพดวงตา มีดังนี้ วอลนัท เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ถั่วลิสง ถั่วเลนทิล อัลมอนด์ พริกหวานสีแดง พริกหวานอุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับหลอดเลือดในดวงตา นอกจากนี้ จากงานวิจัยแสดงให้เห็นว่า พริกหวานสีแดงมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดต้อกระจก ที่สำคัญควรรับประทานแบบดิบ เพราะความร้อนจะทำลายวิตามินซีที่มีอยู่ในพริกหวาน นอกจากนี้ พริกหวานยังมีวิตามินเอและวิตามินอี ซึ่งเป็นสารอาหารที่ดีต่อ สุขภาพดวงตา […]

ต้อกระจก

ต้อกระจก เป็นปัญหาสุขภาพดวงตาที่พบได้มากในกลุ่มของผู้สูงอายุ ซึ่งผ่านการใช้งานดวงตามาอย่างหนักหน่วงเป็นเวลาหลายสิบปี จนกระทั่งดวงตาเริ่มมีการเสื่อมสภาพ และเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดต้อกระจก อย่างไรก็ตาม เพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นต้อกระจก Hello คุณหมอ มีเคล็ดลับดูแลสุขภาพดวงตา เพื่อ ป้องกันต้อกระจก ได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ แบบไม่ต้องรอให้เข้าสู่วัยสูงอายุมาฝากค่ะ ต้อกระจก เป็นอย่างไร ในดวงตาของเราจะมีองค์ประกอบที่เรียกว่าเลนส์ตา ซึ่งมีลักษณะใส เป็นจุดที่มีการรวมตัวของแสงและผ่านเข้าไปในตา แต่สำหรับผู้ที่เป็น ต้อกระจก จะมีเลนส์ตาที่ขุ่นมัว เวลามองเห็นจะรู้สึกมองเห็นไม่ชัด มีความขุ่นมัวคล้ายกับมีหมอกหรือฝุ่นหนาบดบัง ทำให้มองเห็นได้ไม่ชัดเจน อ่านหนังสือได้ลำบาก ขับรถไม่สะดวก หรือความสามารถในการมองเห็นใบหน้าผู้อื่นลดลง  ต้อกระจก เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น ปริมาณโปรตีนในเลนส์ตาที่เพิ่มมากขึ้นจนกระทั่งไปบดบังแสงไม่ให้ผ่านเข้ามายังเลนส์ตา หรืออาจเกิดขึ้นจากการเสื่อมสภาพของเลนส์ตาเมื่อมีอายุมากขึ้น หรือบางครั้งต้อกระจกก็อาจเกิดจากพันธุกรรม การบาดเจ็บที่เนื้อเยื่อตา หรือมีประวัติการผ่าตัดดวงตามาก่อน อย่างไรก็ตาม ต้อกระจกมักไม่ใช่อาการทางสุขภาพดวงตาที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แต่จะเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ จนกระทั่งรบกวนการมองเห็น หรือเริ่มมีสัญญาณของต้อกระจก เช่น ทัศนวิสัยในการมองเห็นเบลอ คล้ายมีหมอกบังตา ประสิทธิภาพในการมองเห็นในตอนกลางคืนลดน้อยลงกว่าเดิม ต้องใช้แสงสว่างในการอ่านหนังสือและการทำกิจกรรมอื่น ๆ มากขึ้น มองเห็นวงแหวนบริเวณที่มีแสงไฟ หรือหลอดไฟ มองเห็นสิ่งต่าง ๆ เป็นสีออกเหลือง หรือสีซีดจาง มองเห็นภาพซ้อน ป้องกันต้อกระจก ได้อย่างไร รับประทานกรดไขมันโอเมก้า 3 กรดไขมันโอเมก้า 3 เป็นสารอาหารสำคัญที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์เองได้ จำเป็นต้องได้รับจากการรับประทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารจำพวกปลาที่มีไขมัน เช่น […]

ปัญหาตาแบบอื่น

หากตัวคุณเองหรือคนใกล้ตัวของคุณกำลังเผชิญกับ อาการตาเหล่ และไม่รู้ว่าควรจะรักษาอย่างไรอยู่ละก็ วันนี้ Hello คุณหมอ จะขอนำวิธีบริหารดวงตา หรือเทคนิคการฝึกการเคลื่อนไหวของดวงตา ที่อาจช่วย รักษาตาเหล่ มาฝากทุกคน ให้ได้ลองนำไปปฏิบัติตามควบคู่กับการรักษาแผนปัจจุบัน เพื่อลดอาการเชิงลบด้านการมองเห็น และเพิ่มประสิทธิภาพของดวงตากันค่ะ อาการตาเหล่ คืออะไร ภาวะตาเหล่ หรือ อาการตาเหล่ (Strabismus) หมายถึงภาวะที่ลูกตาทั้งของข้างทำงานไม่ประสานกัน และอยู่ในลักษณะที่ไม่ขนานกัน ทำให้ไม่ได้มองไปในทิศทางเดียวกัน ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกช่วงอายุ แต่อาจพบได้บ่อยกับเด็กทารก หรือเป็นมาตั้งแต่กำเนิดโดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่ส่วนใหญ่อาการตาเหล่นี้มักมีความเชื่อมโยงกับระบบประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อของตา จนทำให้มองเห็นสิ่งรอบตัวและวัตถุเป็นภาพซ้อน ส่งผลให้มีอาการตาล้า พร้อมกับลูกตามีการเคลื่อนที่ออกไปคนละทิศทางร่วมด้วย เช่น ลูกตาข้างใดข้างหนึ่งค้างอยู่ด้านใน และอีกข้างหันออกด้านนอก หรืออาจหันเข้าหากันทั้ง 2 ข้าง เป็นต้น 4 เทคนิคบริหารดวงตา เพื่อ รักษาตาเหล่ หากใครที่กำลังเผชิญกับ อาการตาเหล่ อยู่ ก็ไม่จำเป็นต้องเครียดหรือวิตกกังวลจนเกินไป เพราะถ้าคุณได้รับการรักษา ปฏิบัติตามคำแนะนำจากแพทย์อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงหมั่นบริหารดวงตาอย่างเป็นประจำตามเทคนิคดังต่อไปนี้ ก็อาจสามารถช่วยให้การมองเห็นคุณมีประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นได้ เทคนิคที่ 1 Brock string เป็นหนึ่งในวิธีบริหารดวงตาที่อาจช่วยรักษา อาการตาเหล่ ได้ โดยเริ่มจากเตรียมอุปกรณ์คือ เชือกยาวประมาณ 5 ฟุต […]

สุขภาพตา

สุขภาพดวงตา เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ควรได้รับการดูแลอยู่เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้สุขภาพดวงตาเสื่อมโทรมจนเสี่ยงต่อการเกิดโรคตาชนิดต่าง ๆ ทั้งที่มีระดับความรุนแรงน้อย ไปจนถึงระดับความรุนแรงมากที่อาจนำไปสู่การตาบอด แต่ โรคตา ที่เสี่ยงต่อการ ตาบอด มีโรคอะไรที่ควรระวังบ้างนั้น มาหาคำตอบกันได้ที่บทความนี้จาก Hello คุณหมอ 6 โรคตา ที่เสี่ยงต่อการตาบอด มีอะไรบ้าง โรคจุดภาพชัดที่จอตาเสื่อมในผู้สูงอายุ (Age related Macular Degeneration) หรือก็คือโรคจอประสาทตาเสื่อมที่เรารู้จักกันดี แต่หากพบโรคนี้ในผู้สูงอายุ เราจะเรียกว่า โรคจุดภาพชัดที่จอตาเสื่อมในผู้สูงอายุ โรคตาชนิดนี้เป็นความผิดปกติของดวงตาเนื่องจากความชรา ทำให้ส่วนตรงกลางดวงตาที่เรียกว่าเรตินา ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้เห็นภาพชัดเจน กลายเป็นมองเห็นตรงกลางไม่ชัดเจน มองเห็นแค่เพียงด้านข้างเท่านั้น โดยโรคจุดภาพชัดที่จอตาเสื่อมในผู้สูงอายุ  แบ่งเป็นสองชนิด ได้แก่ จอประสาทตาเสื่อมชนิดเปียก (Wet AMD) เกิดจากความผิดปกติของเส้นเลือดหลังเรตินา ทำให้เลือดรั่วไหลออกมาที่จุดรับภาพตรงกลางของจอประสาทตา ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อการมองเห็น จอประสาทตาเสื่อมชนิดแห้ง (Dry AMD) เกิดจากจุดรับภาพตรงกลางของจอประสาทตาเสื่อมสภาพลงตามอายุที่มากขึ้น ทำให้การมองเห็นที่ส่วนกลางซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ภาพชัดเจนเกิดการเบลอ โดยกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยโรคจุดภาพชัดที่จอตาเสื่อมในผู้สูงอายุ พบว่าจอประสาทตาเสื่อมเนื่องจากความชราเป็นสาเหตุที่พบได้มากที่สุด มากไปกว่านั้น หากปล่อยไว้โดยไม่รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อาจมีความเสี่ยงสูงที่จะนำไปสู่การ ตาบอดได้ ต้อกระจก (Cataract) ต้อกระจก คือการขุ่นมัวของเลนส์ตาที่ส่งผลให้การมองเห็นเบลอ หรือมองเห็นได้ไม่ชัด สาเหตุหลักมักเกิดจากความชราภาพ จึงถือเป็นโรคตาที่พบได้บ่อยในกลุ่มผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตาม การบาดเจ็บที่ดวงตา […]

โรคตา

จอประสาทตาหลุดลอก (Retinal Detachment) เป็นภาวะที่เนื้อเยื่อบาง ๆ ที่อยู่หลังดวงตาเกิดการหลุดลอกไปจากตำแหน่งเดิม ซึ่งส่งผลต่อการมองเห็น หากปล่อยไว้โดยไม่ทำการรักษา อาจทำให้เกิดการสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้ วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับอาการ จอประสาทตาลอก มาให้อ่านกันค่ะ ว่าเกิดจากอะไร จอประสาทตาหลุดลอก คืออะไร โรคจอประสาทตาหลุดลอก (Retinal Detachment) เป็นภาวะที่เนื้อเยื่อชั้นบาง ๆ ที่เรียกว่า เรตินา (Retina) หรือจอประสาทตาเกิดการหลุดลอก ออกไปจากตำแหน่งเดิม เรตินา (Retina) หรือจอประสาทตา เป็นเนื้อเยื่อบาง ๆ ที่อยู่ด้านหลังของดวงตา เมื่อแสงผ่านเข้าตา เลนส์จะทำการโฟกัสภาพที่เรตินา หลังจากนั้นเรตินาจะแปลงภาพเป็นสัญญาณแล้วส่งข้อมูลไปยังสมองผ่านเส้นประสาทตา เพื่อสร้างการมองเห็นที่ปกติ หากเนื้อเยื่อนี้เกิดการหลุดลอกออกจากตำแหน่งเดิม ส่งผลให้เนื้อเยื่อจอประสาทตาที่หลุดออกไปนั้นขาดออกซิเจนและน้ำไปหล่อเลี้ยง ทำให้สูญเสียการมองเห็น หากปล่อยทิ้งไว้ให้เรื้อรัง อาจทำให้สูญเสียการมองเห็นแบบถาวรได้ จอประสาทตาลอก เกิดจากอะไร เรตินาหรือจอประสาทตา เป็นเนื้อเยื่อบาง ๆ ที่อยู่ด้านหลังของดวงตา มีความไวต่อแสง ทำหน้าที่ในการส่งสัญญาณภาพไปยังสมองผ่านเส้นประสาทตา หากจอประสาทตาเกิดความเสียหายอาจส่งผลต่อความสามารถในการมองเห็น เมื่อจอประสาทตาหลุดออกจากตำแหน่งเดิม ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ จอประสาทตาลอก สามารถแยกออกได้เป็น 3 ประเภท Rhegmatogenous Retinal Detachment คือ […]

สุขภาพตา

เยื่อบุตาอักเสบ หรืออาการ ตาแดง เป็นปัญหาสุขภาพดวงตาที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย แต่เมื่อเป็นแล้ว เราจะมีวิธีเยียวยาและรักษาให้อาการค่อย ๆ ดีขึ้นได้อย่างไรบ้างนั้น มาติดตามสาระน่ารู้และวิธีดูแลตนเองเมื่อ เป็นเยื่อบุตาอักเสบ ที่บทความนี้จาก Hello คุณหมอ กันค่ะ เยื่อบุตาอักเสบคือไร เยื่อบุตาอักเสบ คืออาการอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อไวรัส อาการแพ้ การถูกสารเคมีหรือสิ่งแปลกปลอมกระทบเข้าที่บริเวณเยื่อบุดวงตา หรือบริเวณที่เป็นตาขาว เมื่อเส้นเลือดเล็ก ๆ ที่อยู่ในเยื่อบุตาขาวมีการอักเสบ เนื้อตาขาวก็จะค่อย ๆ แดงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จึงมักเรียกกันติดปากว่า ตาแดง นั่นเอง โดยอาการเยื่อบุตาอักเสบนี้มักจะก่อให้เกิดอาการระคายเคืองอยู่บ้าง แต่ไม่มีผลกระทบต่อการมองเห็น อย่างไรก็ตาม เยื่อบุตาอักเสบสามารถติดต่อได้ ผู้ที่มีอาการเยื่อบุตาอักเสบ จึงควรระมัดระวังตนเองและหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้อื่นขณะมีอาการ อาการเยื่อบุตาอักเสบเป็นอย่างไร อาการ เยื่อบุตาอักเสบ ที่พบได้บ่อย มีดังนี้ มีอาการตาแดงเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง มีอาการคันที่ดวงตาเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง มีอาการระคายเคืองตาเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง เมื่อตื่นนอนจะมีขี้ตาใส หรือขี้ตาเหลืองเกาะที่เปลือกตาหรือขนตามาก อาจทำให้ลืมตาลำบาก มีน้ำตาไหลบ่อย เป็นเยื่อบุตาอักเสบ จะรักษาได้อย่างไรบ้าง โดยทั่วไปแล้วการรักษาอาการ เยื่อบุตาอักเสบ แพทย์จะให้ใช้ยาหยอดตาหรือน้ำตาเทียม เพื่อทำความสะอาดดวงตา และแนะนำให้หยุดใช้คอนแทคเลนส์ในกรณีที่ผู้ป่วยใส่คอนแทคเลนส์เป็นประจำ อย่างไรก็ตาม หากสาเหตุของอาการตาแดงที่เป็นอยู่เกิดจากไวรัสเริม แพทย์อาจให้รับประทานยาต้านไวรัสเพื่อรักษาเริมและอาการตาแดง ดูแลตนเองเมื่อ เป็นเยื่อบุตาอักเสบ ได้อย่างไรบ้าง หากมีอาการ เยื่อบุตาอักเสบ ควรดูแลตนเองดังนี้ พยายามไม่สัมผัสกับดวงตา ล้างมือทุกครั้งทั้งก่อนและหลังใส่ยาหยอดตาหรือใช้น้ำตาเทียม ใช้ผ้าที่สะอาดสำหรับเช็ดหน้าหรือดวงตา เปลี่ยนปลอกหมอนบ่อย ๆ ทำความสะอาดเสื้อผ้าและผ้าเช็ดตัวอย่างสม่ำเสมอ พักการใช้เครื่องสำอางที่เกี่ยวกับดวงตาจนกว่าอาการเยื่อบุตาอักเสบจะหายไป พักการใส่คอนแทคเลนส์ จนกว่าอาการเยื่อบุตาอักเสบจะหายไป หากใส่แว่นตา ควรทำความสะอาดแว่นตาทุกครั้งทั้งก่อนและหลังการใช้งาน หากมีอาการเยื่อบุตาอักเสบ […]

สุขภาพตา

ปัญหาการเห็น ภาพซ้อน เป็นปัญหาการเห็นสิ่งของหรือภาพตรงหน้าซ้ำกันสองสิ่ง แม้ว่าจะพยายามมองให้ชัดอย่างไร แต่ก็กลับเห็น ภาพซ้อน กัน การมองเห็น ภาพซ้อน สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งกับดวงตาข้างเดียวและดวงตาทั้งสองข้าง ซึ่งสาเหตุของ การมองเห็นภาพซ้อน นั้นเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ตั้งแต่ปัญหาเพียงเล็กน้อยไปจนถึงปัญหารุนแรง วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ การมองเห็นภาพซ้อน มาให้อ่านกันค่ะ สาเหตุที่ทำให้ เห็นภาพซ้อน การมองเห็นภาพซ้อน อาจเกิดจากเส้นประสาทหรือกล้ามเนื้อบริเวณดวงตาเกิดความเสียหาย ทำให้เส้นประสาทและกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ในการควบคุมการเคลื่อนไหวของดวงตาสร้างภาพซ้อนขึ้น นอกจากนี้ยังมีอาการเจ็บป่วยอื่น ๆ ที่ทำให้กล้ามเนื้อส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหวดวงตาอ่อนแอลง จนทำให้เห็น ภาพซ้อน ได้ สาเหตุที่ทำให้เห็น ภาพซ้อน ด้วยตาข้างเดียว (Monocular Double Vision) หากเกิดอาการมองเห็น ภาพซ้อน ด้วยตาข้างเดียว ส่วนใหญ่นั้นเกิดจากปัญหาสุขภาพดวงตา ซึ่งสาเหตุที่เป็นไปได้มีดังนี้ ตาแห้ง อาการตาแห้งเป็นเพียงอาการชั่วคราวที่เกิดจากภาวะอื่น ๆ เช่น โรคภูมิแพ้ เมื่อดวงตาไม่ได้รับน้ำหล่อลื่นอาจทำให้เกิดอาการตาเบลอหรือภาพซ้อน ได้ ต้อกระจก ต้อกระจกเป็นโรคที่ทำให้เลนส์ช่วยโฟกัสเกิดการขุ่นมัว จนทำให้เห็น ภาพซ้อน ต้อเนื้อ ต้อเนื้อเป็นภาวะที่เกิดผังผืดที่เยื่อบุตา เป็นเนื้อเยื่อที่ยื่นเข้าไปสู่ตาดำ และจะค่อย ๆ ลุกลามเข้าใกล้ตาดำมากขึ้นเรื่อย ๆ จนส่งผลต่อการมองเห็น ทำให้เกิดการมองเห็น […]

สุขภาพตา

อาการตาพร่ามัวฉับพลัน เป็นอาการที่อยู่ ๆ ก็มองเห็นไม่ชัด สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ บางครั้งอาจทำให้เกิดการสูญเสียการมองเห็นได้เลยทีเดียว วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ ตาพร่ามัวฉับพลัน มาให้อาจกันว่า เกิดได้จากสาเหตุใดบาง ไปดูกันเลยค่ะ สาเหตุของอาการ ตาพร่ามัวฉับพลัน สาเหตุบางอย่างที่ทำให้เกิด อาการตาพร่ามัวฉับพลัน อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าควรได้รับการรักษาอย่างทันที เพื่อป้องกันการสูญเสียการมองเห็น ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิด อาการตาพร่ามัวฉับพลัน นั้นมีหลายสาเหตุ ดังนี้ จอประสาทตาหลุดลอก เมื่อจอประสาทตา เป็นเนื้อเยื่อบาง ๆ ที่มีหน้าที่ในการรับภาพ ซึ่งอยู่ด้านหลังของดวงตา เมื่อจอประสาทตาเกิดการหลุดออกมาจะทำเลือดและเส้นประสาทบริเวณนั้นหลุดออกมาด้วย เมื่อจอประสาทตาหลุดลอกออกมาจะทำให้เห็นแสงวูบวาบเหมือนแสงแฟลช บางครั้งอาจเห็นจุดหรือเส้นสีดำลอยไปลอยมากลางอากาศ คล้ายหยากไย่ และทำให้เกิด ตาพร่ามัวฉับพลัน ขึ้น หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันทีอาจทำให้สูญเสียการมองเห็นได้ โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดสมอง เป็นโรคที่ทำให้เซลล์สมองถูกทำลาย จนส่งผลต่อการทำงานของสมอง หากโรคหลอดเลือดสมองส่งผลต่อส่วนที่ควบคุมการมองเห็นอาจทำให้เกิด อาการตาพร่ามัวฉับพลัน แต่หากโรคหลอดเลือดสมองส่งผลต่อเส้นเลือดที่ดวงตาข้างใด ก็จะทำให้เกิด อาการตาพร่ามัวฉับพลัน ในดวงตาข้างนั้น ได้รับการกระทบกระเทือน เมื่อได้รับบาดเจ็บ หรือได้รับการกระทบกระเทือนบริเวณศีรษะ อาจทำให้เกิด อาการตาพร่ามัวฉับพลัน ได้ นอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิดอาการอื่น ๆ อีกด้วย เช่น ปวดหัว เวียนหัว ส่งผลกระทบต่อความจำ หรือบางครั้งอาจส่งผลต่ออารมณ์ด้วย ภาวะเลือดออกในช่องลูกตาด้านหน้า (Hyphema) ภาวะเลือดออกในช่องลูกตาด้านหน้า เป็นอาการที่เลือดจะออกบริเวณดวงตา […]

ผู้เชี่ยวชาญด้าน สุขภาพตา ของเรา

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม see-more-icon
expert-avatarbadge
ผู้ช่วยศาสตราจารย์แพทย์หญิงฉันทกา สุปิยพันธุ์

คณะแพทย์ศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

x