home

คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

แสงสีฟ้ารักษาสิว เทคโนโลยีการรักษาสิวชนิดนี้ช่วยคุณได้อย่างไรบ้าง

แสงสีฟ้ารักษาสิว เทคโนโลยีการรักษาสิวชนิดนี้ช่วยคุณได้อย่างไรบ้าง

สาว ๆ หลายคนคงเคยเห็นคลินิกความงามหลายแห่ง เริ่มหันมาให้ความสนใจกับนวัตกรรม แสงสีฟ้ารักษาสิว ซึ่งอาศัยการทำงานของความยาวคลื่นของเจ้า แสงสีฟ้า เข้าไปจัดการกับต้นตอปัญหาสิว หรือเชื้อแบคทีเรีย พีแอคเน่ (P. acne) ผู้ร้ายทำลายผิวสวยให้กลายเป็นสิวอักเสบ

ด้วยความปลอดภัยและผลข้างเคียงที่ค่อนข้างน้อยของเจ้าแสงตัวนี้ ทำให้สาว ๆ หลายคนยกให้เป็นทางเลือกในการรักษาสิวในดวงใจ แต่ใช่ว่าการรักษาด้วยวิธีการนี้จะมีแต่ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมเพียงอย่างเดียว ยังมีข้อควรระวังและการปฏิบัติตัว เมื่อคิดจะรักษาด้วยวิธีนี้ มาทำความรู้จักกับเรื่องราวของ แสงสีฟ้า กับการรักษาสิว ก่อนตัดสินใจว่าจะรักษาด้วยวิธีนี้ดีหรือไหม หรือควรปล่อยผ่าน

แสงสีฟ้า คืออะไรและช่วงความยาวคลื่นมีผลต่อการรักษา

แสงแต่ละสีที่ปรากฏในชีวิตประจำวัน มีความยาวคลื่นที่แตกต่างกันตามระดับ ซึ่งวัตถุต่าง ๆ บนโลกจะมีการดูดจับสีจากแสงที่แตกต่างกันเฉพาะ จึงเกิดเป็นสีของวัตถุที่ตาของเรามองเห็น จากการสำแนกสีตามระดับความยาวคลื่นของนักวิทยาศาสตร์ สามารถจำแนกแสงตามความยาวคลื่นได้ออกเป็น 7 สี

  • แสงสีม่วง 383 – 440 นาโนเมตร
  • แสงสีน้ำเงิน 440 – 455 นาโนเมตร
  • แสงสีฟ้า 455 – 500 นาโนเมตร
  • แสงสีเขียว 500 – 565 นาโนเมตร
  • แสงสีเหลือง 565 – 590 นาโนเมตร
  • แสงสีแสด 590 – 625 นาโนเมตร
  • แสงสีแดง 625 – 740 นาโนเมตร

จากการทดสอบคุณสมบัติที่ดีของแสงความยาวคลื่นเหล่านี้ ได้นำมาใช้ในด้านความงาม เพื่อฟื้นฟูผิวหลายประการ ตามแต่ความสามารถของแสงแต่สี แสงที่ช่วยในการรักษาผิวหลัก ๆ จะมีอยู่ 4 สีคือ แสงสีฟ้า แสงสีเขียว แสงสีเหลือง และแสงสีแดง ซึ่งแสงแต่ละสีที่มีความยาวคลื่นแตกต่างกันและจะใช้ในการรักษาปัญหาผิวที่แตกต่างกันด้วย โดยแสงที่ใช้ในการรักษาสิวคือ แสงสีฟ้า ที่อาศัยช่วงความยาวคลื่น 470 นาโนเมตร ในการรักษา

กระบวนการทำงานของ แสงสีฟ้ารักษาสิว

การรักษาสิวด้วยแสงสีฟ้า คือการใช้คลื่นความยาวของแสงฉายลงบนผิวหนังที่เกิดสิว เพื่อให้แสงเข้าไปฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า พีแอคเน่ (P.acne) ที่เราคุ้นหูกันดี ซึ่งเจ้าแบคทีเรียชนิดนี้คือตัวการที่ทำให้เกิดสิว เมื่อทำปฏิกิริยาร่วมกับเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว และน้ำมันจากต่อมไขมันที่อุดตันอยู่ในรูขุมขน ดังนั้น การฉายแสงเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียดังกล่าว จึงอาจช่วยลดสิว อาการอักเสบของสิว และลดโอกาสในการติดเชื้อของสิวได้

แต่กระบวนการทำงานของ แสงสีฟ้า เป็นเพียงการทดสอบในผู้ที่มีสิวน้อยถึงปานกลางเท่านั้น ยังไม่มีงานวิจัยที่สามารถยืนยันได้ว่า แสงสีฟ้า สามารถจัดการกับผู้ที่เป็นสิวรุนแรงได้หรือไม่ อย่างไรก็แล้วแต่ การรักษาด้วยวิธีนี้เห็นผลในการรักษาสิวได้อย่างรวดเร็ว และกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน

ระยะเวลาในการรักษา

การรักษาสิวด้วย แสงสีฟ้า ใช้ระยะเวลาในการทำครั้งละประมาณ 15 – 30 นาที ประมาณ 8 ครั้ง ภายใน 4 สัปดาห์ตามการประเมิณของคุณหมอผู้ทำการรักษา โดยก่อนที่จะทำการรักษาสาว ๆ ควรล้างหน้าให้สะอาดปราศจากเครื่องสำอางและสวมแว่นประกอบการรักษาทุกครั้ง เมื่อทำการฉาย แสงสีฟ้า เสร็จอาจมีผิวหน้าอาจเกิดอาการแดงขึ้นได้ แต่ไม่ต้องเป็นกังวลเพราะรอยพวกนี้จะหายไปอย่างรวดเร็ว ส่วนผลลัพธ์ขอการรักษาจะเห็นผลได้ภายใน 2 – 4 สัปดาห์ ในระหว่างนี้สาว ๆ ห้ามบีบสิวและทำตามคำแนะนำของคุณหมอผู้เชี่ยวชาญอย่างเคร่งครัดเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดนะ

ความปลอดภัยในการใช้ แสงสีฟ้ารักษาสิว

จากรายงานการศึกษาในขณะนี้ ยังไม่พบความเสี่ยงที่อาจเป็นตรายต่อผิวในระยะยาว ด้วยการรักษาสิวด้วยแสงสีฟ้า นอกจากจะไม่ทำให้เกิดอาการแสบหรือปวด แต่อาจจะเกิดผลข้างเคียงเล็กน้อยหลังการรักษา เช่น อาการบวม แดง หรือหน้าแห้ง ดังนั้น สาว ๆ ที่กำลังทำการรักษาสิวด้วยแสงสีฟ้าควรรักษาความชุ่มชื้นของผิวให้ดี เพราะหากผิวแห้ง หรือขาดน้ำหล่อเลี้ยงผิว อาจส่งผลต่อผิวในระยะยาว อย่างการแพ้สารเคมีง่ายกว่าปกติ หรือริ้วรอยก่อนวัยอันควร ถึงแม้ความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงจะต่ำ แต่อย่าลืมว่าผิวเมื่อถูกใช้งาน ก็ควรได้รับการบำรุงอย่างเต็มที่ เพื่อผิวสุขภาพแข็งแรงไม่อ่อนแอ

ข้อเสียของการใช้แสงสีฟ้าในการรักษาสิว

  • การรักษาอาจได้ผลลัพธ์เพียงชั่วคราว และอาจต้องอาศัยความถี่ในการรักษา
  • แสงที่ใช้ในการรักษาอาจส่งผลกระทบต่อดวงตาได้
  • การรักษาด้วยแสงสีฟ้าเพียงอย่างเดีย วอาจไม่เห็นผลชัดเจนมากนัก จึงต้องมีการรักษาด้วยวิธีอื่นร่วมด้วย เพื่อประสิทธิภาพในการกำจัดสิวที่เต็มขุมพลัง
  • ในประเทศไทยเครื่องมือทางการรักษาสิวชิ้นนี้ ยังไม่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.)

หวังว่าสาว ๆ คงได้ทราบข้อมูลประกอบกาตัดสินใจที่ครบครับของการรักษาด้วยแสงที่กำลังเป็นที่นิยม แต่อาจเกิดการกังวลใจถึงผลลัพธ์และผลกระทบ ถึงอย่างไรก็คิดทบทวนให้ดี เพราะผิวหน้าของเรามีค่ามากกว่าอะไร

 

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Do I Need Phototherapy for Acne? https://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/acne/phototherapy-for-acne#1. Accessed August 27, 2019.

Is Light Therapy for Acne the Treatment You’ve Been Looking For? https://www.healthline.com/health/skin/light-therapy-for-acne. Accessed August 27, 2019.

Blue light therapy for acne: Benefits, side effects, and costs. https://www.medicalnewstoday.com/articles/319254.php. Accessed June 27, 2018

LED กับงานวิจัยทางการแพทย์. http://dept.npru.ac.th/vlc/data/files/home/เอกสารอบรม%207%20-%20LED%20%20กับงานวิจัยด้านการแพทย์.pdf. Accessed June 27, 2018

แสงสีฟ้า ฆ่าเชื้อสิว. https://www.thairath.co.th/content/283769. Accessed June 27, 2018

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ศศวัต จันทนะ แก้ไขล่าสุด 09/04/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ