กระต่าย เป็นอีกหนึ่งสัตว์เลี้ยงที่มีความน่ารัก ด้วยขนปุกปุยและดวงตาที่กลมโต ทำให้หลายคนต่างหลงใหลในความน่ารักของมัน อย่างไรก็ตามหากคุณนำกระต่ายมาเลี้ยงอย่าลืมดูแลในเรื่องของความสะอาดด้วยนะคะ ทั้งตัวสัตว์และอาหารที่ให้ รวมถึงบริเวณที่เลี้ยงด้วย เพราะไม่อย่างนั้นอาจทำให้คุณเสี่ยงเป็น โรค ไข้กระต่าย โดยที่คุณไม่รู้ตัว เรามาทำความรู้จักโรคนี้ให้มากขึ้นกันในบทความของ Hello คุณหมอ ค่ะ
ไข้กระต่าย หรือโรคทูลารีเมีย (Tularemia) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียฟรานซิเซลล่า ทูลารีซิส (Francisella tularensis) เป็นโรคที่พบในสัตว์ฟันแทะ เช่น หนูป่า กระรอก นก กระต่าย แพร่กระจายจากสัตว์สู่คนได้หลากหลายวิธี เช่นการสัมผัสกับสัตว์ติดเชื้อ ถูกเห็บจากสัตว์ที่ติดเชื้อกัด หรือกินอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค ภายหลังได้รับเชื้อประมาณ 3-5 วัน ผู้ป่วยจะมีอาการปวดศีรษะรุนแรง ไข้สูง รู้สึกอ่อนเพลียอย่างแรง ปวดเมื่อยตัว ต่อมน้ำเหลืองโต เป็นต้น
สาเหตุของไข้กระต่าย เกิดจากอะไรกันนะ?
- สัมผัสผิวหนังของสัตว์ที่ติดเชื้อ
- ดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อโรคหรืออาหารที่ปรุงไม่สุก
- ถูกแมลงสัตว์ กัด ต่อย โดยเฉพาะ เห็บหรือแมลงวัน
- สูดดมแบคทีเรียจากดินระหว่างการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น งานก่อสร้าง หรือทำสวน
อาการที่คนรักกระต่าย อาจจะเสี่ยงเป็น ไข้กระต่าย
ผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อแบคทีเรียฟรานซิเซลล่า ทูลารีซิส (Francisella Tularensis) มักมีอาการแสดงออกภายใน 3-5 วัน หรืออาจนานถึง 14 สัปดาห์ โดยแต่ละคนจะมีอาการที่แสดงออกแตกต่างกันตามเชื้อที่เกิดในบริเวณนั้นๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้
- ไข้กระต่ายชนิดมีแผลที่ผิวหนัง (Ulceroglandular Tularemia)
เป็นประเภทที่พบได้บ่อยที่สุด ผิวหนังเป็นแผล บวม และเจ็บที่ต่อมน้ำเหลืองเกิดจากการโดนเห็บกัด ทำให้ร่างกายรู้เมื่อยล้า ปวดศีรษะ มีไข้ หนาวสั่น
- ไข้กระต่ายชนิดตาอักเสบ (Oculoglandular Tularemia)
เป็นประเภทที่ส่งผลกระทบต่อดวงตา ทำให้เกิดการระคายเคืองในดวงตา ปวดบวม ตาไวต่อแสง ตาอักเสบ ต่อมน้ำเหลืองโตบริเวณรอบหู คอและกราม
- ไข้กระต่ายชนิดคอหอยส่วนบนอักเสบ (Oropharyngeal Tularemia)
เกิดจากการรับประทานเนื้อสัตว์ที่ปรุงไม่สุกหรือดื่มน้ำที่มีการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรีย ส่งผลให้ร่างกายรู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน มีอาการปวดคอ มีไข้ ต่อมทอมซิลบวมหรือมีต่อมน้ำเหลืองที่คอ
- ไข้กระต่ายชนิดปอดบวม (Pneumonic Tularemia)
เชื้อแบคที่เรียที่ได้รับอาจแพร่กระจายผ่านกระแสเลือดไปสู่ปอดได้ ทำให้เกิดอาการที่มักจะเกี่ยวข้องกับโรคปอดบวมอย่างไอแห้ง เจ็บหน้าอก หายใจติดขัด
- ไข้กระต่ายชนิดไข้ไทฟอยด์ (Typhoidal Tularemia)
เป็นประเภทที่พบได้ยากและมีอาการรุนแรงมาก ไม่สามารถทราบตำแหน่งของเชื้อโรคได้ว่าเกิดบริเวณใด โดยผู้ป่วยจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน มีไข้สูง ร่างกายอ่อนเพลียอย่างรุนแรง ม้ามโต ตับโต
รู้ทัน ป้องกันก่อน เพื่อความปลอดภัย
- ไม่ใช้มือเปล่าสัมผัสกับผิวหนังของสัตว์เลี้ยง และ ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังจากจับสัตว์
- ดื่มน้ำที่สะอาด หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำจากทะเลสาบหรือบ่อน้ำ
- รับประทานเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุก
- กำจัดเห็บโดยการพ่นยาฆ่าเห็บ
- รักษาความสะอาดทั้งตัวสัตว์ และอาหาร รวมถึง สถานที่เลี้ยง