มะเร็งตับ (Liver cancer)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020
Share now

มะเร็งตับ เกิดจากเซลล์ในตับพัฒนากลายเป็นเซลล์มะเร็ง ที่พบได้มากที่สุดมักเกิดจากความผิดปกติของเซลล์ตับ โดยเริ่มจากเนื้องอกที่เกิดขึ้นในตับ ไม่ได้เกิดมาจากการแพร่กระจายจากส่วนสำคัญอื่นใดในร่างกายมาสู่ตับ

คำจำกัดความ

มะเร็งตับ คืออะไร

มะเร็งตับ(Liver cancer) เกิดจากเซลล์ในตับพัฒนากลายเป็นเซลล์มะเร็ง
ตับเป็นอวัยวะหนึ่งในส่วนขวาบนของช่องท้อง ซึ่งอยู่ใต้กะบังลมและกระเพาะอาหาร มะเร็งตับที่พบได้มากที่สุดมักเกิดจากความผิดปกติของเซลล์ตับ โดยเริ่มจากเนื้องอกที่เกิดขึ้นในตับ ไม่ได้เกิดมาจากการ แพร่กระจายจากส่วนสำคัญอื่นใดในร่างกายมาสู่ตับ

มะเร็งที่เกิดในอวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย เช่น ลำไส้ ปอด หรือหน้าอก แล้วลุกลามไปยังตับ ไม่ใช่มะเร็งตับแต่จะเรียกว่ามะเร็งระยะแพร่กระจาย (metastatic cancer)

มะเร็งตับพบได้บ่อยเพียงใด

มะเร็งตับพบได้บ่อยในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง โดยมักพบในผู้ที่อายุ 50
ถึง 70 ปี การวินิจฉัยในระยะเริ่มแรกจะนำไปสู่การพยากรณ์โรคที่เหมาะสม โดยสามารถจัดการกับโรคนี้ได้โดยลดความเสี่ยงลง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของโรค มะเร็งตับ

ผู้ป่วยหนึ่งในสามไม่มีอาการมะเร็งตับในระยะเริ่มต้น แต่เมื่อโรคเริ่มพัฒนาขึ้น อาจะมีสัญญาณบ่งชี้และอาการดังนี้

อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการต่าง ๆ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด

ให้แจ้งแพทย์หากคุณมีอาการใด ๆ ที่กล่าวถึงข้างต้น เช่น ปวดท้องรุนแรง มีไข้สูงเรื้อรัง เป็นต้น สถานการณ์และภาวะของโรคมีความแตกต่างกันไปในแต่ละคน หมั่นปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีการวินิจฉัย การรักษา และวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของโรคมะเร็งตับ

สาเหตุของมะเร็งตับส่วนใหญ่ไม่ทราบแน่ชัด อย่างไรก็ดี ในบางกรณี อาจเกิดจากตับอักเสบสาเหตุอื่นๆ ที่พบได้บ่อยได้แก่ ภาวะตับแข็ง หรือตับเสียหายจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โรคอ้วน หรือไขมันพอกตับ มะเร็งตับเกิดขึ้นเมื่อเซลล์ตับเปลี่ยนแปลงไป หรือ การผ่าเหล่าในระดับดีเอ็นเอ ส่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการเผาผลาญในร่างกาย ต่อมาเซลล์ตับจะเริ่มเสียการควบคุมและเกิดเนื้องอกขึ้น

ปัจจัยความเสี่ยง

ปัจจัยความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งตับ

ปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งตับ ได้แก่

  • การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี (HBV) หรือไวรัสตับอักเสบซี (HCV) เรื้อรัง
  • ภาวะตับแข็ง ซึ่งมีการก่อตัวของพังผืดในตับ
  • โรคตับทางพันธุกรรมที่เกิดจากภาวะเหล็กมากเกินไป และโรควิลสัน
  • โรคเบาหวาน ผู้ที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับน้ำตาลในเลือดจะมีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งตับสูงกว่าผู้ที่ไม่เป็นโรคเบาหวาน
  • ภาวะไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ การสะสมตัวของไขมันในตับสามารถทำให้เกิดมะเร็งตับได้
  • การสัมผัสสารอะฟลาท็อกซิน หรือสารพิษในอาหารที่ทำจากข้าวโพด ถั่ว และอื่นๆ
  • การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปเป็นประจำในเวลาหลายปี
    จะทำให้ตับเสียหายและเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งตับ
  • โรคอ้วนเพิ่มความเสี่ยงการเกิดมะเร็งตับ ไขมันพอกตับ และตับแข็งได้

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอมิได้ใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรค มะเร็งตับ

การวินิจฉัยโรคมะเร็งตับมักเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เนื่องจากเซลล์เยื่อบุตับที่เป็นมะเร็งมักไม่แสดงอาการในระยะเริ่มแรก ในการวินิจฉัย แพทย์อาจทำการตรวจเลือดแบบ AFP (alpha fetoprotein) หรือตรวจการทำงานของตับในผู้ป่วยตับแข็งหรือตับอักเสบบีและซี อย่างไรก็ดี การทดสอบนี้ยังคงได้ผลไม่แน่ชัดเนื่องจากเซลล์ตับที่เป็นมะเร็งอาจไม่สามารถตรวจพบในการตรวจเลือด ดังนั้น แพทย์จะสามารถทำการตรวจเลือดร่วมกับการทดสอบอื่นๆ เช่น
การตรวจอัลตราซาวนด์ การตรวจทีซีสแกน หรือ เอ็มอาร์ไอ หากภาพถ่ายอัลตราซาวนด์แสดงให้เห็นเนื้องอก แพทย์จะทำการตรวจตัวอย่าง เนื้อเยื่อตับ โดยใช้เข็มสอดเข้าไปเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อและใช้กล้องจุลทรรศน์เพื่อตรวจหาเซลล์มะเร็ง

การรักษาโรคมะเร็งตับ

การรักษามะเร็งตับขึ้นอยู่กับระยะของโรค อายุ และภาวะสุขภาพ การผ่าตัดเป็นการรักษาที่เหมาะสมที่สุด แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้ารับ การผ่าตัดได้เนื่องจากภาวะตับแข็งหรือเนื้องอกอาจแพร่กระจายได้ โดยเนื้องอกที่มีขนาดเล็กกว่า 5 ซม. อาจแพร่กระจายและไม่สามารถผ่าตัดได้ แต่จะไม่ส่งผลต่อการทำงานของตับและจะไม่มีอาการซ้ำในอนาคต ผู้ป่วยที่ไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัดสามารถรักษาได้โดยวิธีอื่นๆ ซึ่งได้แก่ การรักษาด้วยเคมีบำบัด โดยมีการฉีดยาเอทานอลเข้าไปในเส้นเลือดเพื่อทำลายเนื้องอกโดยตรง ผู้ที่มีก้อนเนื้องอกขนาดใหญ่หรือตับได้รับความเสียหายมากอาจต้องใช้วิธีการเปลี่ยนถ่ายตับ จากผู้ที่บริจาคตับ

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองที่ช่วยรับมือกับโรคมะเร็งตับ

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการการเยียวยาตัวเองดังต่อไปนี้จะช่วยให้คุณรับมือกับโรคมะเร็งตับได้

  • นัดตรวจร่างกายซ้ำเพื่อติดตามความต่อเนื่องของอาการ รวมทั้งสุขภาพโดยรวม
  • รับฟังข้อแนะนำของแพทย์ โดยไม่ใช้ยาที่ไม่ได้ระบุในใบสั่งยา หรือเลิกยาโดยพลการโดยไม่มีคำแนะนำจากแพทย์
  • เรียนรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งตับเพื่อให้สามารถตัดสินใจเกี่ยวกับการรักษาที่เหมาะสมได้
  • ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

7 พฤติกรรมป้องกันมะเร็ง ทำได้ง่าย ห่างไกลโรค

หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งก็คือพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่ใส่ใจกับสุขภาพ ซึ่งการเปลี่ยนวิถีชีวิตด้วย 7 พฤติกรรมป้องกันมะเร็ง จะช่วยให้ห่างไกลมะเร็งได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai

อนุมูลอิสระ คืออะไรกันแน่ ทำไมเราถึงต้องการสารต้านอนุมูลอิสระ

หลายคนอาจฉุกคิดขึ้นมาว่า แล้ว อนุมูลอิสระ ที่ว่านี่มันคืออะไรกัน แล้วทำไมเราถึงต้องคอยต่อต้านอนุมูลอิสระนี้ หาคำตอบได้จากบทความนี้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
Uncategorized มีนาคม 24, 2020

เรกิ (Reiki) การบำบัดฟื้นฟูพลังชีวิตจากธรรมชาติ

เรกิ (Reiki) เป็นการบำบัดทางเลือกที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งเรกินั้นเป็นการบำบัดทางเลือกที่ช่วยให้ผู้ที่ได้รับการรักษารู้สึกผ่อนคลายอย่างลึกซึ้ง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

คนเป็นโรคเบาหวานทาน มันฝรั่ง ได้หรือไม่

หลายคนสงสัยว่า มันฝรั่ง นั้น เหมาะจะเป็นอาหารของผู้ป่วยโรคเบาหวานได้หรือไม่ เพราะมันมีโปรตีนที่สูง ทาง Hello ได้นำเรื่องที่คุณกำลังสงสัยมาฝากกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

บทความแนะนำ

ใบมะละกอ และ สรรพคุณทางยา ที่คุณอาจไม่เคยรู้

ใบมะละกอ และ สรรพคุณทางยา ที่คุณอาจไม่เคยรู้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 11, 2020
สารก่อมะเร็ง ที่คุณควรรู้จักไว้ เพื่อความปลอดภัยในการใช้ชีวิต

สารก่อมะเร็ง ที่คุณควรรู้จักไว้ เพื่อความปลอดภัยในการใช้ชีวิต

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 8, 2020
โรคNCDs โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค แต่เกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

โรคNCDs โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค แต่เกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ เมษายน 30, 2020
โรคฝันร้าย ไม่ใช่เรื่องเล่น เพราะมันอาจส่งผลต่อสุขภาพ

โรคฝันร้าย ไม่ใช่เรื่องเล่น เพราะมันอาจส่งผลต่อสุขภาพ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ เมษายน 9, 2020