อาการอาหารไม่ย่อย (Dyspepsia)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date เมษายน 23, 2020
Share now

หลายคนคงเคยประสบกับ อาการอาหารไม่ย่อย (Dyspepsia) ที่ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายตัว บทความนี้มาพร้อมกับข้อมูลดี ๆ ให้คุณรู้จักอาการนี้ดีขึ้น

คำจำกัดความ

อาการอาหารไม่ย่อย คืออะไร

อาการอาหารไม่ย่อย หรือทางการแพทย์เรียกว่า ดิสเพปเซีย (Dyspepsia) คือ ความรู้สึกอึดอัดและปวดบริเวณทางเดินอาหารส่วนบน (กระเพาะอาหาร, หลอดอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น) อาหารไม่ย่อยประกอบไปด้วยหลายกลุ่มอาการ เช่น ท้องอืด คลื่นไส้ และเรอ ซึ่งเป็นอาการพื้นฐานของอาหารไม่ย่อย

พบได้บ่อยเพียงใด

อาการอาหารไม่ย่อยไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มโรค แต่คือการแสดงออกทางอาการพื้นฐานของความผิดปกติทางสุขภาพและเกิดขึ้นได้กับทุกคนในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ซึ่งสามารถป้องกันได้โดยการลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดอาการ ควรทำการปรึกษาแพทย์เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการทั่วไปของอาการอาหารไม่ย่อย ได้แก่

  • ท้องอืด
  • คลื่นไส้และอาเจียน
  • แสบร้อนในกระเพาะอาหาร
  • อิ่มง่าย แม้รับประทานอาหารในขนาดปกติ
  • รับรู้ได้ถึงรสชาติกรดภายในปาก
  • ปวดท้อง
  • เรอเปรี้ยว

อาจมีอีกหลายอาการที่ไม่ได้กล่าวถึงข้างต้น หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการ กรุณาปรึกษาแพทย์เพื่อรักข้อมูลเพิ่มเติม

ควรไปพบหมอเมื่อใด

คุณควรไปพบหมอหากคุณมีอาการใดๆ ดังต่อไปนี้

  • อาเจียนรุนแรงหรืออาเจียนเป็นเลือด
  • น้ำหนักลดอย่างไม่ทราบสาเหตุ
  • มีปัญหาในการกลืน
  • เจ็บปวดหน้าอก
  • ตาและผิวเหลือง
  • หายใจลำบาก
  • กรดไหลย้อน

หากมีอาการดังกล่าวข้างต้น หรือมีข้อสงสัยเพิ่มเติม ควรเข้ารับการปรึกษากับแพทย์ ทั้งนี้แต่ละคนมีการแสดงออกของอาการแตกต่างกันไป การเข้ารับการรักษากับแพทย์เป็นเป็นวิธีการที่ดีที่สุด

สาเหตุ

สาเหตุของอาการอาหารไม่ย่อย

ดิสเพปเซียเป็นการแสดงออกของอาการมากกว่ากลุ่มโรค อาการเจ็บป่วยที่อาจก่อให้เกิดอาการดิสเพปเซีย ได้แก่

  • โรคกรดไหลย้อน (GERD) อาการไหลย้อนของกรดในกระเพาะอาหารสู่หลอดอาหาร ก่อให้เกิดการระคายเคืองและสร้างความเสียหายแก่ทางเดินอาหาร
  • ผู้ที่เป็นโรคอ้วนมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอาหารไม่ย่อย
  • ความเครียดหรือวิตกกังวลมากเกินไป
  • โรคลำไส้แปรปรวน (IBS) ความผิดปกติในการทำงานของลำไส้ใหญ่
  • การติดเชื้อในกระเพาะอาหารสาเหตุจากเชื้อเอชไพโลไร
  • แผลในกระเพาะอาหาร รอยขีด หรือรูในผนังกระเพาะอาหาร
  • มะเร็งกระเพาะอาหาร

ยาที่อาจก่อให้เกิดอาการดิสเพปเซีย

  • แอสไพรินและยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs (ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์)
  • ยาที่มีส่วนผสมของไนเตรท (เช่น ยาลดความดันโลหิต)
  • เอสโตรเจนและยาคุมกำเนิด
  • ยาสเตียรอยด์
  • ยาปฏิชีวนะบางชนิด
  • ยารักษาไทรอยด์

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของอาการอาหารไม่ย่อย

กิจวัตรประจำวันอาจมีผลต่อการเกิดอาการอาหารไม่ย่อย นอกจากนี้โรคและสาเหตุที่กล่าวมาข้างต้น สิ่งต่อไปนี้อาจเพิ่มความเสี่ยง ได้แก่

  • การสูบบุหรี่
  • ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์
  • รับประทานอาหารมากเกินไปและเร็วเกินไป
  • ความเครียดและเหนื่อยล้า

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลต่อไปนี้ไม่ใช่คำแนะนำการรักษาทางการแพทย์ โปรดเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์ทุกครั้งเพื่อขอรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยอาการอาหารไม่ย่อย

แพทย์อาจสอบถามอาการของโรค ประวัติการใช้ยา และอาจตรวจสอบกระเพาะและทรวงอกร่วมด้วย แพทย์อาจทำการทดสอบเพื่อทำความเข้ากับอาการและวินิจฉัยโรคที่อาจเป็นสาเหตุของอาหารไม่ย่อย

  • การส่องกล้อง วิธีการนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่การรักษาอื่นไม่ได้ผล ทำโดยการสอดท่อที่มีกล้องมีกล้องติดอยู่ลงไปในกระเพาะอาหารเพื่อสำรวจ
  • การตรวหาเชื้อเอชไพโลไร การทดสอบเพื่อวิเคราะห์หาเชื้อเอชไพโลไร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและปัจจัยอื่นๆ การทดสอบประกอบด้วย การตรวจอุจจาระ การตรวลมหายใจและการตรวจเลือด
  • การทดสอบการทำงานของตับ (Liver function test) ตับทำหน้าที่ผลิตน้ำดี ของเหลวในทางเดินอาหารที่ทำหน้าที่ย่อยไขมัน ปัญหาที่เกิดขึ้นกับตับทำให้การผลิตน้ำดีลดต่ำลงส่งผลให้อาหารไม่ย่อย
  • เอ๊กซเรย์และอัลตราซาวด์ท้อง เพื่อตรวจหาสิ่งที่ตกค้างในกระเพาะอาหาร

การรักษาอาการอาหารไม่ย่อย

วิธีการรักษาที่เหมาะสมมีจุดประสงค์เพื่อลดอาการอาหารไม่ย่อยและช่วยให้อาการของคุณทุเลาขึ้น รวมถึงรักษาโรคที่เป็นสาเหตุของการเกิดอาการ ดังนั้นแพทย์อาจทำการรักษาและจ่ายยาที่ช่วยบรรเทาอาการพื้นฐานของโรค

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการปฏิบัติตนขั้นพื้นฐาน

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองที่ช่วยจัดการอาการอาหารไม่ย่อย

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองดังต่อไปนี้ อาจช่วยจัดการอาการอาหารไม่ย่อยได้

  • รับประทานอาหารในปริมาณที่พอเหมาะในแต่ละมื้อ
  • หลีกเลี่ยงการทานมื้อดึก หากมีอาการอาหารไม่ย่อยก่อนนอน
  • หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ไขมันสูง ซึ่งกระตุ้นให้เกิดกรดไหลย้อน
  • ทานให้ช้าลง
  • พยายามเลิกสูบบุหรี่
  • รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์
  • ลดการดื่มกาแฟ น้ำอัดลม และเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์
  • ลดความเครียดในชีวิตประจำวัน

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม กรุณาปรึกษาแพทย์เพื่อความเข้าใจที่ดีกว่าในการเลือกการรักษาที่เหมาะสมกับตัวคุณเอง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา

What causes indigestion? http://www.healthline.com/symptom/indigestion. Accessed June 13, 2016.

Indigestion. http://www.webmd.com/heartburn-gerd/indigestion?page=1#2. Accessed June 13, 2016.

Dyspepsia (Indigestion). http://patient.info/health/dyspepsia-indigestion. Accessed June 13, 2016.

Indigestion. http://www.nhs.uk/Conditions/Indigestion/Pages/Diagnosis.aspx. Accessed June 13, 2016.

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ชาวออฟฟิศควรรู้ อาหารแบบไหนเป็น อาหารที่ไม่ดีต่ออาการลำไส้แปรปรวน

อาการลำไส้แปรปรวน เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น ความเครียด หรือการรับประทานอาหาร จึงจำเป็นที่จะต้อง ระวังความเครียด และ อาหารที่ไม่ดีต่ออาการลำไส้แปรปรวน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai

เบื่ออาหารหลังฉายรังสี ควรแก้ไขอย่างไรดี เพื่อสุขภาพของคุณ

สำหรับผู้ที่เป็นโรคมะเร็งและรับการรักษาด้วยการฉายรังสีนั้น มักจะมีผลกระทบที่ตามมาก็คือ อาการ เบื่ออาหารหลังฉายรังสี ทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

เห็นคนสวย เป็นต้องหนี เพราะ ผมเป็น โรคกลัวผู้หญิงสวย

เห็นคนสวย ทีไร มักมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ตัวสั่น เหงื่อออก ทุกที จนบางครั้งต้องเก็บตัวแยกออกมาคนเดียว อาการเหล่านี้ อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของ โรคกลัวผู้หญิงสวย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์

ยาลดกรด ต้องกินยังไง ถึงจะปลอดภัยต่อสุขภาพ

ความเข้าถึงง่ายของยาลดกรดอาจทำให้เป็นอันตรายได้ หากเราใช้ยาได้อย่างไม่ถูกวิธี เราจึงมาแนะนำวิธีใช้ ยาลดกรด อย่างปลอดภัย รวมถึงผลข้างเคียงของยาที่อาจเกิดขึ้น

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล

บทความแนะนำ

พฤติกรรมที่ดีต่อระบบย่อยอาหาร ทำง่าย สบายท้อง

พฤติกรรมที่ดีต่อระบบย่อยอาหาร ทำง่าย สบายท้อง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 2, 2020
วิตามินก่อนคลอด สำคัญต่อคุณแม่ตั้งครรภ์อย่างไร

วิตามินก่อนคลอด สำคัญต่อคุณแม่ตั้งครรภ์อย่างไร

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 2, 2020
แดดร้อนเบอร์นี้อย่าพลาด! 6 อาหารที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด กินแล้วดีต่อผิว

แดดร้อนเบอร์นี้อย่าพลาด! 6 อาหารที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด กินแล้วดีต่อผิว

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 21, 2020
เป็นโรคลำไส้แปรปรวน กิน อาหารแบบ Low-FODMAP Diet ดูสิ

เป็นโรคลำไส้แปรปรวน กิน อาหารแบบ Low-FODMAP Diet ดูสิ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 20, 2020