home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

วิธีกำจัดสิวให้เร็วที่สุด ด้วยวิธีธรรมชาติ เพื่อหน้าสวยเนียนใส

วิธีกำจัดสิวให้เร็วที่สุด ด้วยวิธีธรรมชาติ เพื่อหน้าสวยเนียนใส

เรื่องสิวๆ เป็นเรื่องกวนใจของใครหลายคน โดยเฉพาะสาวๆ ที่มักจะชอบการมีใบหน้าที่สวยใสอยู่เสมอ แต่ถ้าวันหนึ่งตื่นขึ้นมาแล้วพบว่า มีสิวขึ้นบนใบหน้า ทั้งๆ ทำให้เกิดการขาดความมั่นใจ โดยเฉพาะในวันที่มีนัดหมายที่สำคัญ เราจะมี วิธีกำจัดสิวให้เร็วที่สุด ได้อย่างไร วันนี้ทาง Hello คุณหมอมีเรื่องนี้มาฝากกัน

สิว (Acne) ถือเป็นโรคผิวหนังทั่วไปที่มีผลต่อคนประมาณ 85 เปอร์เซ็นต์ เมื่อสิวขึ้นมักจะทำให้คนที่เป็นสิวรู้สึกรำคาญ หงุดหงิด และรู้สึกว่ามันกำจัดได้ยาก หากจะไปเข้ารับการรักษาเพื่อกำจัดสิว ก็มักจะนำไปสู่ผลข้างเคียง เช่น การระคายเคืองผิวหนัง หรือผิวหนังแห้งกร้าน

สิว-acne

วิธีกำจัดสิวให้เร็วที่สุด ทำอย่างไรได้บ้าง?

วิธีการกำจัดสิวให้เร็วที่สุด โดยวิธีธรรมชาติที่คุณสามารถทำได้ มีดังนี้

แต้มด้วยที ทรี ออยล์ (Tea Tree Oil) สิวยุบโดยไว

สิว-วิธีกำจัดสิวให้เร็วที่สุด-ทีทรีออยล์
ที ทรี ออยล์ (Tea Tree Oil)

ที ทรี ออยล์ เป็นสารสกัดจากใบของต้นทีทรี (Melaleuca alternifolia) ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในประเทศออสเตรเลีย เป็นที่รู้จักกันดีว่าสามารถต่อสู้กับแบคทีเรียและลดการอักเสบของผิวหนัง ทั้งยังช่วยต่อสู้กับเชื้อโพรพิออนนะแบคทีเรียมแอคเน่ (Propionibacterium acnes หรือ P. acnes) และสแตฟฟิโลคอคคัส อิพิเดอร์มิดิส (Staphylococcus epidermidis หรือ S. epidermidis) ซึ่งเป็นแบคทีเรีย 2 ชนิดที่สามารถทำให้เกิดสิวได้

การศึกษาหนึ่งพบว่า เจลที ทรี ออยล์ 5 เปอร์เซ็นต์ มีประสิทธิภาพในการลดรอยแผลสิวได้เกือบ 4 เท่า และมีประสิทธิภาพในการลดความรุนแรงของสิวได้เกือบ 6 เท่า ในการศึกษาอื่น เจลที่มีที ทรี ออยล์ 5 เปอร์เซ็นต์ ได้รับการพิสูจน์ว่า มีประสิทธิภาพในการลดสิวเทียบเท่ากับโลชั่นที่มี เบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide) 5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นยารักษาสิวที่พบบ่อย

การรักษาด้วยที ทรี ออยล์ สามารถส่งผลในทางลบ เช่น ความแห้งกร้าน ระคายเคือง และการเผาไหม้ โปรดทราบว่า ที ทรี ออยล์ มีประสิทธิภาพสูงและอาจทำให้เกิดรอยแดงและระคายเคือง เมื่อทาลงบนผิวหนังโดยตรง ด้วยเหตุนี้จึงควรเจือจางที ทรี ออยล์ด้วยน้ำมันธรรมชาติหรือน้ำมันตัวพา (Carrier Oil)

จากการศึกษาของ National Center for Complementary และ Integrative Health พบว่า มีการวิจัยเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับการใช้ที ทรี ออยล์ เพื่อสุขภาพ และการวิจัยยังมีจำนวนจำกัด ที่บ่งชี้ว่าที ทรี ออยล์ อาจมีประโยชน์สำหรับผิว หากคุณเลือกที่จะทดลองใช้ที ทรี ออยล์ โปรดใช้อย่างระมัดระวัง และทำการทดสอบบนผิวหนังของคุณก่อนเสมอ เพราะที ทรี ออยล์ อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองมาก และไม่ควรใช้กับผิวหนังโดยที่ไม่มีการเจือจาง

สำหรับวิธีการใช้ที ทรี ออยล์ในการรักษาสิว สามารถทำได้ดังนี้

  1. ผสมที ทรี ออยล์ 1 หยดกับน้ำมันธรรมชาติ 1 ช้อนชา
  2. จุ่มสำลีลงในส่วนผสมและนำไปใช้โดยตรงกับสิว
  3. ทาครีมบำรุงตามต้องการ
  4. ทำซ้ำขั้นตอนเหล่านี้ 1-2 ครั้งต่อวัน ตามต้องการ

น้ำมันหอมระเหยจากสมุนไพรธรรมชาติสิดี

สิว-วิธีกำจัดสิวให้เร็วที่สุด-น้ำมันหอมระเหย
น้ำมันหอมระเหยจากสมุนไพรธรรมชาติ

นอกเหนือจากที ทรี ออยล์ แล้วน้ำมันหอมระเหยอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียและต้านการอักเสบ ก็สามารถช่วยให้สิวหายเร็วขึ้น จากการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ครั้งใหญ่พบว่า น้ำมันหอมระเหยจากอบเชย กุหลาบ ลาเวนเดอร์ และกานพลู สามารถต่อสู้กับแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิว อย่าง เชื้อโพรพิออนนะแบคทีเรียมแอคเน่ (Propionibacterium acnes หรือ P. acnes) และสแตฟฟิโลคอคคัส อิพิเดอร์มิดิส (Staphylococcus epidermidis หรือ S. epidermidis) นอกจากนั้นยังมีการค้นพบว่า โรสแมรี่และตะไคร้ สามารถยังยั้งเชื้อโพรพิออนนะแบคทีเรียมแอคเน่ ได้

งานวิจัยชิ้นหนึ่งได้มีการเปรียบเทียบความสามารถในการต่อสู้กับสิวของน้ำมันกานพลู ซึ่งมีเบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ 10 เปอร์เซ็นต์และยาหลอก (Placebo) ทั้งน้ำมันกานพลู 2 เปอร์เซ็นต์และ 5 เปอร์เซ็นต์ พบว่า การใช้น้ำมันมีประสิทธิภาพมาำขึ้นและสามารถลดสิวได้เร็วขึ้นกว่าเบนโซอิลเพอร์ออกไซด์

จากการศึกษาอื่นพบว่า เจลที่มีกรดอะซิติก (Acetic acid) ส้ม และน้ำมันหอมระเหยโหระพา มีผลใน การรักษาสิว เพิ่มขึ้น 75 เปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกับที ทรี ออยล์ น้ำมันหอมระเหยเหล่านี้มีความเข้มข้นสูงและอาจทำให้เกิดการระคายเคือง หากทาโดยตรงกับผิว ดังนั้น จึงควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้เจือจางน้ำมันหอมระเหยทั้งหมดด้วยน้ำมันธรรมชาติ นอกจากนั้นควรทำการทดสอบกับผิวหนังก่อนใช้งาน และหยุดใช้หากมีอาการระคายเคืองเกิดขึ้น

วิธีการใช้น้ำมันหอมระเหยสำหรับรักษาสิว สามารถทำได้ดังนี้

  1. ผสมน้ำมันหอมระเหย 10 หยดเข้ากับน้ำมันตัวพา (Carrier oil) 30 มิลลิกรัม
  2. จุ่มสำลีลงในส่วนผสมและนำไปใช้โดยตรงกับสิว
  3. ทาครีมบำรุงตามต้องการ
  4. ทำซ้ำขั้นตอนทั้งหมด 1-2 ครั้งต่อวันตามต้องการ

ชาเขียว ดีต่อผิว..ดีต่อสิว

สิว-วิธีกำจัดสิวให้เร็วที่สุด-ชาเขียว
ชาเขียว (Matcha / Green Tea)

ผู้คนจำนวนมากดื่มชาเขียวเพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่เมื่อนำไปใช้กับผิวโดยตรงมันก็มีประโยชน์เช่นกัน เนื่องจากชาเขียวมีสารฟลาโวนอยด์และแทนนิน (Tannin) ซึ่งช่วยในการต่อต้านการอักเสบและแบคทีเรียที่อาจทำให้เกิดสิว นอกจากนี้ชาเขียวยังมีสารอีพิกัลโลคาเทชิน-3-กัลเลต (Epigallocatechin-3-gallate หรือ EGCG) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า มันสามารถต่อสู้กับการอักเสบ ลดการผลิตไขมัน และยับยั้งการเติบโตของเชื้อโพรพิออนนะแบคทีเรียมแอคเน่ (Propionibacterium acnes หรือ P. acnes) ในผู้ที่เป็นสิว

การศึกษาหลายชิ้นยังแสดงให้เห็นว่า ผู้ที่มีประสบการณ์เป็นสิว เมื่อพวกเขาใช้สารสกัดจากชาเขียว 2-3 เปอร์เซ็นต์ จะมีการผลิตไขมันและเกิดสิวน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่มันมีผลิตภัณฑ์ดูแลผิวไม่กี่ตัวที่มีส่วนผสมของชาเขียว ดังนั้น การทำส่วนผสมเองที่บ้านดูจะเป็นเรื่องที่ง่ายและประหยัดมากกว่า

วิธีการใช้ชาเขียวรักษาสิว สามารถทำได้ดังนี้

  1. ใส่ผงชาเขียวลงในน้ำเดือดแล้วต้มประมาณ 3-4 นาที
  2. ปล่อยให้ชาเย็นลง
  3. นำไปใช้กับใบหน้า ด้วยการใช้สำลีเช็ดหรือเทใส่ขวดสเปรย์แล้วฉีดที่ใบหน้า
  4. ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีหรือข้ามคืน จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  5. ใช้ 1-2 ครั้งต่อวันตามต้องการ นอกจากนั้นยังสามารถเก็บชาเขียวที่ต้มแล้วเอาไว้ในตู้เย็นได้นานถึง 2 สัปดาห์

เพิ่มความชุ่มชื่นและลดการระคายเคืองด้วย เจลว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้-รักษาสิว
ว่านหางจระเข้ (Aloe vera)

ว่านหางจระเข้ (Aloe vera) เป็นพืชเมืองร้อนที่มีใบสามารถนำมาผลิตเป็นเจลใสได้ และเมื่อนำเจลนี้ไปใช้กับผิว เจลว่านหางจระเข้จะใช้ต่อสู้กับแบคทีเรีย ลดการอักเสบ และส่งเสริมการรักษาบาดแผล ด้วยเหตุนี้การใช้ว่านหางจระเข้จึงได้รับความนิยมในการใช้รักษาสภาพผิวที่หลากหลาย รวมถึงโรคสะเก็ดเงิน ผื่นคัน บาดแผล และรอยไหม้

มีการศึกษาที่จำกัดเกี่ยวกับความสามารถของว่านหางจระเข้ในการต่อสู้กับผิวโดยเฉพาะ ว่านหางจระเข้ประกอบด้วยสารลูพิออล (Lupeol) กรดซาลิไซลิก ยูเรียไนโตรเจน ซินนามอน (Cinnamon) ฟีนอล และกำมะถัน ซึ่งทั้งหมดทำหน้าที่ในการยับยั้งแบคทีเรียที่อาจทำให้เกิดสิว

ในการศึกษาหนึ่งพบว่า มีการเติมเจลว่านหางจระเข้เข้มข้นลงในน้ำมันกานพลูและทำการประเมินคุณสมบัติต่อต้านสิว ผลที่ได้คือ ยิ่งความเข้มข้นของว่านหางจระเข้ในโลชั่นมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีประสิทธิภาพในการช่วยลดสิวมากขึ้นเท่านั้น

จากการศึกษาอื่นพบว่า การใช้เจลว่านหางจระเข้ 50 เปอร์เซ็นต์ กับครีมเตรทติโนอิน (Tretinoin) มีประสิทธิภาพใน การรักษาสิว ได้ดีกว่าการใช้ครีมเตรทติโนอินเพียงอย่างเดียว ซึ่งครีมเตรทติโนอินนั้นเป็นยารักษาสิวที่ได้มาจากวิตามินเอ

แม้ว่านหางจระเข้อาจจะไม่ได้ผลในการรักษาสิวด้วยตัวของมันเองโดยตรง แต่มันก็สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการต่อต้านการเกิดสิว และยังอาจมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับการรักษาหรือยาอื่นๆ

วิธีการใช้ว่านหางจระเข้ในการรักษาสิว สามารถทำได้ดังนี้

  1. ล้างว่านหางจระเข้ให้สะอาด กรีดเปลือกด้านนอก และขูดเจลออกจากใบว่านหางจระเข้ด้วยช้อน
  2. ใช้เจลกับผิวของคุณ แต่ถ้าจะใช้ใน การรักษาสิว คุณอาจจะต้องลองผสมเจลว่านหางจระเข้กับการรักษาอื่นๆ แล้วนำไปใช้กับผิวของคุณ หรือจะเพิ่มเจลว่านหางจระเข้ลงในผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่คุณใช้รักษาอยู่ก็ได้เช่นกัน
  3. ทำซ้ำ 1-2 ครั้งต่อวัน หรือตามที่ต้องการ

รักษาสิวแบบแผนโบราณด้วยมาส์กที่มีส่วนประกอบของซัลเฟอร์ (Sulfur Mask)

ซัลเฟอร์-มาส์กซัลเฟอร์-รักษาสิว
ซัลเฟอร์ (Sulfur หรือ Sulphur)

หากรักษาสิวด้วยครีมรักษาสิวเฉพาะจุดไม่หาย คุณอาจจะลองใช้มาสก์ที่มีส่วนประกอบของซัลเฟอร์ (Sulfur) โดยซัลเฟอร์หรือกำมะถันถูกใช้เป็นยารักษาสิวมาหลายปีแล้ว คุณสามารถใช้มาสก์ทาบนใบหน้าที่เป็นสิวหรือทั่วใบหน้า ซึ่งมีประโยชน์เพิ่มเติมในการทำให้รูขุมขนกว้างดูเล็กลง

มาส์กบางตัวจำเป็นจะต้องใช้แบบข้ามคืน เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ส่วนบางชนิดอาจจะทิ้งไว้เพียงไม่กี่นาทีแล้วล้างออก เพราะนั้นควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า คุณได้ทำตามคำแนะนำบนผลิตภัณฑ์ และอย่าทิ้งมาสก์ไว้ข้ามคืน นอกจากจะมีการระบุไว้เป็นการเฉพาะว่าสามารถทำได้

ใช้ก้อนน้ำแข็ง หาง่าย..ใกล้ตัว

รักษาสิว-ก้อนน้ำแข็ง-น้ำแข็ง
ก้อนน้ำแข็ง

นี่เป็นเคล็ดลับที่ลูกจ้างของผู้ให้บริการด้านความสวยความงามใช้บ่อยๆ โดยจะใช้ก้อนน้ำแข็งจากน้ำสะอาด ประคบลงบนผิวที่เป็นสิว เพื่อช่วยลดรอยแดงและบวม ซึ่งนี่ถือเป็นวิธีแก้ไขอีกหนึ่งวิธีที่ดีเยี่ยม ความจริงแล้วคุณไม่จำเป็นต้องเอาก้อนน้ำแข็งมาสัมผัสกับผิวโดยตรง เพียงแค่ใช้ผ้านุ่มๆ ห่อก้อนน้ำแข็งประคบไว้ที่สิวประมาณ 20-30 วินาที จากนั้นพักประมาณ 1 นาที ทำเช่นนี้ 2-3 ครั้งต่อวัน หรือก่อนออกไปข้างนอก ทั้งนี้ไม่ควรทำกับสิวที่เป็นนานแล้วจนเกิดเป็นน้ำเหลือง

ที่ต้องใช้น้ำแข็งในการประคบก็เพราะว่า ถ้าใช้การประคบร้อน ความร้อนจะทำให้สิวดูใหญ่ขึ้นและแดงขึ้น นี่คือเคล็ดลับที่สามารถใช้ได้กับสิวทั้งสิวเม็ดเล็กและสิวอักเสบที่รุนแรง เช่น ก้อนสิว และสิวซีสต์ น้ำแข็งอาจจะไม่ได้ทำให้สิวหายเร็วขึ้น แต่มันช่วยบรรเทาความเจ็บปวดของสิวที่บวมได้อย่างแน่นอน

คำแนะนำเพิ่มเติมในการกำจัดสิว

วิธีกำจัดสิวให้เร็วที่สุด ด้วยวิธีธรรมชาติที่ทางเรานำมาฝากกันในบทความนี้ ถึงแม้ว่าจะมีการใช้วัตถุดิบและส่วนผสมที่เป็นสมุนไพรจากธรรมชาติ แต่ก็ยังสามารถก่อให้เกิดอาการแพ้ในบางบุคคลได้

ดังนั้นก่อนการใช้ผลิตภัณฑ์กับผิวหน้าเพื่อ การรักษาสิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีผิวบอบบาง แพ้ง่าย ควรทำการทดสอบเสียก่อนว่าตนเองมีอาการแพ้หรือไม่ หากพบว่ามีอาการแพ้หรืออาการระคายเคืองเกิดขึ้น คุณควรหยุดใช้ผลิตภัณฑ์หรือหยุดปฏิบัติตามวิธีดังกล่าวทันที

ในกรณีที่สิวของคุณมีอาการอักเสบ มีอาการรุนแรง ปวดบวม คุณอาจจะต้องใช้ยาตามใบสั่งแพทย์เท่านั้น ดังนั้น อย่าลังเลที่จะไปพบกับแพทย์ผิวหนัง เพราะแพทย์ผิวหนังนั้นสามารถช่วยคุณวางแผนการรักษาสิวของคุณได้อย่างเหมาะสม

สิว-รักษาสิว-แพทย์ผิวหนัง

โดยเบื้องต้นการรักษาแบบแผนปัจจุบันหรือทางการแพทย์อาจทำได้ ดังนี้

  • หยุดสิวไม่ให้ขึ้นตั้งแต่แรก

เคล็ดลับเหล่านี้มีประโยชน์ต่อการรักษาสิวเฉพาะบุคคล แต่ถ้าคุณพยายามรักษาสิวมาอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายสูงสุดที่คุณคาดหวังไว้ ก็คือ การหยุดสิวไม่ให้เกิดขึ้นตั้งแต่แรก ซึ่งคุณอาจจะต้องใช้ยารักษาสิวทุกวัน สำหรับผลิตภัณฑ์การรักษาสิวที่ขายตามเคาน์เตอร์ สามารถใช้รักษาสิวที่รุนแรงได้

  • ใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิว เช่น ครีมหรือยาแต้มสิว

การซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวตามร้านขายยาเป็นวิธีที่ดี หากคุณไม่สะดวกจะไปพบคุณหมอ เพราะมีราคาไม่แพงและสามารถหาซื้อได้ง่าย แต้มครีมรักษาสิวเล็กน้อยลงไปบนสิวโดยตรง ครีมรักษาสิวบางตัวอาจจะต้องแต้มทิ้งไว้ค้างคืน ครีมรักษาสิวเฉพาะจุดที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดนั้นประกอบด้วย เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ (Benzoyl peroxide) หรือ กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid)

แต่ถ้าอยากให้วิธีธรรมชาติก็เพียงแค่แต้มน้ำมันหอมระเหยที ทรี ออยล์วันละ 1-2 ครั้ง ลงบนสิว แม้ว่ายังไม่ได้รับการพิสูจน์ แต่งานวิจัยบางชิ้นก็แสดงให้เห็นว่า ที ทรี ออยล์อาจช่วยรักษาสิวได้

  • ฉีดคอร์ติโซน (Cortisone)

สำหรับสิวที่ลึกและเจ็บปวดเป็นอย่างมาก อาจจะได้รับการรักษาด้วยการฉีดคอร์ติโซน ซึ่งคอร์ติโซนเจือจางจะถูกฉีดเข้าไปยังหัวสิว (Blemish) ภายในเวลาไม่ดี่ชั่วโมงอาการบวมก็จะยุบลง จางลง และความเจ็บปวดก็จะหายไปอย่างสมบูรณ์ภายใน 48 ชั่วโมง ดังนั้น คุณต้องทำการคุยกับคุณหมอหากคุณต้องการที่จะรักษาสิวด้วยการฉีดคอร์ติโซน

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

4 Natural Ways to Get Rid of Pimples as Fast as Possible. https://www.healthline.com/nutrition/get-rid-of-pimples-fast. Accessed August 04, 2020

Home remedies to get rid of pimples fast. https://www.medicalnewstoday.com/articles/326183. Accessed August 04, 2020

How to Get Rid of Pimples Fast. https://www.verywellhealth.com/how-to-get-rid-of-pimples-fast-15960. Accessed August 04, 2020

10 Tried-and-True Ways to Get Rid of Pimples Fast. https://www.goodhousekeeping.com/beauty/anti-aging/a36395/how-to-quickly-get-rid-of-pimples/. Accessed August 04, 2020

รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
แก้ไขล่าสุด 05/08/2020
x