home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน รับมืออย่างไรให้ปลอดภัยหายห่วง

โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน รับมืออย่างไรให้ปลอดภัยหายห่วง

อาการวิงเวียนศีรษะ เป็นอาการทางสุขภาพที่เกิดขึ้นได้บ่อย ๆ ในชีวิตประจำวันของเรา และมักมีสาเหตุที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล อย่างไรก็ตาม หากคุณรู้สึกว่ามีอาการวิงเวียนศีรษะเป็นประจำและรุนแรง หรือมีอาการบ้านหมุนเกิดขึ้นมาอย่างฉับพลัน คุณอาจเสี่ยงที่จะเป็น โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน Hello คุณหมอ มีวิธีรับมือเมื่อเกิดอาการ น้ำในหูไม่เท่ากัน และวิธีลดความเสี่ยงของโรคน้ำในหูไม่เท่ากันมาฝากค่ะ

โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน เกิดจากอะไร

น้ำในหูไม่เท่ากัน หรือโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere’s Disease) เป็นอาการทางสุขภาพเรื้อรังที่เกิดจากความผิดปกติในหูชั้นใน ทำให้มีของเหลวสะสมอยู่ในหูมากกว่าปกติอย่างไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัส อาการแพ้ โรคภูมิต้านทานเนื้อเยื่อตัวเอง ไมเกรน หรือระบบพันธุกรรม โดยน้ำในหูไม่เท่ากันส่งผลให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ หรืออาจสูญเสียการได้ยิน และมักจะเกิดขึ้นกับหูข้างใดข้างหนึ่งเพียงข้างเดียวเท่านั้น อย่างไรก็ตาม น้ำในหูไม่เท่ากันถือเป็นโรคที่รักษาไม่หาย และมักจะกลับมาเป็นได้ซ้ำ ๆ

สัญญาณและอาการทั่วไปของ น้ำในหูไม่เท่ากัน ที่เห็นได้ชัด มีดังนี้

  • มีอาการวิงเวียนศีรษะ โดยอาจเป็นเพียงครั้งคราวแค่ไม่กี่นาที แต่อาจจะเป็นทุกชั่วโมง
  • คลื่นไส้และอาเจียนขณะมีอาการวิงเวียนศีรษะ
  • รู้สึกถึงความดันและแรงดันอัดแน่นในหู
  • มีอาการหูอื้อ และมีเสียงหึ่ง ๆ ทุ้มต่ำอยู่ในหู
  • สูญเสียการได้ยิน (ยิ่งเวลาผ่านไปมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งเสี่ยงต่อการสูญเสียการได้ยินมากขึ้นเท่านั้น)

รับมือกับอาการของ โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน ได้อย่างไร

หากมีอาการของโรค น้ำในหูไม่เท่ากัน สามารถรับมือได้ดังนี้

เมื่อเกิดอาการน้ำในหูไม่เท่ากัน

เมื่อเกิดอาการ น้ำในหูไม่เท่ากัน ขึ้นมา ผู้ป่วยควรปฏิบัติตนดังนี้

  • เมื่อเกิดอาการวิงเวียนศีรษะควรนั่งหรือนอนลง ไม่ควรฝืนยืนหรือทำการเคลื่อนไหวใด ๆ
  • หลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหว การอยู่ท่ามกลางแสงแดดจ้า พักการดูโทรทัศน์หรืออ่านหนังสือ และพยายามมองไปที่วัตถุที่ไม่มีการเคลื่อนไหว
  • เมื่อเกิดอาการวิงเวียนศีรษะ ไม่ควรรีบเร่งกลับไปทำกิจกรรมตามปกติ ควรพักจนกว่าอาการวิงเวียนศีรษะจะหายเป็นปกติ

ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพื่อป้องกันโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน

  • ลดโซเดียม

การรับประทานอาหารที่มีโซเดียมสูงบ่อย ๆ เสี่ยงที่จะทำให้เกิดปัญหาต่อประสาทหู หรือทำให้ประสาทหูเกิดการเสื่อม ซึ่งจะนำไปสู่ความเสี่ยงทำให้เกิดการสะสมของเหลวในชั้นหูและเป็นโรค น้ำในหูไม่เท่ากัน จึงควรจำกัดการรับประทานโซเดียมให้ไม่เกิน 1,000-2,300 มิลลิกรัมต่อวัน

  • หลีกเลี่ยงคาเฟอีนและแอลกฮอล์

เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ หากดื่มเป็นประจำเสี่ยงที่จะทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ ซึ่งจะมีผลต่อความไม่สมดุลของระดับน้ำในหู อาจทำให้เกิดโรคน้ำในหูไม่เท่ากันได้

  • ดื่มน้ำบ่อย ๆ

ควรดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายและป้องกันภาวะขาดน้ำ ที่จะนำไปสู่ความไม่สมดุลของระดับน้ำในร่างกาย และระดับน้ำในชั้นหู

  • ออกกำลังกาย

จากผลการศึกษาพบว่าผู้ที่เป็นโรค น้ำในหูไม่เท่ากัน และออกกำลังกายเป็นประจำ มีแนวโน้มของอาการน้ำในหูไม่เท่ากันจะดีขึ้น โดยเฉพาะการออกกำลังกายที่ช่วยเสริมความสมดุลของร่างกาย เช่น โยคะ การเดิน อย่างไรก็ตาม ขณะออกกำลังกายควรพกขวดน้ำติดตัวไปด้วยเสมอ

  • สร้างสมดุลในชีวิตประจำวัน

ความเครียด ความเหนื่อยล้า การทำงานหนัก พักผ่อนน้อย อาจเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงของโรค น้ำในหูไม่เท่ากัน จึงไม่ควรหักโหมทำงานหรือทำกิจกรรมหนักจนเกินไป จนกระทั่งส่งผลเสียต่อสุขภาพ ควรแบ่งเวลาทำงานและเวลาพักผ่อนออกจากกันอย่างชัดเจนและสมดุล ไม่หนักไปทางใดทางหนึ่งมากหรือน้อยจนเกินไป

เมื่อไหร่ควรไปพบคุณหมอ

น้ำในหูไม่เท่ากัน ถือเป็นอาการทางสุขภาพเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ดังนั้น หากมีอาการหรือสัญญาณใดที่อาจบ่งชี้ว่าเป็นอาการของโรคน้ำในหูไม่เท่ากันควรไปพบคุณหมอเพื่อรับการวินิจฉัยและคำแนะนำทางการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ควรปล่อยไว้นานเพราะอาจเสี่ยงต่อการสูญเสียการได้ยิน

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

รูปของผู้เขียน
เขียนโดย Khongrit Somchai เมื่อ 22/03/2021
x