home

คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ตาสองสี (Heterochromia)

คำจำกัดความ|อาการ|สาเหตุ|ปัจจัยเสี่ยง|การวินิจฉัยและการรักษา|การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง
ตาสองสี (Heterochromia)

หากคุณลองสังเกตตนเองแล้วพบว่าสีตาของคุณเริ่มมีสีภายในที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบดวงตาข้างใดข้างหนึ่งเปลี่ยนสี หรือครึ่งซีกของม่านตาเปลี่ยนสีไป โปรดเข้ารับการวินิจฉัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะอาจเป็นสัญญาณของการเกิดภาวะ ตาสองสี (Heterochromia) ได้

คำจำกัดความ

ตาสองสี (Heterochromia) คืออะไร

ภาวะตาสองสี (Heterochromia) เป็นภาวะของม่านตาที่มาจากการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรม หรือถูกถ่ายทอดส่งต่อกันมาจากพันธุกรรมในครอบครัว ซึ่งเป็นภาวะที่สีของดวงตาข้างใดข้างหนึ่งของคุณนั้นมีสีแตกต่างไปจากเดิม เช่น สีเทา สีฟ้า สีน้ำตาล เป็นต้น ตามความเข้มข้นของระดับเม็ดสีเมลานินในแต่ละบุคคล โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

  • Complete heterochromia เป็นประเภทที่มีสีของดวงตาข้างใดข้างหนึ่งเปลี่ยนไปแบบสมบูรณื หรือเต็มดวง เช่น ตาข้างหนึ่งสีน้ำตาล อีกข้างหนึ่งสีฟ้า เป็นต้น
  • Segmental heterochromia คือ สีของดวงตาเปลี่ยนไปแบบแบ่งส่วน โดยดวงตาข้างนั้นจะมีการแบ่งสีของม่านตาเป็น 2 ส่วน และจะมีสีที่แตกต่างกัน เช่น ตาข้างซ้ายสีน้ำตาล ตาข้างขวาสีฟ้า และแบ่งครึ่งอีกซีกด้านในเป็นสีเขียวอีกครึ่งหนึ่ง เป็นต้น
  • Central heterochromia เป็นอีกประเภทของภาวะดวงตาเปลี่ยนสี ที่จะมีการเปลี่ยนสีเพียงแค่รอบนอกของม่านตา เช่น ตรงกลางภายในดวงตาเป็นสีดำสนิทแต่รอบนอกนั้นเป็นสีเทา หรือสีอื่น ๆ เป็นต้น

ภาวะ ตาสองสี สามารถพบบ่อยได้เพียงใด

จริง ๆ แล้วภาวะดังกล่าวนี้ อาจเป็นไปได้ยากที่จะพบเจอในบุคคลทั่วไป แต่ก็มิได้หมายความว่าจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่ประสบกับภาวะดวงตาสองสีนั้น มักจะเกิดขึ้นตั้งแต่แรกเกิด รวมไปถึงผู้ที่มีปัญหาทางสุขภาพเกี่ยวกับโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น โรคต้อหิน ได้อีกด้วย

อาการ

อาการของ ภาวะตาสองสี

ส่วนใหญ่ภาวะตาสองสีมักไม่ค่อยมีอาการใด ๆ ให้พบเห็นกันมากนัก นอกจากสีของดวงตาที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน แต่หากบุคคลใดที่มีอาการแทรกซ้อนอย่างอาการเจ็บปวดดวงตา การมองเห็นที่เปลี่ยนแปลงไปร่วมด้วย อาจจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในทันที เพื่อให้ได้รับการรักษาที่เท่าทัน ก่อนเกิดความเสี่ยงในการสูญเสียการมองเห็นได้

สาเหตุ

สาเหตุของการเกิด ภาวะตาสองสี

ผู้คนส่วนใหญ่ที่อยู่ภาวะตาสองสีจากพันธุกรรมแต่เดิม อาจไม่จำเป็นต้องมีข้อกังวลใด ๆ มากนัก เกี่ยวกับปัญหาทางสุขภาพอื่น ๆ ที่ตามมา แต่สำหรับกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงของสีดวงตาอย่างกะทันหันโดยที่คุณไม่ทันตั้งตัว นั่นอาจเป็นไปได้ว่าอาการดังกล่าวมาจากสาเหตุของปัญหาทางสุขภาพ ดังต่อไปนี้

  • ภาวะทางพันธุกรรมไพบอลดิซึม (Piebaldism) ถึงจะเป็นภาวะที่ไม่อันตรายมากนัก แต่อาจทำให้เม็ดสีนั้นลดลงจนทำให้ผิวหนัง สีผม รวมถึงดวงตามีสี่ที่อ่อนลงกว่าเดิม
  • กลุ่มอาการวาร์เดนเบิร์ก (Waardenburg syndrome) กลุ่มของโรคพันธุกรรมที่ส่งผลให้สีของดวงตา ผิวหนัง และสีผมที่เปลี่ยนไป และนำพาไปสู่การสูยเสียทางการได้ยินได้อีกด้วย
  • กลุ่มอาการสเตอร์จ-เวเบอร์ (SturgeWeber syndrome) เป็นภาวะความผิดปกติของสมอง ผิวหนัง และดวงตาที่เกิดจากการพัฒนาของหลอดเลือดบางชนิด
  • โรคทูเบอรัส สเคลอโรซิส (Tuberous sclerosis) เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับการก่อตัวของเนื้องอกภายใน เช่น เนื้องอกในสมอง ผิวหนัง ไต ปอด และดวงตา

นอกจากนี้ยังอาจมีสาเหตุอื่น ๆ อีกที่อาจทำให้ดวงตาของคุณมีสีที่เปลี่ยนไปได้ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยตั้งแต่เบื้องต้นก่อนเกิดปัญหาอื่นลุกลาม คุณอาจจำเป็นต้องขอเข้ารับการตรวจสอบจากแพทย์เฉพาะทางอย่างละเอียดอีกครั้ง

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยของการเกิด ภาวะตาสองสี

  • กลุ่มอาการฮอร์เนอร์ (Horner’s syndrome) ซึ่งเกิดจากความเสียหายของเส้นประสาทที่เชื่อมโยงไปยังสมอง และดวงตา จนส่งผลต่อใบหน้าเพียงด้านใดด้านหนึ่งมีลักษณะของรูม่านตาที่เล็กลงอย่างถาวร
  • ต้อหิน (Glaucoma) เป็นโรคเกี่ยวกับดวงตาที่อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนสีได้เนื่องจากมีการสะสมของของเหลวในตา หรือความดันในตา
  • มะเร็งตา (Eye cancer) เพราะเนื้องอกที่เกิดขึ้นภายในดวงตาอาจทำให้เม็ดสีเมลานินนั้นมีการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป จนส่งผลให้ดวงตา ผิวหนัง เส้นผมคุณเริ่มมีสีเปลี่ยนจากเดิม และอาจทำให้คุณเริ่มมีการมองเห็นไม่ชัดอย่างกะทันหันอีกด้วย
  • ผลกระทบจากยาบางชนิดที่ใช้รักษาปัญหาสุขภาพตา เนื่องจากเป็นยาที่จำเป็นต้องใช้รักษาปัญหาที่เกิดขึ้นกับดวงตาโดยตรง จึงทำให้บางครั้งอาจได้รับผลข้างเคียงจนก่อให้เกิดสีของดวงตาที่เปลี่ยนไป เช่น ยาที่ใช้รักษาต้อหินในกลุ่ม Prostamide
  • การบาดเจ็บที่ดวงตา ที่อาจมาในรูปแบบอุบัติเหตุ หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ จนทำให้วงตาเรานั้นได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยภาวะตาสองสี

คุณอาจเข้ารับคำการวินิจฉัยจากจักษุแพทย์ เมื่อคุณสังเกตว่าสีของดวงตาคุณมีการเปลี่ยนแปลง พร้อมมีอาการอื่น ๆ แทรกซ้อนร่วม ซึ่งแพทย์อาจมีการตรวจเลือด และทดสอบโครโมโซมทางพันธุกรรม เพื่อหาสาเหตุเบื้องต้นของการเกิดภาวะตาสองสี

การรักษาภาวะตาสองสี

หากภาวะตาสองสีที่มาจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม คุณอาจไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาใด ๆ เลยก็ว่าได้ หรือแพทย์อาจแนะว่าให้เปลี่ยนเป็นใส่คอนแทคเลนส์ที่มีความปลอดภัยได้ในกรณีที่คุณมีความต้องการอยากให้สีดวงตาทั้งสองข้างมีความคล้ายกัน

แต่หากเป็นกรณีที่มีอาการแทรกซ้อนรุนแรงอื่น ๆ ร่วมด้วย จนทำให้สีของดวงตาคุณเปลี่ยนไป คุณอาจต้องได้รับการวินิจฉัยอีกครั้งโดยแพทย์ เพื่อหาวิธีการรักษาที่เหมาะสมแก่ปัญหาทั้งด้านสุขภาพของดวงตา และสุขภาพกายภายในคุณ

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์หรือการเยียวยาตนเองเพื่อป้องกันและรักษาภาวะตาสองสี

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อให้ป้องกันตนเองจากการเกิดภาวะตาสองสีนั้นอาจแตกต่างกันไปตามสภาวะของโรคที่เกิดขึ้นในแต่บุคคล หากคุณมีข้อสงสัยใดเพิ่มเติมโปรดปรึกศึกษาแพทย์เฉพาะทาง หรือจักษุแพทย์อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อรับข้อมูลถึงการแก้ไขที่ถูกต้อง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

An Overview of Heterochromia  https://www.verywellhealth.com/heterochromia-overview-4177928 Accessed September 25, 2020

Why are my eyes different colors? https://www.medicalnewstoday.com/articles/319389 Accessed September 25, 2020

Heterochromia https://www.webmd.com/eye-health/heterochromia-iridis#1 Accessed September 25, 2020

Heterochromia https://www.medicinenet.com/heterochromia_iridis/article.htm Accessed September 25, 2020

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน แก้ไขล่าสุด 07/10/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ