เลเซอร์สิว ประเภท ข้อดีข้อเสีย และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

    เลเซอร์สิว ประเภท ข้อดีข้อเสีย และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

    สิว เป็นปัญหาผิวหนังที่เกิดจากการอุดตันของไขมันหรือเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วในรูขุมขน โดยทั่วไป สิวมักมีขนาดเล็ก แต่ในบางรายอาจมีสิวอักเสบขนาดใหญ่ได้ สิวรักษาได้หลายวิธี เช่น ทายาแต้มสิว กินยารักษาสิว รวมทั้งการ เลเซอร์สิว ซึ่งจำเป็นต้องทำติดต่อกันหลายครั้ง เพื่อให้เห็นผลชัดเจน ทั้งนี้ อาจเกิดผลข้างเคียงทำให้เป็นแผลเป็น หรือสีผิวเปลี่ยนไป

    สิว คืออะไร

    สิว เกิดจากการอุดตันของรูขุมขน เนื่องจากเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว หรือการอุดตันของไขมันจากต่อมไขมันใต้ผิวหนัง รวมถึงการติดเชื้อแบคทีเรียพี แอคเน่ (P. Acne หรือ Propionibacterium Acnes) ทำให้ผิวหนังอักเสบ และเกิดเป็นตุ่มสิว

    โดยทั่วไป สิวมักเกิดตามบริเวณใบหน้า ลำคอ หน้าอก ไหล่ หลัง สิวสามารถแบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ ได้ดังนี้

    • สิวทั่วไป เป็นตุ่มเม็ดสีแดงขนาดเล็ก อาจทำให้รู้สึกเจ็บเมื่อถูกสัมผัส
    • สิวหัวดำ เป็นตุ่มบวมขนาดเล็กบนผิวหนัง มีจุดดำอยู่ด้านบน
    • สิวหัวขาว เป็นตุ่มบวมแดง ซึ่งด้านบนเห็นเป็นจุดหรือเม็ดสีขาว
    • สิวหัวหนอง หรือสิวอักเสบ เป็นตุ่มบวมซึ่งมีหนองอยู่ข้างใน และจะทำให้เจ็บปวดเมื่อสัมผัส
    • สิวซีสต์หรือสิวหัวช้าง เป็นตุ่มบวมแดง มักมีขนาดใหญ่กว่าสิวแบบอื่น ๆ มีหัวสิวสีขาว และมีหนองอยู่ข้างใน ทั้งนี้ สิวซีสต์สามารถติดเชื้อแบคทีเรีย และมีอาการอักเสบหรือบวมนูนยิ่งขึ้นได้

    เลเซอร์สิว คืออะไร รักษาสิวได้อย่างไร

    เลเซอร์สิว เป็นการบำบัดและรักษาสิวด้วยการใช้แสงเลเซอร์ เพื่อทำให้ไขมันที่อุดตันในรูขุมขนหลุดออก รวมถึงฆ่าเชื้อแบคทีเรียพี แอคเน่ อันเป็นต้นเหตุของสิว

    ทั้งนี้ คุณหมอจะเลือกใช้วิธีเลเซอร์สิว ที่แตกต่างกันไปตามสภาพผิวและลักษณะของสิว โดยอาจมีประเภทของเลเซอร์สิว ดังต่อไปนี้

    1. แสงที่ตามองเห็น (Visible Light) เป็นการใช้เครื่องมือฉายแสงสีแดงหรือน้ำเงิน ที่มองเห็นด้วยตาเปล่า จี้หรือส่องไปยังบริเวณที่เป็นสิว วิธีนี้มักใช้รักษาสิวทั่วไป
    2. รังสีอินฟราเรด (Infrared) เป็นการรักษาสิวด้วยการฉายรังสีอินฟราเรดซึ่งเป็นรังสีความร้อน เหมาะสำหรับรักษาสิวทั่วไปเท่านั้น
    3. เลเซอร์เพาซ์ดายด์ (Pulsed Dye Laser) เป็นเลเซอร์อีกแบบหนึ่งที่ใช้ฉายบนใบหน้าเพื่อรักษารอยแดงจากสิว ข้อดีของเลเซอร์เพาซ์ดายด์คือไม่ทำลายเนื้อเยื่อ หรือผิวหนังบริเวณที่รักษา
    4. การบำบัดแบบโฟโตไดนามิก (Photodynamic Therapy) เป็นการฉีดหรือทาสารละลาย เช่น กรดอะมิโนลีวูลินิก (Aminolevulinic Acid) ลงบนผิวบริเวณที่เป็นสิว เพื่อให้ผิวส่วนนั้นไวต่อแสงมากขึ้น ทำให้เมื่อยิงเลเซอร์ลงไปจะช่วยให้สามารถรักษาสิวได้ดีขึ้น ทั้งนี้ การบำบัดแบบโฟโตไดนามิก มักใช้รักษาสิวซีสต์ หรือสิวหัวหนอง ทั้งนี้ การรักษาแบบโฟโตไดนามิกอาจทำให้เป็นผื่นหรือตุ่มหนองหลังการรักษา รวมถึงเป็นสาเหตุให้เซลล์ผิวลอกได้
    5. การบำบัดแบบโฟโตนิวเมติก (Photopneumatic Therapy) เป็นการยิงแสงเลเซอร์จำนวนมากไปยังผิวหนังบริเวณที่เป็นสิวเพื่อเปิดหัวสิว ก่อนบีบสิวเพื่อขับของเหลวข้างในออกมา และทำให้สิวยุบลง โดยทั่วไป การบำบัดแบบนี้จะใช้รักษาสิวทั่วไป สิวหัวดำ และสิวหัวขาว

    เลเซอร์สิว ข้อดี ข้อเสีย และผลข้างเคียง

    การรักษาสิวด้วยแสงเลเซอร์มีทั้งข้อดีและข้อเสีย และข้อควรพิจารณา ดังนี้

    • สามารถรักษาสิวให้หาย แต่ไม่หายไปทั้งหมด แสงเลเซอร์ รวมถึงการรักษาสิวด้วยการใช้แสงชนิดอื่น ๆ อาจช่วยให้สิวลดลงได้จริง แต่การรักษาด้วยการเลเซอร์สิวอย่างเดียว ไม่สามารถรักษาสิวได้ให้หายขาดได้ ดังนั้น เพื่อให้การรักษาได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน คุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญ อาจแนะนำให้รักษาสิวด้วยการใช้ยาทาภายนอกหรือยารับประทานร่วมด้วย
    • ผลลัพธ์อาจไม่คงที่ การเลเซอร์สิว จะให้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างแตกต่างกันในผู้ที่เข้ารับการรักษาแต่ละคน ทั้งนี้ เพื่อให้การรักษาเห็นผลชัดเจน ควรเข้ารับการเลเซอร์สิวอย่างต่อเนื่อง
    • ใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะเห็นผลชัดเจน แม้ว่าการเลเซอร์สิวจะเป็นวิธีรักษาที่ได้ผลค่อนข้างดี แต่มักมีราคาสูงและต้องทำหลายครั้งและใช้เวลานานหลายสัปดาห์กว่าจะเห็นผล โดยการศึกษาหนึ่งเกี่ยวกับประสิทธิภาพของการบำบัดแบบโฟโตไดนามิกในผู้ที่เป็นสิว ซึ่งเผยแพร่ในวารสาร Photodermatol Photoimmunol Photomed ปีพ.ศ. 2556 พบว่า ผู้ที่เป็นสิวซึ่งได้รับการรักษาแบบโฟโตไดนามิกติดต่อกัน 4 ครั้ง ใน 4 สัปดาห์ มีสิวลดลงราว 75 เปอร์เซ็นต์หลังจากการบำบัดครั้งสุดท้ายผ่านไป 12 สัปดาห์
    • อาจมีผลข้างเคียงระยะยาว โดยทั่วไป หลังเลเซอร์สิว ผู้ที่เข้ารับการรักษามักมีอาการข้างเคียง เช่น ผิวหนังแดง บวม แสบ แต่อาการเหล่านี้มักหายไปเองภายในระยะเวลา 2-3 ชั่วโมง หรือ 1 วัน หลังการเลเซอร์สิว อย่างไรก็ตาม ในบางราย อาจพบผลข้างเคียงระยะยาว เช่น แผลเป็น ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นหรืออ่อนลง หรือผิวหนังไวต่อแสงมากขึ้น
    • จำเป็นต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัด ทั้งก่อนและหลังเข้ารับการเลเซอร์สิว โดยเฉพาะควรหลีกเลี่ยงแสงแดดอย่างน้อย 48 ชั่วโมงหลังเลเซอร์สิว เพื่อลดโอกาสเสี่ยงเกิดผลข้างเคียง เนื่องจากผิวบริเวณที่ทำเลเซอร์จะไวต่อแสง อาจทำให้เกิดรอยแดงหรือไหม้ได้

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    รูปของผู้เขียนbadge
    เขียนโดย ธนชาติ จึงแย้มปิ่น แก้ไขล่าสุด 22/06/2022
    ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดย แพทย์หญิงอัญชิสา กาญจโนมัย