คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อาการ สาเหตุ และการรักษา

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อาการ สาเหตุ และการรักษา

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (Sexually Transmitted Diseases หรือ STDs) คือ การติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อที่ทำให้เกิดโรค โดยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มีมากกว่า 20 ชนิด เช่น โรคหนองใน ภาวะอักเสบในอุ้งเชิงกราน ส่วนใหญ่อาจเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่สวมถุงยางนามัย หรือการขาดการดูแลสุขภาพอนามัยทางเพศที่ดี

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์-STDs-เสี่ยงโรค

คำจำกัดความ

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คืออะไร

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (Sexually Transmitted Diseases หรือ STDs) คือ การติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อที่ทำให้เกิดโรค โดยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มีมากกว่า 20 ชนิด เช่น

  • คลามัยเดีย (Chlamydia)
  • โรคหนองใน
  • เชื้อเอชไอวี/โรคเอดส์
  • ไวรัสเอชพีวี (HPV)
  • โรคซิฟิลิส
  • ท่อปัสสาวะอักเสบ
  • ก้านอัณฑะอักเสบ
  • การติดเชื้อทำให้เกิดการอักเสบบริเวณปากช่องคลอดและช่องคลอด เช่น โรคเริมที่เกิดบริเวณอวัยวะเพศ การติดเชื้อทริโคโมแนส (Trichomoniasis) โรคติดเชื้อแคนดิดา (Candidiasis)
  • ภาวะอักเสบในอุ้งเชิงกราน

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พบบ่อยแค่ไหน

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์พบได้ทั่วไป แต่บางสาเหตุอาจทำให้เกิดอาการรุนแรงในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย หากผู้หญิงเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และตั้งครรภ์อาจทำให้มีปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงถ่ายทอดไปยังทารกขณะคลอดได้

อาการ

อาการของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

อาการทั่วไปของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อาจมีดังนี้

  • แผลเปื่อยหรือตุ่มที่บริเวณอวัยวะเพศหรือปากหรือช่องทวารหนัก
  • ความเจ็บปวด หรือ การถ่ายปัสสาวะมีอาการปวดแสบปวดร้อน
  • สารหรือของเหลวที่ถูกปล่อยออกมาจากอวัยวะเพศชาย
  • ตกขาวมีกลิ่นผิดปกติหรือกลิ่นแปลก ๆ
  • เลือดออกช่องคลอดแบบผิดปกติ
  • เจ็บปวดระหว่างมีเพศสัมพันธ์
  • แผลเปื่อย ขาหนีบบวมโดยเฉพาะที่ต่อมน้ำเหลือง แต่บางครั้งขยายออก
  • ความเจ็บปวดท้องน้อย
  • อาการทั่วไป เช่น เป็นไข้ อ่อนแอ
  • ผื่นคันทั่วลำตัว มือ หรือเท้า

อย่างไรก็ตาม โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางชนิดอาจไม่แสดงอาการในช่วงระยะเวลาหนึ่ง และบางครั้งก็อาจมีอาการไม่รุนแรง

ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด

สำหรับเกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อาจไปพบคุณหมอหาก

  • มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
  • มีคู่นอนมากกว่า 1 คน
  • อาจสัมผัสกับเชื้อทางเพศสัมพันธ์
  • มีอาการของการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เช่น เจ็บปวดระหว่างมีเพศสัมพันธ์ เลือดออกช่องคลอดแบบผิดปกติ

ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส หรือเชื้อราชนิดต่าง ๆ ดังนี้

  • ไวรัส เช่น เอชไอวี โรคตับอักเสบบี เฮอร์ปีส์ คอมเพล็กซ์ (Herpes Complex) และไวรัส โรคติดเชื้อเอชพีวี (Human Papilloma Virus)
  • เชื้อแบคทีเรีย เช่น โรคหนองใน คลามัยเดียทราโคมาติส (Chlamydia Trachomatis) ทริปโปนีมา พัลลิดุม (Treponema Pallidum) มัยโคพลาสมา (Mycoplasmas)
  • เชื้อรา เช่น แคนดิดา (Candida)

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อาจมีดังนี้

  • ผู้ที่มีคู่นอนหลายคน
  • ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ผ่านทางทวารหนัก
  • ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกันความเสี่ยงการเกิดโรค
  • ผู้ค้าประเวณี
  • การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ใช้สารเสพติด ใช้เข็มร่วมกัน หรือมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนที่มีพฤติกรรมเหล่านี้ ซึ่งอาจมีแนวโน้มในการมีทางเพศโดยไม่ได้ป้องกันและอาจมีความเสี่ยงสูงในการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม
  • ผู้ที่อยู่ในชุมชนที่มีความชุกของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำจากแพทย์โดยตรง กรุณาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับแพทย์เสมอ

การวินิจฉัยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

ถ้ามีประวัติเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ มีสัญญาณและอาการที่อาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คุณหมออาจวินิจฉัยอาการด้วยวิธีต่าง ๆ เหล่านี้

  • การตรวจเลือด เพื่อวินิจฉัยโรคเอชไอวี หรือระยะของโรคซิฟิลิส
  • การตรวจปัสสาวะ การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์บางอย่างอาจวินิจฉัยได้จากตัวอย่างปัสสาวะ
  • ตัวอย่างของเหลว หากมีแผลเปื่อยที่อวัยวะเพศ การทดสอบของเหลวและตัวอย่างจากแผลเปื่อยอาจช่วยวินิจฉัยชนิดของการติดเชื้อได้ สารหรือของเหลวที่ถูกปล่อยออกมาจากท่อปัสสาวะก็อาจใช้ในบางกรณี ห้องปฏิบัติการจะใช้แผลเปื่อยอวัยวะเพศ สารหรือของเหลวที่ถูกปล่อยออกมา เพื่อนำมาทดสอบการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์บางชนิด

การรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

  • ยาปฏิชีวนะ อาจมีประสิทธิภาพในการรักษาการติดเชื้อแบคทีเรีย และปรสิต เช่น โรคหนองใน โรคซิฟิลิส คลามัยเดีย (Chlamydia) และ การติดเชื้อทริโคโมแนส (Trichomoniasis)
  • ยาต้านไวรัส อาจลดความเสี่ยงในการติดเชื้อหรือการกลับมาเป็นซ้ำหากใช้ยาทุกวัน

อย่างไรก็ตาม ยาเหล่านี้ต้องใช้ภายใต้การดูแลของคุณหมอ และหากตรวจพบโรคติดต่อทางสัมพันธ์ตั้งแต่เริ่มต้นก็อาจช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น

การปรับไลฟ์สไตล์และการดูตัวเอง

การปรับไลฟ์สไตล์และการดูแลตัวเองเพื่อป้องกันและรักษา โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

การปรับพฤติกรรมบางอย่างอาจช่วยป้องกันความเสี่ยงในการเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ดังนี้

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ ไข่ ถั่ว นม
  • งดสูบบุหรี่ และไม่ใช้ยาเสพติด หรือเข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ เช่น วิ่ง โยคะ แอโรบิค
  • มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย ด้วยการสวมถุงยางอนามัยทุกครั้ง
  • ตรวจร่างกายและตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทั้งของตัวเองและคู่รักอย่างสม่ำเสมอ
  • รับประทานยาตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัด
เครื่องมือคำนวณการตกไข่

เครื่องมือคำนวณการตกไข่

ติดตามรอบการมีประจำเดือนของคุณ เพื่อดูวันที่เหมาะสมที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์หรือคุมกำเนิด

เครื่องมือคำนวณการตกไข่

ติดตามรอบการมีประจำเดือนของคุณ เพื่อดูวันที่เหมาะสมที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์หรือคุมกำเนิด

เครื่องมือคำนวณการตกไข่

ระยะเวลารอบเดือน

(วัน)

28

ช่วงมีประจำเดือน

(วัน)

7

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

What is an STD? http://www.news-medical.net/health/What-is-an-STD-(Sexually-Transmitted-Disease).aspx. Accessed on August 08, 2020

Sexually transmitted diseases (STDs). http://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/sexually-transmitted-diseases-stds/diagnosis-treatment/treatment/txc-20180605. Accessed on August 08, 2020

Sexually Transmitted Diseases. https://medlineplus.gov/sexuallytransmitteddiseases.html. Accessed March 10, 2022

Understanding Sexually Transmitted Diseases (STDs). https://www.webmd.com/sex-relationships/understanding-stds-basics. Accessed March 10, 2022

Sexually transmitted infections (STIs). https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/sexually-transmitted-infections-(stis). Accessed March 10, 2022

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย pimruethai แก้ไขล่าสุด 10/03/2022
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย