backup og meta
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ถามคุณหมอ
บันทึก
สารบัญ

ตาล้า สาเหตุ อาการ และการรักษา


เขียนโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี · แก้ไขล่าสุด 29/09/2021

ตาล้า สาเหตุ อาการ และการรักษา

ตาล้า เป็นอาการที่อาจเกิดขึ้นต่อเมื่อมีการใช้สายตามาเกินไป เช่น การขับรถเดินทางไกล จ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ดิจิทัลอื่น ๆ ส่งผลให้เกิดอาการปวดตา ระคายเคือง โดยปกติอาการตาล้าอาจไม่ก่อให้เกิดภาวะรุนแรง และสามารถหายไปได้เองหากดูแลอย่างถูกวิธี

คำจำกัดความ

ตาล้า คืออะไร

ตาล้า คืออาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับดวงตา ส่งผลให้การมองเห็นเปลี่ยนแปลงชั่วคราว เนื่องจากมีการใช้สายตาอย่างหนักในระหว่างวัน เช่น การทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ อ่านหนังสือ เล่นแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน เพราะการใช้สายตายเป็นเวลานานอาจทำให้กะพริบตาน้อยลง ทำให้ขาดความชุ่มชื้นในดวงตา จนตาแห้ง แสบตา และตาล้า ซึ่งปกติแล้วควรกะพริบตาประมาณ 18 ครั้งต่อนาที เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในดวงต

ตาล้า

อาการตาล้า

อาการตาล้า สามารถสังเกตได้จากสัญญาณเตือน ดังต่อไปนี้

  • เจ็บตา ระคายเคืองตา
  • ตาแห้ง หรือตาแฉะ
  • น้ำตาไหล
  • ปวดศีรษะ
  • ลืมตายาก
  • มีปัญหาในการโฟกัสสิ่งรอบตัว มองเห็นเป็นภาพซ้อน
  • ตาไวต่อแสง
  • ปวดคอ ไหล่ หรือหลังจากการนั่งจดจ่อเป็นเวลานาน
  • สาเหตุ

    สาเหตุตาล้า

    สาเหตุที่อาจทำให้ตาล้า มีหลายประการ ดังนี้

    • การจ้องหน้าจออุปกรณ์ดิจิทัล โดยไม่หยุดพักสายตา
    • ใช้สายตาในพื้นที่ที่แสงน้อย
    • ขับรถเดินทางไกล เนื่องจากต้องใช้สมาธิจ้องมองถนนเป็นเวลานาน
    • ดวงตาสัมผัสกับอากาศ หรือลมแรง เช่น เครื่องปรับอากาศ พัดลม
    • โรคสายตา เช่น ตาแห้ง สายตาสั้น สายตายาว

    ปัจจัยเสี่ยง

    ปัจจัยเสี่ยงตาล้า

    ปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อยที่สุดคือการใช้สายตาจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ดิจิทัลอื่น ๆ เป็นเวลานาน โดยไม่กะพริบตาเพิ่มความชุ่มชื้น และได้รับผลกระทบจากแสงหน้าจอสะท้อนเข้าดวงตา ทำให้ดวงตามีความตึงเครียด ส่งผลให้เกิดอาการตาล้า เจ็บตา

    การวินิจฉัยและการรักษา

    ข้อมูลที่นำเสนอในที่นี้ ไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาคุณหมอสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

    การวินิจฉัยตาล้า

    คุณหมออาจสอบถามอาการ และพฤติกรรมที่เป็นสาเหตุนำไปสู่อาการตาล้า และทดสอบการมองเห็น

    การรักษาตาล้า

    การรักษาอาการตาล้าเป็นไปตามสาเหตุที่ผู้ป่วยเป็น โดยส่วนใหญ่คุณหมออาจแนะนำให้ใส่แว่นที่เหมาะกับปัญหาสายตา และกิจกรรมที่ปฏิบัติเป็นประจำ เพื่อลดอาการตาล้า ปวดตา

    การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการดูแลตัวเอง

    การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการดูแลตัวเองเพื่อป้องกันตาล้า

    เพื่อป้องกันอาการตาล้า ควรปรับพฤติกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ดังนี้

    • กะพริบตาบ่อย ๆ
    • เมื่อใช้สายตาเป็นเวลานาน ควรพักสายตาเป็นระยะ โดยการละสายตาจากหน้าจออุปกรณ์ดิจิทัล ให้ห่างออกไปประมาณ 20 ฟุต หรือ 6 เมตร ทุก ๆ 20 นาที เป็นเวลา 20 วินาที
    • จำกัดเวลาอยู่หน้าจอ โดยเฉพาะเด็ก เพราะอาจส่งผลให้เกิดอาการปวดตา
    • ปรับแสงในห้องมีความสว่างพอดี เมื่อดูโทรทัศน์ อ่านหนังสือ เล่นโทรศัพทมือถือ
    • หากสามารถควบคุมอากาศภายในห้อง หรือภายในบ้านได้ เช่น เครื่องปรับอากาศ เครื่องทำความชื้น พัดลม ควรปรับอย่างพอดี ป้องกันลมเข้าตา ที่อาจทำให้ตาแห้ง แสบตา นำไปสู่อาการตาล้า
    • สวมใส่แว่น หรือคอนแทคเลนส์ให้เหมาะสมกับการใช้งาน
    • ใช้น้ำตาเทียมหากรู้สึกว่าตาแห้ง เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น
    • หมายเหตุ

      Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด


      เขียนโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี · แก้ไขล่าสุด 29/09/2021

      ad iconโฆษณา

      คุณได้รับประโยชน์จากบทความนี้หรือไม่?

      ad iconโฆษณา
      ad iconโฆษณา