home

คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

แสบช่องคลอด สาเหตุ การักษาและการป้องกัน

แสบช่องคลอด สาเหตุ การักษาและการป้องกัน

แสบช่องคลอด เป็นอาการที่อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น ภาวะช่องคลอดอักเสบจากแบคทีเรีย การติดเชื้อราหรือเชื้อปรสิตในช่องคลอด โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ วัยหมดประจำเดือน นอกจากจะทำให้มีอาการแสบช่องคลอดแล้ว ยังอาจมีอาการคัน แสบเมื่อปัสสาวะ ตกขาวมีกลิ่นเหม็น และอื่น ๆ ร่วมด้วย อาจต้องรักษาที่ต้นเหตุหลักของอาการ เพื่อบรรเทาอาการหรือรักษาอาการแสบช่องคลอดให้หายขาด

สาเหตุของอาการแสบช่องคลอด

ผู้หญิงหลายคนอาจมีอาการแสบช่องคลอด ซึ่งสาเหตุที่อาจพบได้บ่อยมีดังนี้

  1. ภาวะช่องคลอดอักเสบจากแบคทีเรีย

ภาวะช่องคลอดอักเสบจากแบคทีเรีย เป็นภาวะที่ช่องคลอดมีเชื้อแบคทีเรียบางชนิดมากเกินไป ทำให้ภาวะสมดุลของแบคทีเรียในช่องคลอดผิดปกติ นอกจากนี้ การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันอาจมีส่วนทำให้เกิดภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียได้ ผู้ป่วยอาจมีอาการคันด้านในและด้านนอกช่องคลอด แสบช่องคลอด ปวด แสบเมื่อปัสสาวะ ตกขาว มีกลิ่นคาวปลา

การรักษา คุณหมอมักรักษาด้วยยาปฏิชีวนะเพื่อต้านเชื้อแบคทีเรีย เช่น มิโคนาโซล (Miconazole) คลินดามัยซิน (Clindamycin)

  1. การติดเชื้อราในช่องคลมิโคนาโซล (Miconazole)อด

การติดเชื้อราในช่องคลอดเป็นภาวะที่ช่องคลอดติดเชื้อราแคนดิดา (Candida) ที่ทำให้เกิดอาการระคายเคือง แสบช่องคลอด ตกขาว และคันรุนแรง เนื่องจาก การเติบโตของเชื้อราที่มากเกินไป พบบ่อยในระหว่างตั้งครรภ์ ผู้ป่วยเบาหวาน โรคอ้วน ภูมิคุ้มกันบกพร่อง รับประทานยาคุมกำเนิด และการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะบางชนิด

การักษา อาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค คุณหมอมักให้ยาต้านเชื้อราชนิดครีม ยาเม็ด และยาเหน็บ เช่น มิโคนาโซล (Miconazole) เทอโคนาโซล (Terconazole) หรืออาจสั่งยาฟลูโคนาโซล (Fluconazole) ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง

  1. การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ

การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะเป็นการติดเชื้อในส่วนใดส่วนหนึ่งของทางเดินปัสสาวะ ได้แก่ ไต ท่อไต ท่อปัสสาวะกระเพาะปัสสาวะ โดยส่วนใหญ่การติดเชื้อมักเกิดขึ้นที่บริเวณท่อปัสสาวะและกระเพาะปัสสาวะ อาจทำให้มีอาการเจ็บปวด แสบช่องคลอด แสบเมื่อปัสสาวะ ปัสสาวะน้อยและบ่อย ปัสสาวะมีกลิ่นแรง เป็นต้น

การรักษา คุณหมอมักรักษาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะด้วยยาปฏิชีวนะ เช่น ทริมเมโธพริม (Trimethoprim) ฟอสโฟมัยซิน (Fosfomycin) ไนโทรฟูแรนโทอิน (Nitrofurantoin) เซฟาเล็กซิน (Cephalexin) เซฟไตรอะโซน (Ceftriaxone)

  1. โรคพยาธิในช่องคลอด (Trichomoniasis)

โรคพยาธิในช่องคลอดเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากปรสิตที่มีชื่อว่า Trichomonas Vaginalis ในผู้หญิงมักทำให้มีอาการตกขาวมีกลิ่นเหม็น อาจมีสีขาว เทา เหลือง หรือเขียว คัน แสบช่องคลอด แสบเมื่อปัสสาวะ และปวดเมื่อมีเพศสัมพันธ์

การรักษา คุณหมออาจสั่งยาให้รับประทานเพื่อกำจัดเชื้อปรสิต เช่น เมโทรนิดาโซล (Metronidazole) ทินิดาโซล (Tinidazole)

  1. โรคหนองในและหนองในเทียม

โรคหนองในเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ในผู้หญิงมักมีอาการแสบเมื่อปัสสาวะ ตกขาวมากกว่าปกติ ปวดท้อง ปวดเมื่อมีเพศสัมพันธ์ แสบช่องคลอด คัน และอาจมีเลือดออก ในผู้ชายรู้สึกแสบเมื่อปัสสาวะ คัน เจ็บปวดอัณฑะ และอาจมีหนองไหลออกมาทางองคชาต

โรคหนองในเทียมเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่เกิดจากการติดเชื้อคลาไมเดีย (Chlamydia Trachomatis) ในช่วงแรกของการติดเชื้อมักไม่แสดงอาการ ในผู้หญิงอาจทำให้เกิดปากมดลูกอักเสบและท่อปัสสาวะอักเสบ มีหนองในเยื่อบุโพรงมดลูก แสบช่องคลอด และเลือดออกง่าย ในผู้ชายอาจเกิดโรคท่อปัสสาวะอักเสบ ปัสสาวะลำบาก มีหนองไหล เจ็บลูกอัณฑะ และท่อน้ำอสุจิอักเสบ

การรักษา สำหรับโรคหนองในและหนองในเทียมคุณหมออาจให้ยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย หากมีอาการรุนแรงมากอาจได้รับยาทั้งแบบรับประทานและแบบฉีด นอกจากนี้ งดการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าการรักษาจะเสร็จสิ้น

  1. เริมที่อวัยวะเพศ

เริมที่อวัยวะเพศเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากไวรัสเริม HSV-1 และไวรัสเริม HSV-2 โดยไวรัสเริมสามารถติดต่อได้ผ่านทางสารคัดหลั่ง น้ำลาย ผิวหนัง และการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือปาก อาจทำให้มีอาการรอยแตก รอยแดง คัน ชาที่อวัยวะเพศ แสบเมื่อปัสสาวะ แสบช่องคลอด นอกจากนี้ อาจมีอาการคล้ายไข้หวัด เช่น มีไข้ ปวดตัว ปวดหัว อ่อนเพลีย

การรักษา ยังไม่มีการรักษาโรคเริมให้หายขาดได้ แต่สามารถป้องกันการกำเริบของโรคได้ด้วยยาต้านไวรัส เช่น อะไซโคลเวียร์ (Acyclovir) วาลาไซโคลเวียร์ (Valacyclovir) แฟมซิโคลเวียร์ (Famciclovir)

  1. การระคายเคือง

การใช้ผลิตภัณฑ์บางชนิดอาจสร้างความระคายเคืองให้กับช่องคลอด เช่น ผ้าอนามัยแบบสอด น้ำยาทำความสะอาดช่องคลอด น้ำหอม สบู่ กางเกงซับในเนื้อหยาบ ผลิตภัณฑ์ซักผ้า เหล่านี้อาจทำให้ระคายเคืองและมีอาการคันรุนแรง แสบช่องคลอด เจ็บปวด ผิวแห้ง เป็นต้น

การรักษา อาจทำได้ด้วยการหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่อาจทำให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคือง เลือกใช้ผลิตภัณฑ์สูตรอ่อนโยน และหลีกเลี่ยงการสวนล้างช่องคลอด

  1. วัยหมดประจำเดือน

วัยหมดประจำเดือนมักเกิดขึ้นในช่วงอายุประมาณ 40 หรือ 50 ปี เป็นช่วงเวลาสิ้นสุดของการมีประจำเดือน อาจทำให้มีอาการร้อนวูบวาบ อารมณ์แปรปรวน ปัญหาการนอนหลับ ความอ่อนแอของร่างกาย ผิวแห้ง ช่องคลอดแห้งจนอาจทำให้มีอาการแสบช่องคลอดได้

การรักษา อาจไม่จำเป็นต้องทำการรักษา แต่สามารถบรรเทาอาการที่เกิดขึ้นด้วยการบำบัดด้วยฮอร์โมน เช่น บำบัดด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจน ยากล่อมประสาทขนาดต่ำ กาบาเพนติน (Gabapentin) ช่วยลดอาการร้อนวูบวาบ

การป้องกันอาการแสบช่องคลอด

การป้องกันไม่ให้เกิดอาการแสบช่องคลอด สามารถทำได้ดังนี้

  • ทำความสะอาดช่องคลอดเป็นประจำทุกวันด้วยน้ำเปล่าหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดช่องคลอดสูตรอ่อนโยน แต่ไม่ควรเกินวันละ 2 ครั้ง เพราะอาจทำให้ช่องคลอดแห้งได้
  • หลังจากอาบน้ำหรือหลังจากเข้าห้องน้ำควรเช็ดอวัยวะเพศให้แห้งเสมอ
  • หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดช่องคลอดหรือกระดาษชำระที่มีส่วนผสมของน้ำหอม และหลีกเลี่ยงการสวนล้างช่องคลอด เพราะอาจทำลายแบคทีเรียดีที่ชื่อว่า แลคโตบาซิลลัส ในช่องคลอดและสร้างความระคายเคืองได้
  • สวมกางเกงและกางเกงชั้นในเนื้อผ้านุ่มสบาย ระบายอากาศ ไม่คับแน่นจนเกินไป และควรเปลี่ยนชุดชั้นในทุกวัน
  • บางคนอาจมีช่องคลอดแห้ง ควรใช้สารหล่อลื่นสำหรับช่องคลอดก่อนมีเพศสัมพันธ์เพื่อลดแรงเสียดสี
  • ใช้ถุงยางอนามัยในขณะมีเพศสัมพันธ์ทุกครั้งเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าอาการจะดีขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการเกาอวัยวะเพศ เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองมากกว่าเดิมได้

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Gonorrhea. https://www.webmd.com/sexual-conditions/gonorrhea#1. Accessed December 15, 2021

Vaginal Itching, Burning, and Irritation. https://www.webmd.com/women/guide/vaginal-itching-burning-irritation. Accessed December 15, 2021

Bacterial Vaginosis (BV). https://www.cdc.gov/std/bv/stdfact-bacterial-vaginosis.htm. Accessed December 15, 2021

Disorders of the Vulva: Common Causes of Vulvar Pain, Burning, and Itching. https://www.acog.org/womens-health/faqs/disorders-of-the-vulva-common-causes-of-vulvar-pain-burning-and-itching. Accessed December 15, 2021

Chlamydia. https://www.cdc.gov/std/chlamydia/stdfact-chlamydia-detailed.htm. Accessed December 15, 2021

Menopause. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/menopause/symptoms-causes/syc-20353397. Accessed December 15, 2021

Genital Herpes. https://www.cdc.gov/std/herpes/stdfact-herpes.htm. Accessed December 15, 2021

Trichomoniasis. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/trichomoniasis/symptoms-causes/syc-20378609. Accessed December 15, 2021

Urinary tract infection (UTI). https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/urinary-tract-infection/symptoms-causes/syc-20353447. Accessed December 15, 2021

Yeast infection (vaginal). https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/yeast-infection/symptoms-causes/syc-20378999. Accessed December 15, 2021

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ทัตพร อิสสรโชติ แก้ไขล่าสุด 22/12/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย