ฉีดผิวขาว ขั้นตอน และความเสี่ยงต่อสุขภาพ

    ฉีดผิวขาว ขั้นตอน และความเสี่ยงต่อสุขภาพ

    ฉีดผิวขาว คือ การฉีดวิตามินหรือสารกลูตาไธโอน (Glutathione) เข้าสู่ผิวหนัง เพื่อให้ผิวหนังแลดูขาวขึ้นชั่วคราว ผู้ที่อยากมีผิวขาวควรได้รับการฉีดผิวขาวสม่ำเสมอ เพื่อให้ผลคงอยู่อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การฉีดผิวขาว อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงตามมา เช่น อาการแพ้ ผื่นขึ้น ไม่สบาย ก่อนฉีดผิวขาว จึงควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียด และควรเลือกใช้บริการจากคลินิกเสริมความงามหรือสถานพยาบาลที่น่าเชื่อถือและได้มาตรฐาน

    ฉีดผิวขาว คืออะไร

    ฉีดผิวขาว คือการทำให้ผิวขาวขึ้น พร้อมลดริ้วรอยต่าง ๆ ด้วยการฉีดสารอาหารต่าง ๆ เข้าสู่หลอดเลือดดำหรือชั้นผิวหนังโดยตรง

    จุดเด่นของการฉีดผิวขาว คือเห็นผลไวกว่าการทำให้ผิวขาวขึ้นด้วยวิธีการอื่น ๆ อย่าง การทาครีม การขัดผิว การรับประทานอาหารเสริม

    อย่างไรก็ตาม การฉีดผิวขาวไม่สามารถทำให้ผู้ที่มีผิวคล้ำโดยกำเนิด ขาวขึ้นเทียบเท่ากับผู้ที่มีผิวสีอ่อนโดยกำเนิดได้

    นอกจากนี้ การฉีดผิวขาวยังไม่เหมาะกับหญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคตับหรือไต รวมถึงผู้ป่วยภาวะธาตุเหล็กเกิน (Hemochromatosis) เพราะการฉีดผิวขาวจะทำให้ร่างกายเสียสมดุลแร่ธาตุ เนื่องจากวิตามินที่ถูกฉีดเข้าร่างกาย มักทำให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กในอาหารได้มากกว่าเดิม

    สารหรือวิตามินที่ใช้เพื่อฉีดผิวขาว

    เมื่อไปรับบริการฉีดผิวขาว คลินิกเสริมความงามหรือสถานพยาบาลจะฉีดสารอาหารต่าง ๆ ให้ โดยอาจฉีดให้เพียงชนิดเดียว หรือฉีดแบบผสม ตามสูตรของสถานพยาบาลนั้น ๆ โดยปกติจะมีคุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ดูแลสูตรที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย

    สารอาหารดังกล่าว อาจประกอบด้วย

    • วิตามินซี (Vitamin C) เป็นวิตามินซึ่งพบได้ในผักและผลไม้ต่าง ๆ โดยเฉพาะในส้มหรือมะนาว ทั้งนี้ วิตามินซีจะช่วยให้ผิวขาวขึ้น สีผิวสม่ำเสมอ ลดริ้วรอย รวมถึงกระตุ้นการสร้างโปรตีนคอลลาเจน (Collagen) ในผิวหนัง ทำให้ผิวหนังดูอ่อนวัยและเต่งตึง
    • วิตามินอี (Vitamin E) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบได้ในน้ำมันพืช ธัญพืช และไข่ไก่ ซึ่งร่างกายไม่สามารถผลิตเองได้ การฉีดวิตามินอีจะช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น และช่วยป้องกันผิวหนังถูกทำลายจากรังสีอัลตราไวโอเลต
    • กลูตาไธโอน (Glutathione) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นเองได้ตามธรรมชาติ การฉีดกลูตาไธโอน ทำให้ร่างกายลดการสร้างเม็ดสีผิวคล้ำหรือเมลานิน (Melanin) และเพิ่มการผลิตฟีโอเมลานิน (Pheomelanin) หรือเม็ดสีผิวขาวมากขึ้น

    ขั้นตอนการฉีดผิวขาว

    เมื่อไปรับการฉีดผิวขาว ขั้นตอนที่อาจพบได้ จะเป็นดังนี้

    • ตรวจสุขภาพผิวโดยคุณหมอ เพื่อประเมินว่าสารอาหารสูตรใดเหมาะสม
    • ทำความสะอาดร่างกายส่วนที่จะถูกฉีดผิวขาว
    • ฉีดวิตามินหรือ กลูตาไธโอนเข้าสู่ร่างกาย
    • หากไม่พบผลข้างเคียงหลังฉีดผิวขาว เช่น ผื่นแพ้ เวียนศีรษะ สามารถกลับบ้านได้เลย

    ฉีดผิวขาว เห็นผลเมื่อไร

    การฉีดผิวขาว จะเห็นผลชัดเจนหลังการฉีดครั้งที่ 3 โดยการฉีดครั้งแรกจนถึงครั้งที่ 3 อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน หรือภายในสัปดาห์เดียว

    ทั้งนี้ ผลของการฉีดผิวขาวจะไม่คงอยู่ถาวร ดังนั้น การฉีดผิวขาวจึงต้องทำอย่างต่อเนื่อง หรือประมาณสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อให้คุณสมบัติของวิตามินหรือกลูตาไธโอนคงอยู่ต่อไป

    ผลข้างเคียงของการฉีดผิวขาว

    เมื่อฉีดผิวขาว อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง ได้แก่

    • ไข้ขึ้น รู้สึกไม่สบาย หน้าซีด
    • ท้องร่วง
    • คลื่นไส้ อาเจียน
    • ห้อเลือดหรือรอยช้ำ บริเวณที่ฉีดวิตามินเข้าสู่ร่างกาย
    • เกิดการอักเสบทั่วร่างกาย หรือภาวะพิษเหตุติดเชื้อ (Sepsis) หรือการติดเชื้อในกระแสเลือด
    • อาการแพ้ เช่น ผื่นขึ้น เป็นลมพิษ หรือมีภาวะแพ้รุนแรง (Anaphylaxis) ซึ่งผู้ป่วยจะหายใจลำบาก และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต หากไม่ได้รับการรักษาทันเวลา

    ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับการฉีดผิวขาว ควรสังเกตอาการของตนเองหลังได้รับการฉีด หากรู้สึกถึงความผิดปกติหลังกลับจากคลินิกเสริมความงามหรือสถานพยาบาล ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อขอรับคำแนะนำต่อไป

    ข้อดีและข้อเสียของการฉีดผิวขาว

    ฉีดผิวขาว มีข้อดีและข้อเสีย ดังต่อไปนี้

    ข้อดี

    • ทำให้ผิวขาวขึ้นเร็วกว่าการใช้ครีมหรือรับประทานอาหารเสริม
    • ทำให้ผิวหนังเต่งตึง ช่วยลดริ้วรอยต่าง ๆ รวมถึงช่วยป้องกันผิวหนังถูกทำลายจากรังสีอัลตราไวโอเลต

    ข้อเสีย

    • เสียค่าใช้จ่ายต่อเนื่องเพราะจำเป็นต้องฉีดมากกว่า 1 ครั้ง เพื่อให้เห็นผล
    • ผลลัพธ์คงอยู่เพียงชั่วคราว ทำให้ต้องคอยไปฉีดผิวสม่ำเสมอ
    • อาจเกิดผลข้างเคียง โดยเฉพาะในกรณีของผู้ที่มีอาการแพ้สารที่ถูกฉีดเข้าสู่ร่างกาย หรือเลือกรับบริการจากสถานพยาบาลที่ไม่ได้มาตรฐาน
    • ไม่สามารถทำให้ผู้ที่มีผิวสีเข้มมีผิวขาวขึ้นเทียบเท่าผู้ที่มีผิวสีอ่อนตามธรรมชาติได้
    • อาจทำให้เกิดอันตรายต่อตับ และไต
    • เพิ่มโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนัง

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    รูปของผู้เขียนbadge
    เขียนโดย ธนชาติ จึงแย้มปิ่น แก้ไขล่าสุด 23/06/2022
    ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดย แพทย์หญิงภัทรีวัลย์ โรจนพันธุ์