home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

สิวที่ติ่งหู เกิดขึ้นได้อย่างไร หาคำตอบได้ในบทความนี้

สาเหตุ สิวที่ติ่งหู|อาการ|การป้องกัน|การรักษา
สิวที่ติ่งหู เกิดขึ้นได้อย่างไร หาคำตอบได้ในบทความนี้

สิวมีด้วยกันหลายชนิด หนึ่งในนั้นคือ สิวที่ติ่งหู ในบางคนอาจเคยเป็นสิวชนิดนี้ ซึ่งเป็นสิวที่สร้างความรำคาญและความกังวลใจให้กับหลายคน วันนี้เราลองมาทำความรู้จักกับสิวที่ติ่งหูเพื่อเข้าใจลักษณะของสิวชนิดนี้ และคุณจะได้หาทางรักษาได้อย่างถูกต้อง

สาเหตุ สิวที่ติ่งหู

สิวสามารถเกิดขึ้นได้ทุกพื้นที่ของผิวหนังที่รูขุมขนมีการหลังน้ำมันออกมา และหนึ่งนั้นรวมถึงบริเวณติ่งหูด้วยเช่นกัน โดยสิวมักเกิดขึ้นในบริเวณที่เซลล์ผิวหนังตาย มีความมัน และอาจมีเชื้อแบคทีเรียอุดตันรูขุมขน ซึ่งสิวในติ่งหูเกิดขึ้นเมื่อหนังกำพร้าอาจมีตุ่มหนองหรือมีเลือดคั่ง และมีการอุดตันของแบคทีเรีย ส่งผลทำให้มีการทำลายผนังของรูขุมขน ทำให้สิวก่อตัวลึกภายในผิวหนังและมีขนาดใหญ่ขึ้น หรือการมีก้อนเนื้อและซีสต์ก่อตัวขึ้นเนื่องจากเกิดการระคายเคืองอย่างรุนแรงในรูขุมขน ส่งผลทำให้เกิดก้อนเนื้อขนาดใหญ่ และลึกอยู่ในผิวหนัง อีกทั้งยังมีการอักเสบมากขึ้นอีกด้วย

อาจมีปัจจัยหลายประการที่เพิ่มความเสี่ยงการเกิดซีสต์ในติ่งหู

  • สืบทอดทางพันธุกรรม
  • ช่วงอายุ ส่วนใหญ่พบในวัยรุ่นขึ้นไป
  • มีปัญหาสิวเกิดขึ้นแบบเรื้อรัง
  • การบาเจ็บของผิวหนัง

อาการ

ส่วนใหญ่ สิวที่ติ่งหู มักมีอาการคล้าย ๆ กับสิวชนิดอื่น ดังนี้

  • เป็นก้อนแข็งในติ่งหู
  • อาการอักเสบ
  • มีรอยบวมแดง
  • อาการเจ็บปวดที่ติ่งหู รู้สึกไม่สบายหู
  • อาจมีหนอง มีกลิ่นเหม็น
  • ในบางคนอาจมีเพียงก้อนเนื้อแข็งแต่ไม่มีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย

การป้องกัน

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสิวที่ติ่งหู คุณสามารถปฏิบัติตามได้ ดังนี้

  • ทำความสะอาดหู การทำความสะอาดหูเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง จะช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์ผิวที่ตายแล้ว ความมัน และเชื้อแบคทีเรียสะสม
  • สระผมเป็นประจำ หากคุณไม่ได้สระผมอาจเกิดการสะสมของน้ำมันบนหนังศีรษะจนเป็นสาเหตุของการเกิดสิว
  • ดูแลผิวอย่างอ่อนโยน หลีกเลี่ยงการขัดผิว ใช้โทนเนอร์ หรือยารักษาแผล ที่มีความรุนแรงเกินไป
  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากน้ำมัน ให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับผิว และไม่ก่อให้เกิดสิว
  • ลบเครื่องสำอางทุกครั้ง เครื่องสำอางอาจก่อให้เกิดสิวได้ถ้าคุณไม่ทำความสะอาดใบหน้าทุกครั้ง
  • ทำความสะอาดหมวกและปลอกหมอน ในหมวกและปลอกหมอนอาจมีการสะสมของเชื้อแบคทีเรียมากมาย จึงควรทำความสะอาดบ่อยครั้งเพื่อไม่ให้เชื้อแบคทีเรียสะสม
  • ระวังการใช้สเปรย์ฉีดผม สเปรย์ฉีดผมสามารถเข้าไปอุดตันในรุขุมขนได้ จึงควรใช้อย่างระมัดระวังห่างจากผิวหนังมากที่สุด

การรักษา

การรักษาสิวบริเวณติ่งหูขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสิว เช่น สิวหัวขาวและสิวหัวดำ ส่วนใหญ่ไม่ต้องทำการรักษา เพราะสิวสองประเภทนี้มักหายไปเองได้ แต่สำหรับสิวชนิดอื่น ๆ อาจต้องมีการรักษาด้วยยา ซึ่งขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสิวด้วยเช่นกัน

รักษาด้วยยา

คุณสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวได้เองตามร้านค้า หรือร้านขายยาทั่วไป โดยอาจเลือกจากส่วนประกอบเหล่านี้

  • เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ (Benzoyl peroxide) สามารถลดการผลิตไขมันและฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิวได้
  • เรซอซินอล (Resorcinol) ช่วยสลายสิวหัวขาวและสิวหัวดำ
  • กรดซาลิไซลิก (Salicylic acid) ช่วยคลายรูขุมขนและลดอาการอักเสบ
  • กำมะถัน (Sulfur) ช่วยปลดล็อครูขุมขนและฆ่าแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิว

สำหรับสิวที่มีอาการรุนแรงหรือเรื้อรัง คุณอาจจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาโดยแพทย์ ดังนี้

  • การให้ยาปฏิชีวนะ เพื่อช่วยลดจำนวนแบคทีเรียและการอักเสบได้
  • เรตินอยด์ (Retinoids) ซึ่งช่วยทำความสะอาดรูขุมขน
  • ขั้นตอนการกำจัดซีสต์ ด้วยการเอาน้ำหรือสิ่งสกปรกออก
  • การฉีดสเตียรอยด์ เพื่อช่วยรักษาก้อนเนื้อและซีสต์

รักษาด้วยตัวเองที่บ้าน

การรรักษาด้วยตัวเองที่บ้านอาจสามารถทำให้ สิวที่ติ่งหู หายขาดได้ หรือมีขนาดเล็กลง ดังนี้

  • การประคบร้อน สามารถช่วยปิดรู้ขุมขนและระบายสิ่งสกปรกสะสมได้
  • ใช้น้ำมันทีทรี (Tea tee oil) มีคุณสมบัติช่วยต้านเชื้อโรคและลดอาการอักเสบ
  • ประคบน้ำแข็ง ความเย็นสามารถช่วยลดอาการเจ็บปวดและอักเสบหลังการรักษาได้

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ทัตพร อิสสรโชติ แก้ไขล่าสุด 3 สัปดาห์ก่อน
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย เนตรนภา ปะวะคัง
x