กลากที่หนังศีรษะ (Tinea Capitis)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 4 mins read
Share now

คำจำกัดความ

กลากที่หนังศีรษะ คืออะไร

กลากที่หนังศีระษะ (Tinea Capitis) หรือเชื้อราบนหนังศีรษะ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ชันนะตุ” เป็นการติดเชื้อราที่รากผม เส้นผม และหนังศีรษะ ไม่ได้เกิดจากหนอนหรือปรสิตใดๆ โดยเชื้อราจะทำให้เกิดผื่นวงแหวนมีขอบชัดเจนที่หนังศีรษะ ลักษณะตรงกลางเรียบและขอบนูน การติดเชื้อนี้ส่งผลต่อทั้งหนังศีรษะและเส้นผม ทำให้เกิดอาการคัน ผมร่วงเป็นหย่อมๆ หนังศีรษะลอกหรือที่เรียกว่ารังแค

กลากที่หนังศรีษะเป็นโรคติดเชื้อที่สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้จากการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน เช่น หวี ผ้าเช็ดตัว หมวก หมอน

กลากที่หนังศีรษะพบบ่อยแค่ไหน

กลากที่หนังศีรษะเป็นโรคที่สามารถพบได้ทั่วไปในคนทุกเพศทุกวัย แต่พบได้บ่อยในเด็ก ถือเป็นหนึ่งในโรคผิวหนังที่พบได้บ่อยในเด็กอายุ 4-14 ปี อย่างไรก็ตาม สามารถป้องกันการเกิดโรคได้โดยการลดปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรค สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมควรปรึกษาแพทย์

อาการ

อาการของกลากที่หนังศีรษะ

อาการของโรคกลากที่พบบ่อยที่สุด คือ ผื่นคันบริเวณหนังศีรษะ อาจเกิดอาการผมร่วงบริเวณที่เป็นกลาก หนังศีรษะมีรอยแดง เป็นขุย หรือรอยด่าง อาจสังเกตเห็นจุดดำบริเวณที่ผมร่วง หากปล่อยไว้ กลากอาจขยายวงกว้างได้

อาการอื่นๆ ของโรคกลากประกอบด้วย

  • ผมบาง
  • เจ็บหนังศีรษะ
  • ต่อมน้ำเหลืองโต
  • มีไข้ต่ำ

ในกรณีที่อาการรุนแรง อาจเกิดการบวมนูนที่เรียกว่า อาการหนังศีรษะเป็นก้อนนูน ที่เป็นหนองเนื้ออ่อน ซึ่งอาจนำไปสู่รอยด่างบนศีรษะถาวรและแผลเป็นได้

อาจมีอาการอื่นๆ ของโรคที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากมีคำถามเกี่ยวกับอาการของโรค ควรปรึกษาแพทย์

ควรพบหมอเมื่อใด

หากคุณมีอาการใดๆ ที่กล่าวมาข้างต้น หรือสัญญาณของโรคกลากที่หนังศีรษะ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เนื่องจากร่างกายของแต่ละคนแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดจึงควรพูดคุยกับคุณหมอ เพื่อหาแนวทางในการรักษาเหมาะสมและได้ผลที่สุดสำหรับคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของการเกิดกลากที่หนังศีรษะ

โรคกลากที่หนังศีรษะเกิดจากเชื้อรากลุ่มเดอร์มาโตไฟต์ (Dermatophyte) ซึ่งสิ่งมีชีวิตที่เจริญเติบโตในเนื้อเยื่อที่ตายแล้ว เช่น เล็บมือ เส้นผม และผิวหนังชั้นนอก เชื้อรากลุ่มนี้ชอบอยู่ในอุณหภูมิอุ่นและชื้นแฉะ จึงเจริญเติบโตได้ดีบริเวณผิวหนังที่เปียกชื้น ความแออัดและระดับสุขอนามัยที่ต่ำส่งผลต่อการเพิ่มการกระจายตัวของโรคกลากได้

โรคกลากสามารถกระจายตัวได้ง่าย โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก การติดโรคกลากอาจเกิดจากการสัมผัสผิวหนังของผู้ติดเชื้อ หากมีการใช้หวี ที่นอนหรืออุปกรณ์อื่นร่วมกับผู้เป็นโรคกลาก คุณก็เสี่ยงติดเชื้อได้เช่นกัน

สัตว์เลี้ยงในบ้าน เช่น แมว สุนัข สามารถแพร่โรคกลากได้เช่นกัน สัตว์ในฟาร์ม เช่น แพะ วัว ม้า หมูสามารถเป็นพาหะของโรคได้ แต่อาการติดเชื้ออาจไม่แสดงออกในสัตว์จำพวกนี้

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคกลากที่หนังศีรษะ

  • เด็กอายุระหว่าง 4-14 ปี มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคกลากที่หนังศีรษะได้มากที่สุด แม้ว่าโรคนี้สามารถเกิดขึ้นในผู้ใหญ่หรือเด็กที่มีอายุต่ำกว่าก็ตาม
  • กลากบริเวณหนังศีรษะเกิดขึ้นบ่อยในแถบชุมชนเมืองที่มีระดับสุขอนามัยต่ำ ในกลุ่มผู้ที่อยู่ในชุมชนแอดอัดหรือในเขตสภาพอากาศร้อนชื้น
  • โรคอาจทวีความรุนแรงในกลุ่มผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ เช่น กลุ่มผู้ป่วยโรคอ้วน เอดส์ มะเร็ง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดปรึกษาแพทย์

การวินิจฉัยโรคและการรักษาโรค

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคกลากที่หนังศีระษะ

การตรวจวินิฉัยโรคกลากบนหนังศีรษะใช้วิธีการตรวจด้วยสายตา แพทย์จะใช้อุปกรณ์พิเศษที่เรียกว่า ไฟส่องตรวจเชื้อรา (Wood’s lamp) เพื่อส่องตรวจบริเวณหนังศีรษะและประเมินสัญญาณของการติดเชื้อ

แพทย์อาจเก็บตัวอย่างผิวหนังหรือเส้นผมเพื่อรับรองการวินิจฉัย ตัวอย่างจะถูกส่งไปเพื่อตรวจหาเชื้อรา การตรวจหาเชื้อนี้ทำได้โดยการใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องเส้นผมและผิวหนังตัวอย่าง การตรวจหาเชื้ออาจใช้เวลาถึง 3 สัปดาห์

การรักษาโรคกลากที่หนังศีรษะ

แพทย์จะออกใบสั่งยาและแชมพูยาในการรักษาโรคกลากที่ศีรษะ

ยาต้านเชื้อรา (Antifungal medication)

กลุ่มยาต้านเชื้อราสำคัญประกอบด้วย

  • ยากริซีโอฟูลวิน (griseofulvin) เช่น กริฟูลวิน วี (Grifulvin V) กรีส์-พีเอจี (Gris-PEG)
  • ยาเทอร์บินาฟีน ไฮโดรคลอไรด์ (terbinafine hydrochloride) เช่น ลามิซิล (Lamisil)

ยาทั้งสองชนิดนี้เป็นยารับประทาน ให้รับประทานติดต่อกัน 6 สัปดาห์ อาการข้างเคียงของยาทั้งสองชนิดเหมือนกัน ประกอบด้วย ท้องร่วง ระคายเคืองกระเพาะอาหาร แพทย์อาจะแนำนำให้ทานยาร่วมกับอาหารที่ไขมันสูงเช่น เนยถั่วหรือไอศกรีม

อาการข้างเคียงอื่นๆ ของยากริซีโอฟูลวินประกอบด้วย

  • ไวต่อแสงแดด
  • อาเจียน
  • อ่อนเพลีย
  • หน้ามืด
  • เวียนศีรษะ
  • ปวดศีรษะ
  • ผื่นคัน
  • ลมพิษ
  • อาการแพ้ยากลุ่มเพนิซิลลิน

อาการข้างเคียงอื่นๆ ของยาเทอร์บินาฟีน ไฮโดรคลอไรด์ (terbinafine hydrochloride) มีดังนี้

  • ปวดท้อง
  • อาการคัน
  • ผื่นคัน
  • ลมพิษ
  • สูญเสียการรับรสหรือได้รับรสที่เปลี่ยนไป
  • อาการแพ้
  • ปวดหัว
  • มีไข้
  • ปัญหาเกี่ยวกับไต ซึ่งพบได้ไม่บ่อย

แชมพูยา (Medicated shampoo)

แพทย์อาจะสั่งแชมพูยาเพื่อขจัดเชื้อราและป้องกันการกระจายตัวของเชื้อ แชมพูยามีส่วนผสมของคีโตโคนาโซล (ketoconazole) หรือ ซีเลเนียมซัลไฟด์ (selenium sulfide) อย่างไรก็ตาม แชมพูยาช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อรากระจายตัวแต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อราที่ทำให้เกิดกลาก จึงต้องใช้ร่วมกับยาสำหรับรับประทาน

แพทย์อาจแนะนำให้ใช้แชมพู 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ติดต่อกันเป็นเวลา 1 เดือน วิธีใช้แชมพูยา คือ ฟอกแชมพูยาทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีแล้วล้างออก

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์หรือการเยียวยาตนเองที่ช่วยจัดการโรคกลากที่หนังศีรษะ

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการเยียวยาด้วยตนเองดังต่อไปนี้ อาจจัดการกับโรคกลากที่หนังศีรษะได้

  • ในช่วงรักษา เด็กที่เป็นโรคกลากที่หนังศีรษะสามารถไปโรงเรียนได้ตามปกติ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดปรึกษาแพทย์
  • สัตว์เลี้ยงและสมาชิกในครอบครัวควรรับการตรวจโรค และเข้ารับการรักษาหากจำเป็น เพื่อป้องกันการกลับมาติดเชื้อ ควรพาสัตว์เลี้ยงเข้ารับการตรวจสุขภาพและปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อตรวจหาโรคกลากในสัตว์เลี้ยง
  • สมาชิกภายในครอบครัวอาจเป็นพาหะของโรค แพทย์อาจแนะนำให้ใช้แชมพูยาเพื่อลดจำนวนสปอร์และป้องกันการกลับมาติดเชื้ออีก
  • ควรทำความสะอาดหวีด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ หรือทางที่ดีควรใช้แปรงหวีผมอันใหม่ ไม่ควรใช้ของใช้ส่วนตัว เช่น ผ้าเช็ดตัว หวี หมวก ปลอกหมอน ผ่าห่ม ร่วมกัน
  • ยังไม่มีการรับรองว่าน้ำส้มสายชู (กระอะซีติก) และน้ำมันจากชาเขียวสามารถช่วยรักษาโรคกลากที่หนังศีรษะได้ ทั้งยังอาจะทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังและทำให้อาการของโรคแย่ลงด้วย

อาการโรคกลากอาจต้องใช้เวลารักษานานกว่า 1 เดือนอาการจึงจะดีขึ้น จึงควรอดทน ใช้ยาตามแพทย์สั่ง และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง

หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำความเข้าใจให้ดีขึ้นถึงทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ผื่นแพ้สัมผัส (Contact Dermatitis)

ผื่นแพ้สัมผัส (Contact dermatitis) หมายถึง อาการผื่นแดงที่เกิดขึ้นจากการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้หรือสารบางอย่างที่ทำให้เกิดอาการระคายเคือง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล

คุณแม่ท้อง อย่าละเลย โรคผิวหนังระหว่างตั้งครรภ์ อาจอันตรายถึงชีวิต

โรคผิวหนังระหว่างตั้งครรภ์ เป็นภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ ที่คุณแม่ไม่ควรละเลย เพราะอาจนำไปสู่ภาวะอื่นที่เป็นอันตรายได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล

โรคงูสวัด (Shingles) ติดต่อกันง่าย แต่รักษาได้ไม่ยาก

งูสวัด หรือโรคงูสวัด (Shingles) เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดเดียวกันกับที่ทำให้เป็นโรคอีสุกอีใส ได้แก่เชื้อไวรัส วาริเซลลาซอสเตอร์ (varicella-zoster virus)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Khongrit Somchai
โรคผิวหนัง 27/01/2021 . 2 mins read

รักษาเซ็บเดิร์ม ด้วยวิธีธรรมชาติ ที่คุณเองก็ทำได้ง่าย ๆ

เซ็บเดิร์ม เกิดจากการอักเสบบริเวณต่อมไขมันที่อยู่ใต้ชั้นผิวหนัง ทำให้เกิดเป็นผื่นแดง และมีการตกสะเก็ด ซึ่งเราสามารถ รักษาเซ็บเดิร์ม ได้ด้วยวิธีธรรมชาติ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Khongrit Somchai
โรคผิวหนัง 26/01/2021 . 2 mins read