brand logo
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน

โฆษณา

แบ่งปัน

ไดเอ็ท หรือการควบคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนัก ทำได้อย่างไรบ้าง

ไดเอ็ท หรือการควบคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนักมีหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารโปรตีนสูง การบริโภคอาหารแบบนับพลังงานแคลอรี่ หรือการหลีกเลี่ยงรับประทานคาร์โบไฮเดรตขัดสี นอกจากนั้น เพื่อให้การไดเอ็ทได้ผลและมีประสิทธิภาพ ควรนอนหลับให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน

ไดเอ็ท หรือการควบคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนัก ทำได้อย่างไรบ้าง

ไดเอ็ท คืออะไร

ไดเอ็ท ทับศัพท์มาจากคำว่า Diet ในภาษาอังกฤษที่แปลว่าอาหาร อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทย ไดเอ็ท หมายถึง การควบคุมอาหารหรือเลือกรับประทานอาหารเพื่อช่วยในการลดน้ำหนัก

ไดเอ็ท ทำได้อย่างไรบ้าง

การควบคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนักนั้นทำได้หลายวิธี ดังนี้

บริโภคอาหารให้ได้พลังงานน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการ

ร่างกายต้องการพลังงานเพื่อทำกิจกรรมต่าง ๆ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องบริโภคอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อย่อยสลายและเปลี่ยนสารอาหารต่าง ๆ เป็นพลังงาน แต่หากร่างกายได้รับพลังงานเกินกว่าที่ต้องการในแต่ละวัน ทำให้เกิดการสะสมพลังงานส่วนเกินในรูปแบบของไขมัน เมื่อไขมันเพิ่มขึ้น น้ำหนักและขนาดตัวก็จะเพิ่มตาม ทำให้เสี่ยงมีภาวะน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน

ทั้งนี้ ผู้ชายควรได้รับพลังงานจากอาหารประมาณ 2,500 แคลอรี่/วัน ส่วนผู้หญิงควรได้รับพลังงานจากอาหารประมาณ 2,000 แคลอรี่/วัน หากร่างกายได้รับพลังงานจากอาหารน้อยลง จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายเผาผลาญไขมันที่สะสมไว้นำมาใช้เป็นพลังงาน ซึ่งจะทำให้น้ำหนักตัวค่อย ๆ ลดลง

อย่างไรก็ตาม ในการควบคุมน้ำหนักด้วยการนับจำนวนแคลอรี่ที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน ไม่ควรน้อยกว่า 1,200 แคลอรี่/วัน เพราะหากร่างกายได้รับพลังงานน้อยเกินไป ระดับการเผาผลาญพลังงานจะต่ำลง ซึ่งส่งผลให้การ ลดน้ำหนัก เป็นไปได้ยากขึ้น อีกทั้งอาจทำให้รู้สึกอ่อนเพลียหรือเหนื่อยล้าได้ง่าย

เลือกบริโภคอาหารโปรตีนสูง

การบริโภคอาหารโปรตีนสูง หรือการเลือกรับประทานอาหารประเภทโปรตีนเป็นหลัก จะช่วยให้ระดับฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกอิ่มท้องเพิ่มสูงขึ้น เช่น จีแอลพี-1 (GLP-1) เปปไทด์วายวาย (Peptide YY) คอเลซิสโทไคนิน (Cholecystokinin) และทำให้ฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกหิวอย่างฮอร์โมนเกรลิน (Ghrelin) มีปริมาณต่ำลง ดังนั้น การบริโภคอาหารโปรตีนสูงจึงช่วยทำให้อิ่มท้องได้นาน ลดความอยากอาหาร และช่วยลดพลังงานส่วนเกิน และนำไปสู่การควบคุมน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพ

งานวิจัยชิ้นหนึ่ง ศึกษาเกี่ยวกับการลดน้ำหนักด้วยการบริโภคอาหารโปรตีนสูง เผยแพร่ในวารสาร Journal of Obesity & Metabolic Syndrome ปี พ.ศ. 2563 ระบุว่า การบริโภคอาหารประเภทโปรตีนในปริมาณที่สูงกว่าปริมาณที่แนะนำอาจช่วยลดน้ำหนักได้ และยังทำให้มวลไขมันลดลง โดยไม่พบผลเสียต่ออวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายไม่ว่าจะเป็นกระดูกหรือไต จึงสรุปได้ว่า การบริโภคอาหารโปรตีนสูงอาจเหมาะเป็นทางเลือกในการควบคุมน้ำหนัก และยังอาจช่วยป้องกันความเสี่ยงโรคอ้วน และโรคที่เกิดจากโรคอ้วนอย่างเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคไขมันพอกตับได้ด้วย

เลือกบริโภคอาหารที่มีไฟเบอร์หรือกากใยสูง

การบริโภคอาหารที่ประกอบไปด้วยใยอาหารที่ละลายน้ำได้อย่างเพคติน (Pectin) บีตา กลูแคน (β-glucan) ไซเลียม (Psyllium) หรือกลูโคแมนแนน (Glucomannan) อาจช่วยลดน้ำหนักได้ เพราะใยอาหารกลุ่มนี้จะกลายเป็นเจลเมื่อสัมผัสกับน้ำ จึงทำให้ท้องอิ่มได้เป็นเวลานาน ลดความอยากอาหาร ทำให้ร่างกายไม่ได้รับพลังงานส่วนเกิน ช่วยป้องกันภาวะน้ำหนักเกิน

งานวิจัยชิ้นหนึ่ง เรื่องใยอาหารและความอิ่มท้อง ตีพิมพ์ในวารสาร Nutrition Reviews ปี พ.ศ. 2559 ระบุว่า บีตา กลูแคน ซึ่งพบได้ในข้าวโอ๊ต ออกฤทธิ์ให้ลำไส้เล็กย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหารได้ช้าลง ทำให้ผู้ที่รับประทานเข้าไปรู้สึกอิ่มท้องนานขึ้น

นอกจากข้าวโอ๊ตแล้ว ยังมีอาหารอื่น ๆ ที่ประกอบไปด้วยใยอาหารที่ละลายน้ำได้และอาจเหมาะสำหรับเป็นตัวเลือกเพื่อใช้ในการไดเอ็ท เช่น ถั่ว หน่อไม้ฝรั่ง มันเทศ แอปริคอท

หลีกเลี่ยงการบริโภคคาร์โบไฮเดรตขัดสี

ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตขัดสี เช่น น้ำตาลทราย ข้าวขาว ขนมอบ เส้นก๋วยเตี๋ยว เนื่องจากให้พลังงานสูง และยังกระตุ้นให้รู้สึกอยากอาหารจนอาจนำไปสู่การบริโภคอาหารเกินพอดี

นอกจากนั้น หลังบริโภคคาร์โบไฮเดรตขัดสี ระดับน้ำตาลในเลือดมักสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุลและระบบการเผาผลาญของร่างกายทำงานผิดปกติ อาจนำไปสู่การเป็นโรคอ้วนหรือมีภาวะน้ำหนักเกินได้

ทั้งนี้ คาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสำหรับการไดเอ็ทคือ คาร์โบไฮเดรตที่ยังไม่ขัดสี อย่างขนมปังโฮลวีท ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวโอ๊ต ถั่ว คีนัว และผักต่าง ๆ เพราะคาร์โบไฮเดรตกลุ่มนี้มีใยอาหารสูงกว่าคาร์โบไฮเดรตขัดสี จึงทำให้อิ่มท้องได้นานกว่า และไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

นอกจากนั้น เพื่อให้การควบคุมอาหารเพื่อ ลดน้ำหนัก เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ที่ต้องการ ลดน้ำหนัก ควรปฏิบัติตัวดังนี้

  • รับประทานอาหารเฉพาะมื้อหลัก ไม่กินจุบจิบ
  • เลือกดื่มน้ำเปล่าแทนเครื่องดื่มรสหวาน เพราะน้ำเปล่าไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น อีกทั้งทำให้อิ่มท้องจึงอาจช่วยลดความอยากอาหารได้ด้วย
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หรืออย่างน้อย 150 นาที/สัปดาห์
  • นอนหลับให้เพียงพอ หรืออย่างน้อย 7 ชั่วโมง/คืน เพื่อป้องกันร่างกายหลั่งฮอร์โมนเกรลินซึ่งทำให้หิว และนำไปสู่การบริโภคอาหารเกินพอดี
  • เลือกดื่มกาแฟหรือชาไม่เติมน้ำตาล เพราะคาเฟอีนในเครื่องดื่มดังกล่าวมีคุณสมบัติเร่งการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย
  • ระหว่างรับประทานอาหาร ค่อย ๆ เคี้ยว ไม่รีบร้อน เพราะจะช่วยทำให้รู้สึกอิ่มได้นานกว่า ลดการบริโภคอาหารส่วนเกิน และป้องกันน้ำหนักขึ้น

เช็ก BMI ก่อนเริ่มไดเอ็ทให้เหมาะกับตัวเอง

ก่อนเริ่มไดเอ็ทหรือปรับการกินอย่างจริงจัง แนะนำให้ประเมินภาพรวมของน้ำหนักด้วย ค่า BMI (ดัชนีมวลกาย) เพราะช่วยให้รู้ว่าน้ำหนักของคุณอยู่ในเกณฑ์ปกติ น้ำหนักเกิน หรืออ้วน ซึ่งจะทำให้วางแผนการลดน้ำหนักได้เหมาะสมและปลอดภัยมากขึ้น

BMI ช่วยอะไรได้บ้าง?

  • ช่วยประเมินสถานะน้ำหนักโดยรวมได้รวดเร็ว ว่าอยู่ในเกณฑ์ผอม ปกติ น้ำหนักเกิน หรืออ้วน
  • ช่วยตั้งเป้าหมายการลดน้ำหนักให้ชัดเจนและทำได้จริงมากขึ้น
  • ช่วยติดตามผลการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก เมื่อปรับอาหารและออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง
  • เป็นข้อมูลเบื้องต้นก่อนปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคล

BMI เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น ไม่สามารถใช้บ่งบอกได้ว่าร่างกายมีมวลกล้ามเนื้อหรือสัดส่วนไขมันเท่าไหร่ หากมีโรคประจำตัว ตั้งครรภ์ หรือมีข้อกังวลด้านสุขภาพ ควรปรึกษาคุณหมอก่อนเริ่มลดน้ำหนักอย่างจริงจัง

อยากลดน้ำหนักอย่างปลอดภัยและเห็นผล พร้อมแนวทางดูแลสุขภาพที่เหมาะกับคุณ?

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและเรียนรู้วิธีการรับมือกับโรคอ้วน ที่นี่

หากคุณคุมอาหารและออกกำลังกายแล้วแต่น้ำหนักยังไม่ลดลงตามเป้าหมาย หรือมีโรคร่วม เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้ได้แผนลดน้ำหนักที่เหมาะกับร่างกาย ปลอดภัย และติดตามผลได้ต่อเนื่อง

fact-check
ทีม Hello คุณหมอ
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย
เขียนโดย ธนชาติ จึงแย้มปิ่น · แก้ไขล่าสุด 17/12/2025