home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

เวียนศีรษะแบบบ้านหมุน (Vertigo)

คำจำกัดความ|อาการ|สาเหตุ|การวินิจฉัยและการรักษาโรค|การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง
เวียนศีรษะแบบบ้านหมุน (Vertigo)

เวียนศีรษะแบบบ้านหมุน (Vertigo) เป็นอาการเวียนศีรษะแบบรู้สึกหมุน หรือถูกดึงไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง อาการรู้สึกหมุนเป็นอาการของโรคและความผิดปกติหลายอย่าง เมื่อมีอาการเวียนศีรษะบ่อยๆ อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อหูชั้นใน ทำให้มีอาการหูอื้อได้

 

คำจำกัดความ

เวียนศีรษะแบบบ้านหมุน คืออะไร

เวียนศีรษะแบบบ้านหมุน (Vertigo) เป็นอาการเวียนศีรษะแบบรู้สึกหมุน หรือถูกดึงไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง อาการรู้สึกหมุนเป็นอาการของโรคและความผิดปกติหลายอย่าง เมื่อมีอาการเวียนศีรษะบ่อย ๆ อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อหูชั้นใน ทำให้มีอาการหูอื้อได้

อย่างไรก็ตามอาการเวียนศีรษะแบบบ้านหมุนสามารถเกิดขึ้นได้ในระยะยาวและระยาวสั้น สามารถเกิดขึ้นได้กับสตรีมีครรภ์ รวมถึงผู้ที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับบริเวณหูชั้นใน

พบได้บ่อยเพียงใด

อาการเวียนศีรษะแบบบ้านหมุนสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย พบได้บ่อยในผู้สูงอายุที่มายุมากกว่า 65 ปี ขึ้นไป

อาการ

อาการเวียนศีรษะแบบบ้านหมุน

ผู้ป่วยส่วนมใหญ่ทีมีอาการเวียนศีรษะแบบบ้านหมุนจะมีลักษณะอาการ ดังต่อไปนี้

  • รู้สึกหมุน
  • รู้สึกเอียง
  • รู้สึกแกว่ง
  • รู้สึกไม่สมดุล
  • รู้สึกถูกดึงในทิศทางหนึ่ง
  • รู้สึกคลื่นไส้
  • การเคลื่อนไหวของดวงตาที่กระตุกหรือผิดปกติ (Nystagmus)
  • ปวดศีรษะ
  • เหงื่อออก
  • มีเสียงอื้อในหู หรือสูญเสียการได้ยิน

อาการเหล่านี้สามารถคงอยู่ได้เป็นเวลาสองสามนาที หรือนานถึงสองสามชั่วโมงหรือมากกว่า อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการบางประการที่ไม่ได้กล่าวถึงข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำ

ควรไปพบหมอเมื่อใด

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใดๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีข้อคำถามใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของอาการเวียนศีรษะแบบบ้านหมุน

อาการเวียนศีรษะแบบบ้านหมุนมักเกิดจากอาการเจ็บป่วย หรือความผิดปกติต่างๆ ที่ส่งผลต่อหูชั้นใน ซึ่งได้แก่

  • โรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน (Benign paroxysmal positional vertigo): มีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับตำแหน่งของศีรษะที่ทำให้เกิดความรู้สึกหมุนกะทันหัน ตัวอย่างเช่น ผลึกขนาดเล็กแตกในช่องหูด้านในและสัมผัสปลายประสาทด้านในที่ไวต่อการรู้สึก
  • หูชั้นในอักเสบเฉียบพลัน (Acute labyrinthitis): เกิดจากการอักเสบของโครงสร้างเกี่ยวกับการทำให้สมดุลของหูชั้นใน ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส
  • น้ำในหูไม่เท่ากัน (Ménière’s disease): เกิดจากการเปลี่ยนแปลงปริมาณของเหลวภายในหูชั้นใน

อาการรู้สึกหมุนสามารถเกิดจากภาวะสุขภาพอื่น ๆ ซึ่งได้แก่

  • การบาดเจ็บที่ศีรษะหรือคอ
  • ปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับสมอง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง หรือเนื้องอก
  • ยาบางชนิดที่ทำให้เกิดความเสียหายที่หู
  • ปวดศีรษะไมเกรน

ปัจจัยเสี่ยงของอาการเวียนศีรษะแบบบ้านหมุน

มีปัจจัยเสี่ยงหลายประการสำหรับอาการเวียนศีรษะแบบบ้านหมุน เช่น

  • อายุ อาการรู้สึกหมุนมักเกิดขึ้นในผู้สูงอายุมากกว่าในผู้ที่อายุน้อย
  • มีประวัติมีภาวะต่างๆ เกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด ตัวอย่างเช่น เจ็บแน่นหน้าอก (angina) และโรคหลอดเลือดสมอง (stroke)
  • มีประวัติเป็นเบาหวานและโรคพาร์กินสัน (Parkinson’s disease)
  • การทำหน้าที่ที่ผิดปกติของหู
  • การใช้ยาบางชนิด
  • มีประวัติผ่าตัดหู
  • ความวิตกกังวลและอาการซึมเศร้า

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอในที่นี้ ไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยอาการเวียนศีระษะแบบบ้านหมุน

ในเบื้องต้นแพทย์จะทำการสอบถามประวัติและอาการของผู้ป่วยอย่างละเอียด รวมถึงการทดสอบอื่นๆ เพื่อทำการวินิจฉัยโรค ดังต่อไปนี้

  • การประเมินดวงตาเพื่อตรวจหาการเคลื่อนไหวที่กระตุกของดวงตาที่ผิดปกติ (Nystagmus)
  • โดยปกติแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีการทดสอบเพิ่มเติมหากแพทย์ไม่สงสัยว่าคุณมีอาการเวียนศีรษะแบบบ้านหมุนที่มีสาเหตุมาจากความผิดปกติที่สมอง (Central vertigo)
  • การตรวจด้วยคอมพิวเตอร์ (Computerized Tomography : CT Scan) หรือการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging : MRI) ที่สมองเพื่อตรวจว่าคุณมีอาการเวียนศีรษะแบบบ้านหมุนที่มีสาเหตุมาจากความผิดปกติที่สมอง หรือไม่

การรักษาอาการเวียนศีระษะแบบบ้านหมุน

ในบางครั้ง ผู้ป่วยสามารถมีการฟื้นตัวหลังจากช่วงเวลาที่มีอาการเวียนศีรษะแบบบ้านหมุนเนื่องจากการปรับตัวของร่างกาย หากจำเป็น การรักษาอาการเวียนศีรษะแบบบ้านหมุนขึ้นอยู่กับสาเหตุ ซึ่งได้แก่

  • การฟื้นฟูเส้นประสาทการทรงตัว (Vestibular rehabilitation) เพื่อทำให้ระบบประสาทการทรงตัวแข็งแรง
  • การทำให้หินปูนในหูชั้นในกลับเข้าที่เดิม (Canalith repositioning maneuvers) การเคลื่อนไหวเฉพาะของศีรษะและร่างกายสำหรับโรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อนจะมีการแนะนำสำหรับผู้ป่วย
  • การใช้ยา เพื่อบรรเทาอาการต่างๆ เช่น คลื่นไส้หรือภาวะป่วยจากการเคลื่อนไหว (Motion sickness) ที่สัมพันธ์กับอาการเวียนศีรษะแบบบ้านหมุน อาจมีการให้ยาขับปัสสาวะในกรณีที่เป็นน้ำในหูไม่เท่ากัน
  • การผ่าตัด เมื่ออาการเวียนศีรษะแบบบ้านหมุนเกิดจากโรคประจำตัวที่รุนแรงมากขึ้น เช่น เนื้องอกหรือการบาดเจ็บที่สมองหรือคอ

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองที่ช่วยจัดการอาการเวียนศีรษะแบบบ้านหมุน

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองดังต่อไปนี้ อาจช่วยรับมืออาการเวียนศีรษะแบบบ้านหมุนได้

  • การรับประทานวิตามินดีอาจมีประโยชน์สำหรับโรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน (Paroxysmal positional vertigo)
  • การรับประทานรากขิง แปะก๊วย และผักชีอาจช่วยลดอาการรู้สึกหมุนในผู้ป่วยบางรายได้
  • กายภาพบำบัด
  • การฝังเข็มเพื่อบรรเทาอาการต่าง ๆ ของอาการเวียนศีรษะแบบบ้านหมุนบางประเภทได้
  • หลีกเลี่ยงการใช้สารต่า งๆ ที่ส่งผลต่อการหมุนเวียนของเลือดได้ ซึ่งได้แก่ คาเฟอีน (Caffeine) บุหรี่ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ดื่มน้ำให้มาก
  • น้ำมันหอมระเหย ซึ่งได้แก่ สะระแหน่ ขิง ลาเวนเดอร์ และกำยาน เพื่อบรรเทาอาการต่าง ๆ ของอาการเวียนศีรษะแบบบ้านหมุน
health-tool-icon

เครื่องคำนวณหา ค่าดัชนีมวลกาย (BMI)

ใช้เครื่องมือนี้เพื่อช่วยคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ของคุณ และดูว่าคุณมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์สุขภาพดีหรือไม่ เครื่องมือนี้ยังสามารถใช้เพื่อคำนวณค่าดัชนีมวลกายของลูกคุณได้อีกด้วย

เพศชาย

เพศหญิง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Vertigo. https://www.drugs.com/health-guide/vertigo.html. Accessed July 22, 2016.

Vertigo. http://www.webmd.com/brain/vertigo-symptoms-causes-treatment. Accessed July 22, 2016.

Everything you need to know about vertigo. https://www.medicalnewstoday.com/articles/160900.php#what-is-vertigo. Accessed 6 January 2019.

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี แก้ไขล่าสุด 06/08/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x