คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ชายรักชาย มีเซ็กส์ (sex) อย่างไรให้ปลอดภัย

ชายรักชาย มีเซ็กส์ (sex) อย่างไรให้ปลอดภัย

ในหมู่ชายรักชาย การมีเซ็กส์ (sex) โดยไม่ป้องกันรวมถึงการมีคู่นอนหลายคน อาจเสี่ยงให้เกิดการติดต่อของโรคทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองใน หนองในเทียม เอดส์ ซิฟิลิส ซึ่งอาจส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

การป้องกันตัวเอง นอกจากช่วยลดแนวโน้มในการติดเชื้อแล้ว ยังเป็นการป้องกันคู่นอนในเวลาเดียวกันด้วย เพราะสำหรับบางโรค หากติดเชื้อในระยะเริ่มต้น อาจจะยังไม่แสดงอาการ ทำให้ชายรักชายอาจแพร่เชื้อไปให้คู่นอนของตัวเองได้โดยไม่รู้ตัว

โรคติดต่อจาก sex ที่พบบ่อย

การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันของชายรักชาย อาจทำให้เสี่ยงเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต่อไปนี้

  • หนองใน หากติดเชื้อที่อวัยวะเพศ ผู้ป่วยจะมีอาการปัสสาวะแสบขัด มีหนองข้นไหลออกจากอวัยวะเพศ และอัณฑะเจ็บหรือบวม หากไม่รีบรักษาอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้
  • หนองในเทียม อาการคล้ายหนองใน คือ ปัสสาวะแสบขัด สารคัดหลั่งผิดปกติไหลออกมาจากอวัยวะเพศ อัณฑะปวดหรือบวม
  • ซิฟิลิส ติดต่อกันได้โดยการสัมผัสกับแผล ส่งผลให้เกิดผื่นขึ้นตามลำตัว โดยอาการที่เกิดขึ้นอาจหายเองได้ แต่การเป็นซิฟิลิสนาน ๆ โดยไม่รักษา อาจส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บที่สมอง ระบบประสาท หรือหัวใจ
  • โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือเอดส์ เป็นระยะสุดท้ายของการติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยจะมีเซลล์เม็ดเลือดขาว CD4 ในระดับต่ำ ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ และภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย
  • เริม ผู้ป่วยจะมีอาการปัสสาวะแสบขัด แผลพุพอง และอาการคันบริเวณอวัยวะเพศ การสัมผัสกับแผลพุพองอาจทำให้ผู้อื่นติดเชื้อได้
  • หูดที่อวัยวะเพศ เกิดจากการสัมผัสหูดระหว่างมีเพศสัมพันธ์ โดยหูดจะขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ ปาก หรือทวารหนัก มีลักษณะเป็นตุ่มเนื้อสีน้ำตาล ซึ่งอาจเกิดขึ้นพร้อมกันทีละหลาย ๆ ตุ่มได้

การป้องกันตัวเองจากโรคติดต่อจากเซ็กส์ (sex)

การป้องกันตัวเองจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สามารถทำได้ดังนี้

สวมถุงยางอนามัยและใช้สารหล่อลื่น

เมื่อมีเซ็กส์ (sex) ไม่ว่าทางอวัยวะเพศ ปาก หรือทวารหนัก ชายรักชายควรสวมถุงยางอนามัยทุกครั้ง เพราะช่วยป้องกันการสัมผัสสารคัดหลั่งหรือเลือด ซึ่งเป็นช่องทางการแพร่เชื้อของโรคให้กับคู่นอนได้

นอกจากนี้ ชายรักชายยังควรใช้สารหล่อลื่นระหว่างมีเซ็กส์ เพราะช่วยให้ถุงยางอนามัยไม่ปริหรือแตกเมื่อใช้งาน โดยสารหล่อลื่นที่เหมาะสม ควรทำจากน้ำหรือซิลิโคน ควรหลีกเลี่ยงการใช้โลชั่น เบบี้ออยล์ หรือสารอย่างอื่นที่มีส่วนประกอบเป็นน้ำมัน เพราะอาจทำให้ถุงยางอนามัยแตกได้ง่าย

ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย

การมีความสัมพันธ์กับคู่นอนที่ปลอดโรค อาจช่วยให้มั่นใจได้ว่าชายรักชายจะไม่เสี่ยงต่อการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เมื่อมีเซ็กส์ (sex) โดยไม่ป้องกัน หากมีคู่นอนหลายคน อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น จึงควรลดจำนวนคู่นอน และป้องกันตนเองทุกครั้ง

ตรวจโรคอย่างสม่ำเสมอ

ชายรักชายและคู่นอน ควรไปสถานพยาบาลเพื่อตรวจโรคอย่างน้อยทุก 6 เดือนหรือปีละครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองหรือคู่นอนไม่ติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เนื่องจากโรคหลายโรค เช่น หนองใน หนองในเทียม ซิฟิลิส จะไม่แสดงอาการ แต่หากไม่ป้องกันตัวเอง ผู้ติดเชื้อยังสามารถแพร่ไปให้คู่นอนของตนได้

ยิ่งไปกว่านั้น การพบโรคจากการตรวจยังช่วยให้ชายรักชายได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เพราะโรคบางโรค เช่น ซิฟิลิส เอชไอวี จะรักษาได้ยากเมื่อเข้าสู่ระยะหลัง ๆ หรืออาจนำมาซึ่งภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงถึงชีวิตได้

การตรวจโรคที่พบได้ทั่วไปตามสถานพยาบาล มีดังนี้

  • ตรวจเลือด เพื่อตรวจการติดเชื้อ และแอนติบอดีซึ่งทำหน้าที่ต่อสู้กับโรค
  • ตรวจปัสสาวะ เพื่อตรวจหาเชื้อในปัสสาวะ
  • การสวอป เพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียบริเวณที่ติดเชื้อ เช่น ลำคอ ท่อปัสสาวะ หรือลำไส้ตรง
  • การอัลตร้าซาวด์ เพื่อดูความเสียหายของตับ สำหรับการตรวจไวรัสตับอักเสบ
  • การเจาะชิ้นเนื้อตับ เพื่อตรวจการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ

ฉีดวัคซีน

การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ บี และซี สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีนของไวรัสชนิดนั้น ๆ ขณะเดียวกันโรคหูดที่อวัยวะเพศ อาจป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนสำหรับเชื้อฮิวแมนพัพพิลโลมาไวรัส (Human Papillomavirus หรือ HPV) ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรค

หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และใช้ยาเสพติด

การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป รวมถึงการใช้ยาเสพติด มีส่วนทำให้การตัดสินใจและสติสัมปชัญญะของชายรักชายลดลง จนอาจนำไปสู่การมีเซ็กส์​ (sex) โดยไม่ป้องกัน ซึ่งเสี่ยงต่อการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้

กินยาเพร็พ

ในกรณีของชายรักชายที่ไม่ได้ติดเชื้อเอชไอวีแต่มีเซ็กส์กับคนที่ติดเชื้อเอชไอวี อาจทำให้เสี่ยงหรือมีโอกาสได้รับเชื้อเอชไอวี ดังนั้น การกินยาเพร็พ (Pre-Exposure Prophylaxis หรือ PrEP) อย่างสม่ำเสมอ ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการป้องกันโรค โดยชายรักชายต้องกินยาวันละ 1 ครั้งและกินทุกวัน เพราะฤทธิ์ยาจะลดลงหากรับประทานไม่สม่ำเสมอ

สำหรับชายรักชายฝ่ายรับ ยาเพร็พสามารถป้องกันเชื้อเอชไอวีได้ 99% และอาจช่วยป้องกันการติดเชื้อจากการใช้เข็มฉีดยาได้ประมาณ 74% อย่างไรก็ตาม ควรสวมถุงยางอนามัยร่วมด้วยเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ

กินเป็ปภายใน 72 ชั่วโมง

ยาเป็ป (Post-Exposure Prophylaxis หรือ PEP) คือ ยาต้านเอชไอวีแบบฉุกเฉินสำหรับผู้ที่ไม่ได้ติดเชื้อเอชไอวี แต่อาจมีความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวี เช่น ถุงยางอนามัยฉีกขาด ไม่สวมถุงยางอนามัย หรือถูกล่วงละเมิดทางเพศ

ยาเป็ปจะจ่ายภายใต้ดุลยพินิจของคุณหมอ โดยต้องกินครั้งแรกภายใน 72 ชั่วโมงหลังเผชิญความเสี่ยง และกินต่อเนื่องหลังกันเป็นเวลา 28 วัน โดยห้ามขาด เพราะการกินยาไม่สม่ำเสมอจะทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลง

เครื่องมือคำนวณการตกไข่

เครื่องมือคำนวณการตกไข่

ติดตามรอบการมีประจำเดือนของคุณ เพื่อดูวันที่เหมาะสมที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์หรือคุมกำเนิด

เครื่องมือคำนวณการตกไข่

ติดตามรอบการมีประจำเดือนของคุณ เพื่อดูวันที่เหมาะสมที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์หรือคุมกำเนิด

เครื่องมือคำนวณการตกไข่

ระยะเวลารอบเดือน

(วัน)

28

ช่วงมีประจำเดือน

(วัน)

7

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ธนชาติ จึงแย้มปิ่น แก้ไขล่าสุด 25/01/2022
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย