backup og meta

ฮอร์โมนเพศชาย คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร

ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย


เขียนโดย ทัตพร อิสสรโชติ · แก้ไขล่าสุด 07/11/2022

ฮอร์โมนเพศชาย คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร

ฮอร์โมนเพศชาย หรือ ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) เป็นฮอร์โมนเพศชายที่อยู่ในกลุ่มฮอร์โมนแอนโดรเจน ซึ่งช่วยกำหนดลักษณะของเพศชาย เช่น การมีเสียงที่ทุ้มต่ำ มวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของกระดูก และยังส่งผลต่อสุขภาพทางเพศของผู้ชาย รวมถึงการแข็งตัวของอวัยวะเพศ การสร้างอสุจิ

ฮอร์โมนเพศชาย คืออะไร

ฮอร์โมนเพศชาย คือ เฮอร์โมนเพศชายที่อยู่ในกลุ่มฮอร์โมนแอนโดรเจน ซึ่งช่วยกำหนดลักษณะของเพศชาย เช่น การมีเสียงที่ทุ้มต่ำ มวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของกระดูก รวมถึง ยังเป็นฮอร์โมนสำคัญที่อาจมีบทบาทกับร่างกายหลายอย่าง ดังนี้

  • การพัฒนาของอวัยวะเพศชายและอัณฑะ
  • การเปลี่ยนแปลงของเสียงในช่วงวัยรุ่น
  • มีหนวดขึ้นบริเวณใบหน้าและอวัยวะเพศ
  • ช่วยเสริมสร้างขนาดและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
  • เสริมสร้างการเจริญเติบโตของกระดูกและความแข็งแรง
  • สร้างอารมณ์ทางเพศ
  • การผลิตสเปิร์ม

ฮอร์โมนเพศชายมากเกินไป ส่งผลอย่างไร

การมีฮอร์โมนเพศชายมากเกินไปอาจพบได้น้อย ซึ่งอาจทำให้มีอาการฉุนเฉียวง่าย หรืออาจมีความต้องการทางเพศสูงกว่าปกติ รวมถึงอาจทำให้เกิดอาการต่าง ๆ ดังนี้

  • อาจเกิดความเสียหายของกล้ามเนื้อหัวใจ และเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจวาย
  • ต่อมลูกหมากโตและปัสสาวะลำบาก
  • โรคตับ
  • เป็นสิว
  • อาการบวมน้ำบริเวณขาและเท้า
  • น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากความอยากอาหารเพิ่มขึ้น
  • ความดันโลหิตสูง และคอเลสเตอรอลสูง
  • นอนไม่หลับ
  • ปวดหัว
  • มวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น
  • เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดลิ่มเลือด
  • ในวัยรุ่นมีการเติบโตของร่างกายเพิ่มขึ้น
  • พฤติกรรมก้าวร้าวผิดปกติ
  • อารมณ์แปรปรวน

อาการที่เกิดขึ้นอาจเป็นสัญญาณเตือนของการมีระดับฮอร์โมนเพศชายที่สูงกว่าปกติ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้

ฮอร์โมนเพศชายน้อยเกินไป ส่งอย่างไร

เมื่อผู้ชายอายุมากขึ้นระดับฮอร์โมนเพศชายอาจลดลงได้เรื่อย ๆ ประมาณ 1-2% ในแต่ละปี ผู้ชายที่มีอายุมากกว่า 45 ปี อาจมีระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนลดลงกว่าปกติ เนื่องจากอัณฑะสร้างฮอร์โมนเพศชายได้น้อยลง โดยอาการที่อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายมีระดับฮอร์โมนเพศชายลดลง อาจมีดังนี้

  • ขนตามร่างกายและใบหน้าลดลง
  • การสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ
  • ความต้องการทางเพศลดลง
  • ลูกอัณฑะอ่อนแอ
  • เกิดภาวะมีบุตรยาก
  • หน้าอกมีขนาดใหญ่ขึ้น
  • ร้อนวูบวาบ
  • รู้สึกหงุดหงิด ไม่มีสมาธิ หรืออาจเกิดภาวะซึมเศร้า
  • ผมร่วงมากขึ้น
  • กระดูกเปราะเสี่ยงต่อการแตกหักง่าย

ผู้ชายหลายคนอาจมีความกังวลใจเกี่ยวกับฮอร์โมนเพศชายต่ำ เพราะอาจส่งผลให้เกิดภาวะอื่น ๆ ตามมา เช่น โรคกระดูกพรุน อย่างไรก็ตาม หากเกิดภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำควรเข้าพบคุณหมอเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม

หมายเหตุ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย

สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย


เขียนโดย ทัตพร อิสสรโชติ · แก้ไขล่าสุด 07/11/2022

advertisement iconโฆษณา

คุณได้รับประโยชน์จากบทความนี้หรือไม่?

advertisement iconโฆษณา
advertisement iconโฆษณา