home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

หลุมสิว ปัญหากวนใจบนใบหน้า รักษาได้ด้วยวิธีทางการแพทย์

หลุมสิว ปัญหากวนใจบนใบหน้า รักษาได้ด้วยวิธีทางการแพทย์

แน่นอนว่าหลังจากที่คุณทำการรักษาสิวให้หายไปจากใบหน้าแล้ว แต่อาจยังมีอีกปัญหาหนึ่งที่ยังคงทิ้งไว้ให้คุณขึ้นมาแทนได้ด้วยเช่นกัน นั่นก็คือ หลุมสิว ซึ่งสามารถพบเห็นได้บ่อยสำหรับผู้ที่มีการดูแลใบหน้า หรือทำการกดสิวด้วยวิธีไม่เหมาะสม วันนี้ Hello คุณหมอ จึงมีวิธีการรักษาหลุมสิวเบื้องต้น มาฝากทุกคนให้ได้ลองศึกษาเพิ่มเติมกันค่ะ

หลุมสิว คืออะไร

หลุมสิว (Pockmarks) คือ รอยแผลเป็นลึกบนใบหน้าที่ได้รับความเสียหายของผิวหนังชั้นที่ลึกที่สุด โดยอาจมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียของตุ่มหนองจากสิว และแผลเป็นหลังตกสะเก็ดบนผิวหน้าจากโรคอีสุกอีใส ซึ่งลักษณะของหลุมสิวที่คุณสามารถสังเกตได้ง่ายมักจะปรากฏในรูปแบบรอยบุ๋ม หรือรอยเว้าของผิวหนังลงตามจุดต่าง ๆ ทำให้ผิวหน้าไม่เรียบเนียน และไม่สม่ำเสมอกัน บางครั้งก็อาจมีสีค่อนข้างเข้มเห็นชัดกว่าบริเวณอื่น ๆ อีกด้วย

4 วิธีรักษาหลุมสิว ด้วยวิธีทางการแพทย์

ในการรักษาหลุมสิวเพื่อให้เกิดผลประสิทธิภาพที่ดี ควรทำการเข้ารับคำปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสียก่อน เนื่องจากผิวหน้าแต่ละบุคคลค่อนข้างมีสภาวะที่แตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องได้รับการพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน จากนั้นทางแพทย์อาจทำการเริ่มรักษาให้คุณด้วยวิธีเหล่านี้

1. การใช้เลเซอร์เพื่อผลัดเซลล์ผิว (Fractional Laser Resurfacing)

เป็นหนึ่งในวิธีที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาหลุมสิวมากที่สุด โดยการใช้เลเซอร์เพื่อผลัดเซลล์ผิวใหม่ พร้อมกับการกระตุ้นสร้างคอลลาเจนไปในตัว จากภายในชั้นผิวหนังของใบหน้า ให้หลุมสิวนั้นมีความตื้น และเรียบเนียนขึ้น ที่สำคัญเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับจากองค์การอาหารและยา แห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Food and Drug Administration) ว่าค่อนข้างมีความปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงใด ๆ ที่เป็นอันตรายต่อผิวของคุณมากนัก และอาจยังมีประสิทธิภาพมากพอในการรักษาปัญหานี้ได้ทุกสภาพผิว

2. การใช้เข็มกระตุ้นคอลลาเจน (Microneedling)

วิธีนี้อาจจำเป็นต้องมีการจัดตาราง วางแผนในการรักษา เนื่องจากเป็นวิธีกระตุ้นคอลลาเจนด้วยการใช้เข็มจำนวนมากเจาะลงไปในผิวหนังของคุณ เพื่อเติมเต็มบริเวณหลุมสิว แต่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจคุณควรทำการศึกษาเกี่ยวกับวิธีนี้ให้ละเอียดเสียก่อน เพราะอาจส่งผลข้างเคียงเกี่ยวกับอาการฟกช้ำได้

3. การกรอผิวด้วยเผลึกคาร์บอเนต (Microdermabrasion)

เทคนิคนี้อาจจะยังทำให้คุณรู้สึกไม่คุ้นเคยมากนัก เนื่องจากเป็นการใช้วิธีกรอผิวด้วยการใช้ผลึกคาร์บอเนต ขนาดเล็กละเอียด เพื่อเป็นการลอกชั้นผิวหนังด้านบน พร้อมทั้งยังช่วยทำความสะอาด และดูดซับสิ่งสปรกบนใบหน้าของคุณออกไป แต่เทคนิคนี้อาจเหมาะแก่ผู้ที่มีแผลเป็น หรือหลุมสิวในระดับความลึกที่ไม่มากนัก

4. การผ่าตัดหลุมสิว (Punch Excision)

ส่วนใหญ่มักนิยมใช้กับผู้ที่ประสบปัญหาของหลุมสิวที่ค่อนข้างมีความลึกอย่างเห็นได้ชัด และเป็นการกำจัดหลุมสิวให้หายไปภายในครั้งเดียว ไม่จำเป็นต้องคอยเจ็บ หรือแสบหน้าทุกครั้งเหมือนวิธีอื่น ๆ แต่การรักษาเช่นนี้อาจทำให้เกิดการทิ้งร่องรอยของแผลเป็นจากแผลผ่าตัดไว้บนใบหน้าของคุณไว้ได้เล็กน้อย

  • การฉีดฟิลเลอร์

การฉีดฟิลเลอร์ อาจเข้าไปช่วยเติมเต็มแผลเป็นให้ดูตื้นขึ้น และอาจเป็นการช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนควบคู่พร้อมกันไปด้วย โดยสารในฟิลเลอร์ที่ทางแพทย์ใช้อาจแตกต่างกันไปตามสภาวะของผิวแต่ละบุคคล เช่น กรดไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic acid) แคลเซียม ไฮดรอกซีอะพาไทต์ (Calcium hydroxylapatite) เป็นต้น แต่ฟิลเลอร์อาจไม่คงทนอยู่ถาวร จำเป็นต้องมีการเข้ารับการฉีดทุกครั้งที่ตัวยาเริ่มหมดอายุการใช้งาน ซึ่งอาจเป็นวิธีที่ค่อนข้างทำให้คุณเสียทรัพย์ในกระเป๋าได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

เคล็ดลับเพิ่มเติมในการป้องกันการเกิด หลุมสิว

หากคุณไม่อยากให้หลุมสิวลุกลามอยู่บนใบหน้าของคุณ โปรดหมั่นดูแล และบำรุงผิวหน้าอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน ด้วยวิธีเหล่านี้

  1. หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์เวชสำอางที่มีสารอันตราย หรือสารเคมีที่รุนแรงต่อผิว
  2. ล้างหน้าให้สะอาดอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เพื่อลดความมันบนใบหน้า
  3. หมั่นขัดผิวหน้าอย่างเบา ๆ เพื่อผลัดเซลล์ผิวเก่า
  4. อย่าแคะ แกะเกา บริเวณที่เกิดสิว หรือแผลพุพองจากหนองของโรคอีสุกอีใส
  5. ไม่ควรใช้สิ่งของบางอย่างร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าขนหนู ผ้าเช็ดหน้า ครีม เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อแบคทีเรีย
  6. ทาครีมกันแดดก่อนทุกครั้งที่คุณจะออกไปเผชิญกับรังสียูวีจากแสงแดด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Pockmarks: Treatments and home remedies https://www.medicalnewstoday.com/articles/320556#causes Accessed July 31, 2020

How to Get Rid of Pockmarks https://www.healthline.com/health/beauty-skin-care/pockmarks#fillers Accessed July 31, 2020

What Are Pockmarks And How To Treat Them? https://www.olivaclinic.com/blog/pockmarks-causes-treatments-prevention/ Accessed July 31, 2020

รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย panyapat Aiemsin
แก้ไขล่าสุด 11/08/2020
x