จมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic Rhintis)

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

คำจำกัดความ

จมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic Rhintis) คืออะไร

จมูกอักเสบจากภูมิแพ้ คือ การอักเสบของเยื่อบุจมูก ที่เกิดเมื่อสูดหายใจเอาสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้เข้าไป โรคนี้เป็นปฏิกิริยาที่รุนแรงของร่างกายที่ตอบสนองต่อสารที่ทำให้เกิดภูมิแพ้

จมูกอักเสบจากภูมิแพ้มี 2 ลักษณะ คือเกิดตามฤดูกาล (ช่วงเวลาหนึ่งของปี) และเกิดอาการอย่างต่อเนื่อง (ตลอดทั้งปี)

จมูกอักเสบจากภูมิแพ้พบได้บ่อยแค่ไหน

จมูกอักเสบจากภูมิแพ้ค่อนข้างเป็นเรื่องปกติ มักมีผลกระทบต่อผู้ป่วยอายุเท่าใดก็ได้ ตามสถิติจากสถาบันโรคภูมิแพ้แห่งสหรัฐอเมริกา โรคหืดและภูมิคุ้มกันวิทยา อัตราส่วนของผู้ที่อาจเป็นจมูกอักเสบจาก ภูมิแพ้ อยู่ระหว่าง 10 ถึง 30 ของอัตราประชากรโลก ส่วนมากเป็นภูมิแพ้ต่อละอองเกสรดอกไม้

อาการ

อาการของจมูกอักเสบจากภูมิแพ้

โดยปกติอาการของจมูกอักเสบก็ได้แก่

  • จาม
  • น้ำมูกไหล
  • คันจมูก ตา คอ ผิวหนัง และบริเวณใดๆ
  • ไอ
  • คัดจมูก
  • เจ็บและคันลำคอ
  • ตาแฉะ
  • ขอบตาคล้ำ
  • ปวดศีรษะบ่อย
  • อาการผื่นผิวหนังอักเสบ เช่น แห้งมาก คันบริเวณผิวหนังที่มีแผลผุพอง
  • โรคลมพิษ
  • อ่อนล้าเกินไป
  • ปวดศีรษะ

สำหรับผู้ป่วยบางราย อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการนอกเหนือจากที่ระบุไว้ข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการต่างๆ โปรดปรึกษาคุณหมอ

ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด

  • เมื่อมีอาการแพ้ชนิดรุนแรงเกิดขึ้น
  • การรักษาที่มีผลเพียงครั้งเดียว ไม่ได้มีผลในระยะยาว
  • อาการของคุณไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยตัวเอง

หากคุณมีสัญญาณเตือนหรืออาการใดๆ ที่กล่าวถึงข้างต้น หรือมีข้อคำถามใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์

ร่างกายคนแต่ละคนแสดงอาการแตกต่างกัน จึงควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของจมูกอักเสบจากภูมิแพ้

เมื่อคุณหายใจเอาสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้เข้าไป ระบบภูมิต้านทานของคุณจะปล่อยสารฮีสทามิน (สารเคมีตามธรรมชาติ ที่ทำหน้าที่ป้องกันร่างกายจากปัจจัยภายนอก) สารเคมีชนิดนี้มีผลทำให้เกิดอาการ อันเป็นสาเหตุของจมูกอักเสบจากภูมิแพ้

สารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ เช่น

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของจมูกอักเสบจากภูมิแพ้

มีหลายปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดจมูกอักเสบจากภูมิแพ้แย่ลง  ยกตัวอย่างเช่น

  • สารเคมี
  • อากาศเย็น
  • ความชื้น
  • ลม
  • อากาศเป็นพิษ
  • น้ำยาสเปรย์ฉีดผม
  • โคโลญ
  • ควันจากไม้
  • น้ำหอม

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยจมูกอักเสบจากภูมิแพ้

แพทย์ผู้ทำการรักษาอาจถามอาการ เพื่อค้นหาว่าคุณเป็นจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ตามฤดูกาล หรือเป็นอย่างต่อเนื่อง หลังจากนั้นจะทำการทดสอบผิวหนัง โดยใช้สารหลายชนิดบนผิวหนังของคุณ แพทย์จะรู้ว่าเป็นจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หากมีตุ่มแดงเล็กๆ ปรากฏตามผิวหนัง

ในกรณีที่ไม่สามารถทำการทดสอบกับผิวหนังได้ แพทย์ขอให้ทำการทดสอบเลือดแทน เพื่อตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อสารก่อภูมิแพ้ (Radioallergosorbent test หรือRAST) โดยทดสอบปริมาณของปฏิกิริยาความไวต่อสารกระตุ้นการแพ้ในเลือด เพื่อวัดระดับของการแพ้

จมูกอักเสบจากภูมิแพ้ได้รับการรักษาอย่างไร

การรักษาด้วยยา

เพื่อลดอาการของจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ แพทย์ผู้ทำการรักษาอาจจ่ายยาดังต่อไปนี้:

  • แอนตี้ฮิสทามีน (Antihistamines) ส่วนมากเป็นการรักษาแบบปกติสำหรับจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ซึ่งจะทำงานโดยหยุดยั้งการผลิตสารฮิสทามีน โดยการทานหรือพ่นจมูก ยาบางชนิดอาจทำให้รู้สึกง่วงนอน
  • ยาลดน้ำมูก (Decongestants) เพื่อช่วยบรรเทาอาการคัดจมูก แต่ไม่ควรใช้เกิน 3 วัน
  • ยาสเตียรอยด์พ่นจมูก (Nasal Corticosteroids Sprays) วิธีนี้ใช้รักษาจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากคุณให้ยารักษาโรคชนิดอื่น ควรปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาก่อนใช้ยาสำหรับจมูกอักเสบจากภูมิแพ้

การฉีดยาแก้แพ้ (Allergy Shots)

หากอาการรุนแรง แพทย์ผู้ทำการรักษาอาจแนะนำให้ทำการฉีดยาแก้แพ้เข้าร่างกาย จนกว่าอาการจะดีขึ้นและสามารถควบคุมได้

การอมสารก่อภูมิแพ้ใต้ลิ้น (Sublingual Immunotherapy, SLIT)

การรักษาวิธีนี้คล้ายกับการฉีดยาแก้แพ้ แต่ใช้วิธีอมยาเอาไว้ใต้ลิ้น ซึ่งอาจเกิดผลข้างเคียงคือ อาการคันลิ้น หรือหู และระคายเคืองคอ

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองเพื่อรับมือกับจมูกอักเสบจากภูมิแพ้

เราสามารถป้องกันจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ไม่ให้กำเริบขึ้นมาอีกได้ ด้วยการหลีกเลี่ยงสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ที่เป็นสาเหตุของโรค ไม่ควรเปิดหน้าต่างบ่อยๆ เพื่อป้องกันสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ เช่น ละอองเกสรดอกไม้ ลม ฝุ่น และควรหาเครื่องปรับอากาศมาใช้

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์ เพื่อให้เข้าใจถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณได้ดีขึ้น

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Share now :

Review Date: ธันวาคม 1, 2017 | Last Modified: มกราคม 21, 2020

แหล่งที่มา
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน