ตาล้า (Eye Fatigue)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date เมษายน 22, 2020
Share now

ตาล้า (Eye Fatigue) เป็นภาวะหนึ่งที่พบได้ทั่วไป ที่เกิดขึ้นเมื่อดวงตามีอาการเมื่อยล้าจากการใช้งานหนัก เช่น การอ่านหนังสือเป็นเวลานานเกินไป การขับรถในระยะทางที่ไกล หรือการเพ่งมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ดิจิทัลอื่นๆ

คำจำกัดความ

ตาล้า คืออะไร

ตาล้า (Eye fatigue หรือ eyestrain) เป็นภาวะหนึ่งที่พบได้ทั่วไป ที่เกิดขึ้นเมื่อดวงตามีอาการเมื่อยล้าจากการใช้งานหนัก เช่น การอ่านหนังสือเป็นเวลานานเกินไป การขับรถในระยะทางที่ไกล หรือการเพ่งมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ตาล้าเป็นสิ่งกวนใจ แต่มักมีอาการไม่รุนแรง และหายไปได้เองเมื่อคุณพักผ่อนสายตา แต่ถ้าอาการไม่หายไป ควรปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

พบได้บ่อยเพียง

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใดๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

อาการ

อาการของตาล้า

ตาล้าสัมพันธ์กับอาการรบกวนต่างๆ เช่น

  • มีอาการปวดหรือระคายเคืองตา
  • มีปัญหาในการเพ่งมอง
  • ตาแห้งหรือตาแฉะ
  • มองเห็นไม่ชัดหรือเห็นภาพซ้อน
  • มีความไวต่อแสงมากขึ้น
  • มีอาการปวดที่คอ ไหล่ หรือหลัง

อาจมีสัญญาณหรืออาการบางประการ ที่ไม่ได้กล่าวถึงข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาแพทย์ นอกจากนี้ อาการตาล้าไม่มีผลที่ร้ายแรง หรือมีอาการในระยะยาว แต่หากมีอาการแย่ลงอาจทำให้รู้สึกรำคาญใจ รู้สึกอ่อนเพลีย และทำให้การมองเห็นมีปัญหา ควรปรึกษาแพทย์ทันที

สาเหตุ

สาเหตุของตาล้า

สาเหตุของ ตาล้า

กิจกรรมใดๆ ที่จำเป็นต้องใช้สายตาหนักสามารถทำให้ตาล้าได้ โดยเฉพาะกิจกรรมที่ทำเป็นเวลานานดังต่อไปนี้

  • อ่านหนังสือ
  • เขียนหนังสือ
  • ขับรถ
  • สัมผัสแสงจ้า หรือฝืนใช้สายตาในที่ที่มีแสงน้อย

สาเหตุที่พบได้มากที่สุดประการหนึ่งของสายตาล้า คือการจ้องอุปกรณ์ดิจิทัลเป็นเวลานาน เช่น

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของตาล้า

ผู้ที่ใช้สายตาอย่างไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน อาจมีความเสี่ยงสูงในการเกิดอาการตาล้า

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลที่นำเสนอในที่นี้ ไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยอาการตาล้า

จักษุแพทย์จะสอบถามเกี่ยวกับ ปัจจัยที่อาจทำให้เกิดอาการต่างๆ และตรวจดวงตาเพื่อการทดสอบการมองเห็น

การรักษาอาการตาล้า

โดยทั่วไปแล้ว การรักษาตาล้าประกอบด้วยการ เปลี่ยนแปลงนิสัยประจำวันหรือสิ่งแวดล้อม บางคนอาจจำเป็นต้องรักษาโรคกี่ยวกับดวงตาที่เป็นอยู่เสียก่อน

สำหรับบางคนแล้ว การใส่แว่นตาสำหรับกิจกรรมเฉพาะ เช่น การใช้คอมพิวเตอร์หรืออ่านหนังสือ จะช่วยลดอาการสายตาล้าได้ แพทย์อาจแนะนำให้บริหารดวงตาเป็นประจำเพื่อช่วยให้ดวงตาสามารถเพ่งมองได้ในระยะต่างๆ ได้ดีขึ้น

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง ที่ช่วย

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการปฏิบัติตนขั้นพื้นฐ

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองที่ช่วยจัดการอาการตาล้า

  • ปรับแสงไฟ เมื่ออ่านหนังสือหรือดูโทรทัศน์ ควรใช้แสงไฟที่ทำให้สบายตามากที่สุด
  • พักผ่อนสายตาเป็นระยะ สามารถลองใช้กฎ 20-20-20 กล่าวคือ ทุก 20 นาที ให้พักผ่อนสายตาเป็นเวลา 20 วินาทีและมองไปยังบางสิ่งที่อยู่ห่างออกไป 20 ฟุต
  • นั่งทำงานในตำแหน่งที่เหมาะสม โดยใช้เก้าอี้ที่ปรับได้ หรือปรับระยะหน้าจอคอมพิวเตอร์ ให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
  • ปรับความละเอียดของหน้าจอคอมพิวเตอร์ ควรปรับหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้มีความละเอียดสูง ความละเอียดที่มากขึ้นทำให้ตัวอักษรคมชัด และแสดงภาพชัดเจนมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดอาการสายตาล้าได้
  • รักษาความสะอาดของหน้าจอคอมพิวเตอร์ เช็ดฝุ่นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นประจำ ฝุ่นละอองจะลดความแตกต่างของสี และทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการเพ่งมอง และการสะท้อนแสงได้
  • รับประทานวิตามินต่างๆ การได้รับวิตามินและแร่ธาตุในปริมาณที่เหมาะสมมีความสำคัญต่อสุขภาพดวงตาโดยรวม โดยควรเลือกวิตามินที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ และส่วนประกอบต่างๆ ที่ช่วยทำให้สุขภาพดวงตาดีขึ้นและลดอาการสายตาล้า เช่น วิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินอี ร่วมกับวิตามินบีรวมและสังกะสี

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้น ถงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ซีรีเบลลัม สมองน้อยๆ ที่มีผลต่อวิวัฒนาการของคน

ซีรีเบลลัม คือสมองน้อยๆ ที่ทำหน้าที่ในการควบคุมการทำงานของร่างกาย แต่สำหรับบางคนอาจจะรู้จักแค่ว่าซีรีเบลลัมนั้นคือสมอง ดังนั้เราจึงมีเรื่องนี้มากฝาก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

ตาพร่ามัวขณะปวดหัว อันตรายมากน้อยแค่ไหน?

อาการ ตาพร่ามัวขณะปวดหัว เป็นหนึ่งสัญญาณของอาการปวดหัวแบบไมเกรน ซึ่งเมื่อมีอาการปวดดศีรษะขั้นรุนแรง จึงส่งผลต่อการมองเห็น ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นนั้นเบลอ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai

5 อันตรายต่อสุขภาพดวงตา เมื่อคุณ ทำความสะอาดเครื่องสำอางรอบดวงตา ออกไม่หมด

การแต่งหน้าเป็นการปกปิดจุดด้อยบนใบหน้า และเสริมความมั่นใจ แต่หลังการแต่งหน้าทุกครั้ง หาก ล้างเครื่องสำอางออกไม่หมด อาจะมีผลเสียกว่าที่คิด

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai

ตาเหลือง หม่นหมองแบบนี้ เกิดจากอะไรกันนะ?

การมีแววตาที่สดใส เป็นการสร้างเสน่ห์ให้แก่ผู้ที่พบเห็น แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณมีอาการ ตาเหลือง นั่นอาจหมายถึงคุณกำลังมีอาการของโรคร้ายอื่น ๆ โดยไม่รู้ตัว

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai

บทความแนะนำ

วิธี-ดูแลดวงตาให้แข็งแรง

ดูแลดวงตาให้แข็งแรง ด้วยวิธีแสนง่ายที่คุณเองก็ทำตามได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 28, 2020
อาหารสำหรับบำรุงดวงตา

บำรุงด่วน ก่อนสายตาจะเสื่อมกับ อาหารสำหรับบำรุงดวงตา

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
เผยแพร่วันที่ มีนาคม 10, 2020
ไรขนตา-ต้นเหตุ-อาการระคายเคือง

ไรขนตา ปรสิตตัวน้อย ต้นเหตุของ อาการระคายเคืองรอบดวงตา

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ กุมภาพันธ์ 26, 2020
อันตราย-ต่อขนตา-ผลข้างเคียง

อันตรายจากการ ต่อขนตา ที่คุณควรไตร่ตรองก่อนใช้บริการ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ กุมภาพันธ์ 20, 2020