home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 (H1N1 Flu Virus)

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 (H1N1 Flu Virus)
คำจำกัดความ|อาการ|ปัจจัยเสี่ยง|การวินิจฉัยและการรักษาโรค|การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ หรือ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 (H1N1 Flu Virus) เป็นไข้หวัดของสุกรที่เกิดจากเชื้อไวรัส H1N1 โดยไวรัสตัวนี้เป็นสายพันธุ์ใหม่ของเชื้อไวรัส

คำจำกัดความ

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 คืออะไร?

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ (ไข้หวัดสายพันธุ์ H1N1) หรือที่เรียกว่าไข้หวัดของสุกรที่เกิดจากเชื้อไวรัส H1N1 โดยไวรัสตัวนี้เป็นสายพันธุ์ใหม่ของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่ทำให้เกิดอาการคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ปกติ ซึ่งมีสาเหตุมาจากสุกร แต่การแพร่กระจายส่วนใหญ่คือคนไปสู่คน โดยในไวรัส H1N1นี้ เป็นไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่พบในมนุษย์ตามฤดูกาล แม้ว่าตัวไวรัสนี้จะอยู่แค่ในสุกร คุณก็สามารถหลีกเลี่ยงการติดเชื้อไวรัสได้ หากคุณรับประทานอาหารที่ถูกต้องและปรุงสุกรให้สุกหรือผลิตภัณฑ์สุกรตามร้านค้าทั่วไป

ไข้หวัดสุกรยังเป็นข่าวในปี พ.ศ.2552 เมื่อมีการค้นพบครั้งแรกในมนุษย์และกลายเป็นโรคระบาด โรคระบาดชนิดนี้เป็นโรคติดต่อที่มีผลต่อผู้คนทั่วโลกหรือหลายทวีปในเวลาเดียวกัน แม้ชื่อเป็นไข้หวัดสุกร แต่คุณอาจจะไม่ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดสุกรได้จากการรับประทานเบคอน แฮมหรือผลิตภัณฑ์จากสุกรอื่นๆ

ไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ุ H1N1 เป็นไวรัสที่แพร่หลาย โรคนี้แพร่กระจายผ่านทางน้ำลายและเมือก คนอาจแพร่กระจายโดย

  • อาการจาม
  • อาการไอ
  • การสัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้อโรคแล้วมาสัมผัสกับตาหรือจมูก

เมื่อไอหรือจาม น้ำลายจะกระจายละอองเล็กๆ ทำให้ไวรัสอยู่ในอากาศ หากหยดน้ำเหล่านี้โดนผิวร่างกาย (เช่น ลูกบิดประตู หรืออ่างล้างหน้า) ที่หยดลงหรือสัมผัสกับวัตถุที่บุคคลที่ติดไวรัสเมื่อเร็วๆ นี้ คุณสามารถติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ุ H1N1ได้ บุคคลที่มีอาการดังกล่าวนี้สามารถแพร่เชื้อได้โดยภายในหนึ่งวันก่อนที่พวกเขาจะมีอาการเหล่านี้และนานถึง 7 วันหลังจากที่ป่วย เด็กสามารถติดต่อกันได้นานถึง 10 วัน

โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้เป็นเรื่องปกติธรรมดา อาจส่งผลต่อผู้ป่วยได้ในทุกช่วงอายุคน แต่ก็สามารถจัดการลดปัจจัยเสี่ยงได้ กรุณาปรึกษาแพทย์ของคุณเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการทั่วไปของ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1

  • อาการไอ
  • อาการไข้
  • อาการเจ็บคอ
  • อาการน้ำมูกไหลหรือมีน้ำมูกไหล
  • อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย
  • อาการปวดหัว
  • อาการหนาว
  • ความเมื่อยล้า
  • โรคอุจจาระร่วง
  • อาการคลื่นไส้และอาเจียน

โดยอาการทั่วไปเหล่านี้จะค่อนข้างคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล เช่นเดียวกับไข้หวัดใหญ่ปกติ ไข้หวัดสุกรอาจนำไปสู่ปัญหาที่รุนแรงมากขึ้น เช่น โรคปอดบวม การติดเชื้อปอดและปัญหาการหายใจอื่น ๆ และมันยังสามารถทำให้อาการความเจ็บป่วย เช่น โรคเบาหวาน หรือโรคหอบหืดเลวร้ายลง

อาจมีอาการบางประการที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากคุณมีข้อกังวลเกี่ยวกับอาการใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์ของคุณ

ควรไปพบหมอเมื่อใด

สำหรับเด็ก

  • มีอาการหายใจเร็วหรือหายใจลำบาก
  • ผิวบอบบาง
  • ดื่มน้ำไม่เพียงพอ
  • มีอาการไม่อยากตื่นขึ้นมาหรือไม่โต้ตอบต่อการกระทำใดๆ
  • มีอาการหงุดหงิดมากที่เด็กไม่สามารถอดทนได้
  • อาการที่คล้ายกับโรคไข้หวัดใหญ่ดีขึ้น แต่กลับมีอาการไข้และไอรุนแรงขึ้น
  • มีอาการไข้ออกผื่น

สำหรับผู้ใหญ่

  • มีอาการหายใจเร็วหรือหายใจลำบาก
  • มีอาการปวดหรือแน่นที่บริเวณหน้าอกหรือช่องท้อง
  • อาการเวียนหัวฉับพลัน
  • อาการสับสน
  • อาเจียนรุนแรงหรือบ่อยมาก
  • อาการที่คล้ายกับโรคไข้หวัดใหญ่ดีขึ้น แต่กลับมีอาการไข้และไอรุนแรงขึ้น

ปัจจัยเสี่ยง

มีปัจจัยเสี่ยงหลายประการสำหรับโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ (H1N1)

  • ผู้ใหญ่อายุเกิน 65 ปี
  • เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี
  • คนหนุ่มอายุต่ำกว่า19 ปีที่ได้รับยาแอสไพรินระยะเวลายาว
  • คนที่มีระบบภูมิคุ้มกันที่เสี่ยงอันตราย (เนื่องจากโรคเ ช่น โรคเอดส์)
  • สตรีมีครรภ์
  • ผู้ที่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคหอบหืด โรคหัวใจ โรคเบาหวาน หรือโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย (neuromuscular disease)
  • คนในบ้านพักคนชราหรือสถานบริการการดูแลระยะยาวอื่นๆ

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

การวินิจฉัยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ (H1N1)

แพทย์ของคุณสามารถวินิจฉัยโดยการสุ่มเก็บตัวอย่างของเหลวจากร่างกายของคุณ เพื่อที่จะเอาตัวอย่าง แพทย์หรือพยาบาลอาจต้องเก็บตัวอย่างจากจมูกหรือคอของคุณ การเก็บตัวอย่างจะได้รับการวิเคราะห์โดยใช้เทคนิคทางพันธุกรรมและห้องปฏิบัติการต่างๆ เพื่อระบุชนิดของไวรัสที่เฉพาะเจาะจง

กรณีไข้หวัดหมูส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องใช้ยาเพื่อรักษา คุณไม่จำเป็นต้องไปหาหมอ นอกเสียจากคุณมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนทางการแพทย์จากไข้หวัดใหญ่ คุณควรให้ความสำคัญกับการบรรเทาอาการของคุณและป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ H1N1 ต่อคนอื่น ๆ

แนะนำให้ใช้ยาต้านไวรัสสองชนิดเพื่อรักษาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ : ยาโอเซลทามิเวียร์ (ทามิฟลู) และ ซานะมิเวียร์ (รีเรนซา) เหตุผลก็คือไวรัสไข้หวัดใหญ่สามารถพัฒนาความต้านทานต่อยาเหล่านี้ โดยพวกเขามักจะเก็บไว้สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงสำหรับภาวะแทรกซ้อนจากไข้หวัดใหญ่ คนทั่วไปที่มีสุขภาพดีและได้รับเชื้อไข้หวัดหมูก็สามารถต่อสู้กับเชื้อได้ด้วยตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนแปลงกิจวัตรประจำวันและการรักษาที่บ้าน

  • พักผ่อนให้มากๆ : สิ่งนี้จะช่วยเสริมให้ระบบภูมิคุ้มกันของคุณสามารถต่อสู้กับเชื้อโรคได้
  • ดื่มน้ำและของเหลวอื่น ๆ เพื่อป้องกันการขาดน้ำ น้ำซุปและน้ำผลไม้จะช่วยเติมเต็มสารอาหารที่หายไป
  • ใช้ยาแก้ปวดที่ไม่ต้องสั่งโดยแพทย์เพื่อหาอาการต่างๆ เช่น อาการปวดศีรษะและเจ็บคอ
  • ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลทำความสะอาดมือ
  • ไม่ได้สัมผัสจมูกปากหรือตา (ไวรัสสามารถอยู่รอดได้บนพื้นผิว เช่น โทรศัพท์ และแท็บเล็ต)
  • อยู่บ้านจากที่ทำงานหรือโรงเรียน หากคุณป่วย
  • หลีกเลี่ยงการชุมนุมใหญ่ เมื่อไข้หวัดสุกรระบาด

หากคุณมีคำถามใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อทำความเข้าใจและหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

H1N1 Flu Virus (Swine Flu). http://www.webmd.com/cold-and-flu/flu-guide/h1n1-flu-virus-swine-flu. Accessed October 19, 2016.

2009 H1N1 Flu (“Swine Flu”) and You. http://www.cdc.gov/h1n1flu/qa.htm. Accessed October 19, 2016.

Swine Flu (H1N1). http://www.healthline.com/health/swine-flu#Overview1. Accessed October 19, 2016.

รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย วรภพ ไกยเดช
แก้ไขล่าสุด 12/05/2020
x