หนองใน (Gonorrhea)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date สิงหาคม 20, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

โรค หนองใน (Gonorrhea) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่เรียกว่า เชื้อไนซ์ซีเรีย โกโนร์เรีย (Neisseria gonorrhoeae) หรือโกโนคอกคัส (gonococcus) หนองใน สามารถติดต่อระหว่างคนสู่คนได้

หนองใน คืออะไร

โรคหนองใน (Gonorrhea) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่เรียกว่า เชื้อไนซ์ซีเรีย โกโนร์เรีย (Neisseria gonorrhoeae) หรือโกโนคอกคัส (gonococcus) หนองใน สามารถติดต่อระหว่างคนสู่คนได้อย่างง่ายดายผ่านช่องทางดังต่อไปนี้

โรคหนองในพบได้บ่อยแค่ไหน

โรคหนองในนั้นพบได้บ่อยมาก โดยมากจะเกิดกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง คุณสามารถได้รับเชื้อหนองในได้จากการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทางทวารหนัก หรือทางปาก กับผู้ที่มีเชื้อหนองในอยู่แล้ว ผู้หญิงตั้งครรภ์ที่เป็นโรคหนองในสามารถถ่ายทอดเชื้อหนองในให้กับลูกได้ระหว่างการคลอดบุตร โรคนี้สามารถจัดการได้โดยการลดปัจจัยเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ

อาการของโรค

โรคหนองใน มีอาการอย่างไร

อาการที่พบได้บ่อยของโรคหนองในได้แก่

  • มีสารคัดหลั่งสีเขียวหรือเหลืองไหลออกจากช่องคลอดหรือองคชาติ
  • มีอาการปวดเมื่อปัสสาวะ
  • ปัสสาวะบ่อยขึ้น
  • มีอาการบวมหรืออาการแดงที่บริเวณปลายองคชาติ หรืออัณฑะ
  • เจ็บคอไม่หาย (ติดเชื้อที่ปาก)
  • มีประจำเดือนมามาก หรือมีเลือดออกกะปริดกะปรอย
  • มีอาการปวดระหว่างมีเพศสัมพันธ์
  • มีอาการเจ็บแปลบบริเวณท้องส่วนล่าง

อาจมีอาการอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุในเบื้องต้น หากคุณมีข้อกังวลหรือข้อสงสัยใด โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อไหร่

คุณควรติดต่อแพทย์หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้

  • มีอาการเจ็บปวดขณะปัสสาวะ
  • มีของเหลวไหลออกจากช่องคลอดมากขึ้น
  • มีเลือดออกผิดปกติจากช่องคลอด
  • คันที่บริเวณทวารหนัก
  • มีอาการปวดที่บริเวณรูทวารหนัก (ทั้งชายและหญิง)
  • มีอาการเจ็บปวดเมื่ออุจจาระ (ทั้งชายและหญิง)

หากคุณมีอาการหรือสัญญาณใดๆ ที่กล่าวมาข้างต้น และอาการไม่หายไปหรือมีอาการแย่ลง โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดจึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาหนทางที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

สาเหตุของโรค

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหนองใน คืออะไร

โรคหนองในเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่เรียกว่า เชื้อไนซ์ซีเรีย โกโนร์เรีย หรือโกโนคอกคัส โรคนี้สามารถติดต่อระหว่างคนสู่คนได้อย่างได้ง่ายผ่านช่องทางดังต่อไปนี้

  • การมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ปาก หรือทวารหนักโดยไม่สวมถุงยางอนามัยป้องกัน
    การใช้อุปกรณ์ช่วยตัวเองหรือเซ็กส์ทอยร่วมกันผู้อื่น โดยไม่ล้างอุปกรณ์นั้นให้สะอาด หรือหุ้มด้วยถุงยางอนามัยก่อนใช้งาน

 

ปัจจัยเสี่ยงของโรค

ความเสี่ยงในการเกิดโรคหนองในเพิ่มขึ้นจากอะไร

มีปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่ทำให้เกิดโรคหนองใน แต่ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดคือการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทางทวารหนัก หรือทางปาก โดยไม่สวมถุงยาอนามัยป้องกัน นอกจากนี้ปัจจัยเสี่ยงในการติดโรคจะเพิ่มขึ้นหากคุณมีคู่นอนคนใหม่ หรือมีคู่นอนหลายคน หรือหากคุณมีเพศสัมพันธ์กับคนที่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลที่นำเสนอนั้นไม่สามารถทดแทนข้อแนะนำการรักษาใดๆ ได้ ปรึกษาแพทย์ของคุณเพื่อรับข้อมูลอยู่เสมอ

การวินิจฉัย โรคหนองใน

แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคหนองในได้โดย

  • การประเมินทางการแพทย์โดยขึ้นอยู่กับรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติของผู้ป่วย และลักษณะทางอาการต่างๆ ของโรค
  • การทดสอบตัวอย่างของสารคัดหลั่งที่ไหลออกมา โดยการเก็บตัวอย่างด้วยผ้าก๊อซ
  • การทดสอบตัวอย่างปัสสาวะ

การรักษา โรคหนองใน

โรคหนองในนั้นโดยปกติแล้วจะรักษาด้วยการฉีดยาปฏิชีวนะหนึ่งเข็ม และรับประทานยาปฏิชีวนะหนึ่งครั้ง หลังจากการรักษา 1-2 สัปดาห์แล้วคุณควรจะไปหาแพทย์ เพื่อทำการทดสอบดูว่าคุณปลอดจากเชื้อแล้วหรือยัง

การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไล์ และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์และเยียวยาตนเองเพื่อจัดการกับ โรคหนองใน

การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์และเยียวยาตนเองเหล่านี้อาจช่วยให้คุณจัดการกับโรคหนองในได้

  • ใช้ถุงยางสำหรับผู้ชายหรือสำหรับผู้หญิงทุกครั้งที่คุณมีเพศสัมพันธ์ ทางช่องคลอด หรือทางทวารหนัก
  • ใช้ถุงยางอนามัยแบบคลอบ หรือใช้แผ่นยางอนามัย เมื่อมีเพศสัมพันธ์ทางปาก
  • ไม่ใช้อุปกรณ์สำเร็จความใคร่ร่วมกับผู้อื่น ควรทำความสะอาดและสวมด้วยถุงยางชิ้นใหม่ก่อนที่จะใช้
  • หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าคุณจะไม่มีเชื้อของโรคนี้

หากคุณมีคำถามใดๆ ให้ปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

โรคซิฟิลิส อีกหนึ่งโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่คู่รักทุกคู่ไม่ควรประมาท

โรคซิฟิลิส (Syphilis) คือการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ที่แพร่กระจายเข้าสู่ร่างกายของเราผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ จนบางครั้งอาจลุกลามส่งผลรุนแรงไปยังสมองได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin

ความสัมพันธ์แบบ โพลีกามี่ เพราะรักแท้ไม่ได้มีคนเดียว

บทความนี้ Hello คุณหมอ พาทุกคนมาทำความรู้จักกับอีกหนึ่งรูปแบบความสัมพันธ์ที่เรีกยกว่า โพลีกามี่ จะมีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้างนั้น ติดตามอ่านได้ในบทความนี้เลย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
เซ็กส์และความสัมพันธ์, สุขภาพชีวิตที่ดี สิงหาคม 10, 2020 . เวลาในการอ่าน

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (Sexually Transmitted Diseases / STDs)

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STDs) คือการติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์กับคนที่มีเชื้อที่ทำให้เกิดโรค ชนิดของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มีมากกว่า 20 ชนิด

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย pimruethai
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ สิงหาคม 7, 2020 . เวลาในการอ่าน

ถุงน้ำต่อมบาร์โธลินอักเสบ (Bartholin’s Gland Cyst)

ถุงน้ำต่อมบาร์โธลินอักเสบ (Bartholin’s Gland Cyst) เกิดจากการอุดตันและการติดเชื้อของแบคทีเรียระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ จนส่งผลให้เกิดความเจ็บปวดในช่องคลอดขึ้น

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ สิงหาคม 5, 2020 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

วิธีป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อเอชไอวี-hiv

วิธีป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อเอชไอวี (HIV)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ ธันวาคม 3, 2020 . เวลาในการอ่าน
ระบบทางเดินอาหาร-ความสำคัญ-วิธีดูแล

ระบบทางเดินอาหาร ระบบสำคัญของร่างกายที่เราควรต้องรู้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ ตุลาคม 8, 2020 . เวลาในการอ่าน
ฝีคัณฑสูตร-anal-fistula

ฝีคัณฑสูตร (Anal Fistula)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ ตุลาคม 8, 2020 . เวลาในการอ่าน
การดูแลและทำความสะอาดเซ็กส์ทอย-สิ่งที่ควรรู้

สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับ การดูแลและทำความสะอาดเซ็กส์ทอย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ กันยายน 8, 2020 . เวลาในการอ่าน