คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ask-doctor-icon

ถามหมอฟรี

เป็นคนแรกที่ให้ Hello Khunmor รู้ความคิดของคุณ!

วิธีกำจัดสิวให้เร็วที่สุด ด้วยวิธีธรรมชาติ เพื่อหน้าสวยเนียนใส

    วิธีกำจัดสิวให้เร็วที่สุด ด้วยวิธีธรรมชาติ เพื่อหน้าสวยเนียนใส

    วิธีกำจัดสิวให้เร็วที่สุด อาจทำได้ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ เช่น ที ทรี ออยล์ น้ำมันหอมระเหยจากสมุนไพร ชาเขียว เจลว่านหางจระเข้ น้ำแข็ง อย่างไรก็ตาม แม้ผลิตภัณฑืเหล่านี้จะมาจากธรรมชาติ แต่ก็อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงต่าง ๆ เช่น ทำให้ผิวหนังระคายเคือง เกิดรอยแดง ผิวแห้งกร้าน ดังนั้น จึงควรใช้อย่างระมัดระวัง

    สิว-acne

    วิธีกำจัดสิวให้เร็วที่สุด ทำได้อย่างไร

    สำหรับ วิธีการกำจัดสิวให้เร็วที่สุด ด้วยวิธีธรรมชาติอาจทำได้ดังนี้

    1. ที ทรี ออยล์ (Tea Tree Oil)

    สิว-วิธีกำจัดสิวให้เร็วที่สุด-ทีทรีออยล์
    ที ทรี ออยล์ (Tea Tree Oil)

    ที ทรี ออยล์ เป็นสารสกัดจากใบของต้นทีทรี (Melaleuca alternifolia) ซึ่งอาจช่วยต้านเชื้อแบคทีเรียและลดการอักเสบของผิวหนัง ทั้งยังอาจช่วยต่อต้านเชื้อโพรพิออนนะแบคทีเรียมแอคเน่ (Propionibacterium Acnes หรือ P. acnes) และสแตฟฟิโลคอคคัส อิพิเดอร์มิดิส (Staphylococcus Epidermidis หรือ S. epidermidis) ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวได้

    อย่างไรก็ตาม การรักษาด้วยที ทรี ออยล์ อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ความแห้งกร้าน ระคายเคือง ผิวไหม้ รอยแดง หากทาลงบนผิวโดยตรง ดังนั้น ก่อนใช้ที ทรี ออยล์ จึงอาจต้องเจือจางด้วยน้ำมันธรรมชาติหรือน้ำมันตัวพา (Carrier Oil)

    สำหรับวิธีการใช้ที ทรี ออยล์ในการรักษาสิว อาจทำได้ดังนี้

    1. ผสมที ทรี ออยล์ 1 หยดกับน้ำมันธรรมชาติ 1 ช้อนชา
    2. จุ่มสำลีลงในส่วนผสมและทาลงบนสิว
    3. ทาครีมบำรุงตามต้องการ
    4. ทำซ้ำขั้นตอนเหล่านี้ 1-2 ครั้ง/วัน

    2. น้ำมันหอมระเหยจากสมุนไพร

    น้ำมันหอมระเหยจากสมุนไพร เช่น อบเชย กุหลาบ ลาเวนเดอร์ กานพลู โรสแมรี่ ตะไคร้ อาจคุณสมบัติในการต้านเชื้อแบคทีเรีย เชน เชื้อโพรพิออนนะแบคทีเรียมแอคเน่ สแตฟฟิโลคอคคัส อิพิเดอร์มิดิส และอาจช่วยต้านการอักเสบ ซึ่งอาจช่วยให้สิวหายเร็วขึ้น

    อย่างไรก็ตาม หากจะทาน้ำมันหอมระเหยจากสมุนไพรลงบนผิวโดยตรง อาจต้องเจือจางน้ำมันหอมระเหยด้วยน้ำมันธรรมชาติ นอกจากนี้ ควรทำการทดสอบกับผิวหนังก่อนใช้ และหยุดใช้ทันทีหากมีอาการระคายเคืองเกิดขึ้น

    สำหรับวิธีการใช้น้ำน้ำมันหอมระเหยจากสมุนไพรรักษาสิว อาจทำได้ดังนี้

    1. ผสมน้ำมันหอมระเหย 10 หยดเข้ากับน้ำมันตัวพา (Carrier Oil) 30 มิลลิกรัม
    2. จุ่มสำลีลงในส่วนผสมและทาลงบนสิว
    3. ทาครีมบำรุงตามต้องการ
    4. ทำซ้ำขั้นตอนทั้งหมด 1-2 ครั้ง/วัน

    3. ชาเขียว

    ชาเขียว นอกจากจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพแล้ว ยังอาจส่งผลดีต่อสุขภาพผิว เนื่องจาก ชาเขียวมีสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) แทนนิน (Tannin) รวมถึงสารอีพิกัลโลคาเทชิน-3-กัลเลต (Epigallocatechin-3-gallate หรือ EGCG) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่อาจช่วยต้านการอักเสบและต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว

    โดยวิธีการใช้ชาเขียวรักษาสิว อาจทำได้ดังนี้

    1. ใส่ผงชาเขียวลงในน้ำเดือดแล้วต้มประมาณ 3-4 นาที
    2. ปล่อยให้ชาเย็นลง
    3. นำไปใช้กับใบหน้า ด้วยการใช้สำลีเช็ดหรือเทใส่ขวดสเปรย์แล้วฉีดที่ใบหน้า
    4. ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีหรือข้ามคืน จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด
    5. ใช้ 1-2 ครั้ง/วัน นอกจากนี้ ยังสามารถเก็บชาเขียวที่ต้มแล้วเอาไว้ในตู้เย็นได้นานถึง 2 สัปดาห์

    4. เจลว่านหางจระเข้

    ว่านหางจระเข้-รักษาสิว
    ว่านหางจระเข้ (Aloe vera)

    ว่านหางจระเข้ อุดมด้วยไปด้วยสารลูพิออล (Lupeol) กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) ยูเรียไนโตรเจน (Urea Nitrogen) ซินนามอน (Cinnamon) ฟีนอล และกำมะถัน ซึ่งอาจช่วยต่อต้านแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว ลดการอักเสบ ช่วยรักษาบาดแผล ทั้งยังอาจช่วยรักษาโรคสะเก็ดเงิน ผื่นคัน บาดแผล และรอยไหม้

    โดยวิธีการใช้ว่านหางจระเข้ในการรักษาสิว อาจทำได้ดังนี้

    1. ล้างว่านหางจระเข้ให้สะอาด กรีดเปลือกด้านนอก และขูดเจลออกจากใบว่านหางจระเข้ด้วยช้อน
    2. อาจต้องผสมเจลว่านหางจระเข้ลงในผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่ใช้รักษาอยู่
    3. ทำซ้ำ 1-2 ครั้ง/วัน

    5. มาส์กที่มีส่วนประกอบของซัลเฟอร์ (Sulfur Mask)

    ซัลเฟอร์-มาส์กซัลเฟอร์-รักษาสิว
    ซัลเฟอร์ (Sulfur หรือ Sulphur)

    หากรักษาสิวด้วยครีมรักษาสิวเฉพาะจุดไม่หายอาจลองใช้มาสก์ที่มีส่วนประกอบของซัลเฟอร์ (Sulfur) โดยสามารถใช้มาสก์ทาบริเวณที่เป็นสิวหรือทั่วทั้งใบหน้า ซึ่งอาจช่วยในการรักษาสิวและอาจทำให้รูขุมขนเล็กลง อย่างไรก็ตาม มาส์กบางตัวอาจต้องใช้แบบข้ามคืน ส่วนมาส์กบางชนิดอาจทิ้งไว้เพียงไม่กี่นาทีแล้วล้างออก ดังนั้น ควรอ่านคำแนะนำบนผลิตภัณฑ์ และไม่ควรทิ้งมาสก์ไว้ข้ามคืน นอกจากจะมีการระบุไว้เป็นการเฉพาะว่าสามารถทำได้

    6. น้ำแข็ง

    การใช้น้ำแข็งจากน้ำสะอาดประคบลงบนบริเวณที่เป็นสิวเม็ดเล็กและสิวอักเสบที่รุนแรง เช่น ก้อนสิว สิวซีสต์ ประมาณ 20-30 วินาที จากนั้น พักประมาณ 1 นาที ทำเช่นนี้ 2-3 ครั้ง/วัน หรือก่อนออกไปข้างนอก อาจช่วยลดรอยแดงและบวม ทั้งยังอาจช่วยบรรเทาความเจ็บปวดที่เกิดจากสิว อย่างไรก็ตาม ไม่ควรทำกับสิวที่เป็นนานแล้วจนเกิดเป็นน้ำเหลือง

    วิธีกำจัดสิวให้เร็วที่สุด อื่น ๆ

    แม้ วิธีกำจัดสิวให้เร็วที่สุด ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ อาจทำให้อาการสิวดีขึ้น แต่ก็อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ในบางบุคคลได้ ดังนั้น ก่อนการใช้ผลิตภัณฑ์กับผิวหน้าเพื่อรักษาสิว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในผู้ที่มีผิวบอบบาง แพ้ง่าย ควรทำการทดสอบเสียก่อนว่าตัวเองมีอาการแพ้หรือไม่ หากพบว่ามีอาการแพ้หรืออาการระคายเคืองเกิดขึ้น ควรหยุดใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นทันที

    ในกรณีที่สิวมีอาการอักเสบ ปวดบวม และมีอาการแย่ลง อาจต้องใช้ยาที่สั่งจ่ายโดยคุณหมอเท่านั้น ดังนั้น การไปพบคุณหมอ จึงอาจเป็นวิธีที่ดีที่สุด

    สิว-รักษาสิว-แพทย์ผิวหนัง

    สำหรับวิธีกำจัดสิวให้เร็วที่สุดด้วยวิธีอื่น ๆ อาจทำได้ดังนี้

    • อาจใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิว

    การซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวตามร้านขายยาอาจช่วยให้อาการสิวดีขึ้น โดยแต้มครีมรักษาสิวลงไปบนสิวโดยตรงเล็กน้อย ซึ่งครีมรักษาสิวบางตัวอาจต้องแต้มทิ้งไว้ค้างคืน สำหรับครีมรักษาสิวควรทีส่วนผสมของเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide) หรือกรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid)

    • อาจฉีดคอร์ติโซน (Cortisone)

    สำหรับสิวที่ลึกและมีอาการเจ็บปวด อาจรักษาด้วยการฉีดคอร์ติโซนเข้าไปยังหัวสิว (Blemish) ซึ่งวิธีนี้อาจช่วยให้สิวยุบลง จางลง ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง นอกจากนี้ อาการบวมและความเจ็บปวดอาจหายไปเองภายในเวลาประมาณ 48 ชั่วโมง โดยอาจต้องพูดคุยกับคุณหมอหากต้องการรักษาสิวด้วยวิธีนี้

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    แหล่งที่มา

    Acne scars: Tips for managing. (n.d.).
    https://www.aad.org/public/diseases/acne-and-rosacea/acne-scars#tips. Accessed May 19, 2022

    Back acne: How to see clearer skin. (n.d.).
    https://www.aad.org/public/diseases/acne-and-rosacea/back-acne-how-to-see-clearer-skin. Accessed May 19, 2022

    Complementary/alternative therapies: Recommendations. (n.d.).
    https://www.aad.org/practicecenter/quality/clinical-guidelines/acne/complementary-alternative-therapies. Accessed May 19, 2022

    Gollnick, H. P. M. (2015). From new findings in acne pathogenesis to new approaches in treatment.
    https://onlinelibrary.wiley.com/doi/full/10.1111/jdv.13186. Accessed May 19, 2022

    Hauk, L. (2017). Acne vulgaris: Treatment guidelines from the AAD.
    https://www.aafp.org/afp/2017/0601/p740.html. Accessed May 19, 2022

    รูปของผู้เขียนbadge
    เขียนโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย แก้ไขล่าสุด 19/05/2022
    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
    Next article: