Endometriosis คือ อะไร สาเหตุ อาการ และวิธีการรักษา

    Endometriosis คือ อะไร สาเหตุ อาการ และวิธีการรักษา

    Endometriosis คือ ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ แทนที่เยื่อบุโพรงมดลูกจะเจริญเติบโตอยู่ในโพรงมดลูก กลับไปเติบโตอยู่นอกโพรงมดลูก และแทรกตัวเข้ากับอวัยวะส่วนอื่น ๆ เช่น บริเวณกระดูกอุ้งเชิงกราน รังไข่ ท่อนำไข่ ผิวมดลูก ปากมดลูก เยื่อบุช่องท้อง และเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนอาจทำให้เกิดภาวะสุขภาพ เช่น มีบุตรยาก ปวดประจำเดือนรุนแรง ทั้งนี้ หากพบว่ามีอาการที่เข้าข่ายภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เช่น มีเลือดออกจากช่องคลอดในปริมาณมาก มีประจำเดือนมานานกว่า 7 วัน ควรไปพบคุณหมอเพื่อวินิจฉัยอาการ ด้วยการตรวจภายใน เป็นต้น อีกทั้งคุณหมอจะได้รักษาได้อย่างทันท่วงทีด้วยวิธีการที่เหมาะสมที่สุด

    Endometriosis คือ อะไร

    Endometriosis คือ ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เกิดจากเยื่อบุที่อยู่ภายในโพรงมดลูกไปเติบโตในอวัยวะภายนอกมดลูก เช่น รังไข่ ท่อนำไข่ เยื่อบุช่องท้อง ผนังลำไส้ ผนังกระเพาะปัสสาวะ และอาจกระจายไปยังอวัยวะส่วนอื่น ๆ ของร่างกายที่อยู่ห่างออกไป เช่น กระบังลม ปอด ผ่านทางหลอดเลือดและท่อน้ำเหลืองได้ด้วย ภาวะนี้อาจทำให้เกิดอาการปวด มีเลือดออกมากทั้งในระหว่างมีประจำเดือนและไม่มีประจำเดือน มีบุตรยาก เป็นต้น

    ปัจจัยเสี่ยงของ Endometriosis หรือภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

    ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดภาวะ Endometriosis หรือภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ อาจมีดังนี้

    • มีสมาชิกในครอบครัว เช่น แม่ พี่สาว น้องสาว เคยเป็นโรคนี้มาก่อน
    • มีระยะห่างระหว่างรอบเดือนน้อยกว่า 27 วัน แต่มีประจำเดือนในแต่ละรอบนานกว่าปกติ หรือนานกว่า 7 วัน ซึ่งอาจทำให้เศษซากของเยื่อบุโพรงมดลูกที่หลุดลอกออกย้อนกลับเข้าไปในท่อนำไข่และกระจายไปยังอวัยวะส่วนต่าง ๆ ได้
    • มีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง อาจกระตุ้นให้เนื้อเยื่อไปเจริญเติบโตผิดที่ได้
    • ระบบสืบพันธุ์ผิดปกติ
    • มีประจำเดือนเร็วกว่าปกติหรือเข้าสู่ภาวะหนุ่มสาวเร็ว
    • เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนช้า ซึ่งอายุเฉลี่ยของวัยหมดประจำเดือนอยู่ที่ 50 ปี
    • ไม่เคยตั้งครรภ์
    • มีดัชนีมวลกายต่ำ

    สาเหตุของภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

    แม้จะยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แน่ชัดของ Endometriosis หรือภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ได้ แต่เชื่อว่าอาจเกิดจากปัจจัยดังต่อไปนี้

    • ประจำเดือนไหลย้อนกลับเข้าไปในรังไข่ (Retrograde Menstruation) เมื่อเศษประจำเดือนที่มีเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกไหลย้อนกลับเข้าไปในท่อนำไข่และบริเวณอุ้งเชิงกรานแทนที่จะไหลออกนอกร่างกายผ่านทางช่องคลอด อาจทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกเหล่านี้เกาะยึดเข้ากับผนังอุ้งเชิงกรานและพื้นผิวของอวัยวะอื่น ๆ ใกล้เคียง เช่น อุ้งเชิงกราน รังไข่ ท่อนำไข่ ผนังอุ้งเชิงกราน บริเวณมดลูก
    • การเปลี่ยนแปลงของเซลล์เยื่อบุช่องท้อง ฮอร์โมนบางชนิดหรือระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอาจทำให้เซลล์เยื่อบุช่องท้องแปรสภาพไปเป็นเซลล์ที่คล้ายคลึงกับเยื่อบุโพรงมดลูก
    • การเปลี่ยนแปลงของเซลล์ตัวอ่อน ฮอร์โมนเอสโตรเจนอาจทำให้เซลล์ตัวอ่อน (Embryonic cells) ที่มีคุณสมบัติในการเปลี่ยนเป็นเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายกลายเป็นเซลล์ที่คล้ายกับเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ในวัยแรกรุ่น
    • เยื่อบุโพรงมดลูกฝังตัวในแผลผ่าตัด หลังการผ่าตัด เช่น การตัดมดลูก การผ่าคลอด อาจทำให้เซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกไปฝังตัวกับแผลผ่าตัดได้
    • ระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติ โดยปกติระบบภูมิคุ้มกันสามารถกำจัดเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกที่ไปเจริญเติบโตอยู่นอกมดลูกได้ แต่หากระบบภูมิคุ้มกันบกพร่องหรืออ่อนแอ อาจส่งผลให้ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และไม่สามารถกำจัดเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกที่เจริญผิดที่ จนเกิดเป็นภาวะ Endometriosis หรือภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ได้

    อาการของภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

    อาการที่เป็นสัญญาณของภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่อาจมีดังนี้

  • ประจำเดือนมามาก หรือมานานกว่าปกติ
  • ปวดศีรษะไมเกรนรุนแรง
  • ปวดหลังช่วงล่างระหว่างมีประจำเดือน
  • คลื่นไส้
  • ท้องอืด
  • ท้องเสียหรือท้องผูก
  • ปวดท้องรุนแรง
  • ขณะขับถ่าย มักเกิดในช่วงที่มีประจำเดือน
  • มีเลือดออกในช่วงที่ไม่ได้เป็นประจำเดือน
  • ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้มีอาการแย่ลง
  • มีเลือดปนในปัสสาวะหรือมีเลือดออกมาจากทวารหนัก
  • อ่อนเพลีย
  • มีภาวะมีบุตรยาก
  • ภาวะแทรกซ้อนของภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

    ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ อาจมีดังนี้

    • ภาวะมีบุตรยาก (Infertility) หากเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ อาจเสี่ยงเกิดภาวะมีบุตรยากได้มากกว่าคนที่ไม่มีภาวะนี้ เนื่องจากเยื่อบุโพรงมดลูกที่เจริญผิดที่อาจทำให้ท่อนำไข่อุดตันหรือเป็นแผล จนอสุจิไม่สามารถผสมกับไข่ได้ และอาจขัดขวางไม่ให้ไข่ที่ผสมกับอสุจิและปฏิสนธิเป็นตัวอ่อนแล้วฝังตัวเข้ากับผนังมดลูกได้ตามปกติ
    • โรคมะเร็ง ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งรังไข่ หรืออาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกได้ด้วย แต่กรณีนี้พบได้ไม่บ่อยนัก

    วิธีการรักษาภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

    การรักษาภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ จำเป็นต้องพิจารณาตามอาการ ความต้องการมีบุตร และความรุนแรงของโรค วิธีรักษาที่นิยมใช้ อาจมีดังนี้

    • การรักษาด้วยยา เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) พาราเซตามอล (Paracetamol) อาจช่วยบรรเทาอาการปวดได้
    • การรักษาด้วยฮอร์โมน เช่น ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวม ยาคุมกำเนิดแบบฉีด ห่วงคุมกำเนิด ยาเม็ดโปรเจสเตอเจน เพื่อควบคุมระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย ช่วยยับยั้งไม่ให้ฮอร์โมนไปกระตุ้นให้เยื่อบุโพรงมดลูกที่เจริญผิดที่เติบโตมากกว่าเดิม และอาจช่วยลดขนาดและจำนวนของเนื้อเยื่อเหล่านี้ได้ อย่างไรก็ตาม การรักษาด้วยฮอร์โมนแต่ละวิธีอาจมีผลข้างเคียงที่แตกต่างกันไป จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัด
    • การรักษาด้วยการผ่าตัด การผ่าตัดอาจช่วยนำเนื้อเยื่อที่ผิดปกติออกไป ทำให้อาการทุเลาลง และอาจกลับมามีบุตรได้ตามปกติ การผ่าตัดรักษาภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่สามารถทำได้ 2 วิธี คือการผ่าตัดผ่านกล้อง (Laparoscopic surgery) เพื่อทำลายหรือตัดเนื้อเยื่อออก และการผ่าตัดมดลูก (hysterectomy) เพื่อเอามดลูกออก การรักษาวิธีนี้อาจทำให้ไม่สามารถมีบุตรได้ จึงมักใช้ต่อเมื่อรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ ไม่ได้ผล หรือผู้ป่วยมีอาการรุนแรง

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย

    เนตรนภา ปะวะคัง


    เขียนโดย ศุภานิช สุริโย · แก้ไขล่าสุด 14/06/2022

    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา