home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

มะเร็งปากมดลูก (Cervical Cancer)

มะเร็งปากมดลูก (Cervical Cancer)
โรคมะเร็งปากมดลูกคืออะไร|อาการของโรคมะเร็งปากมดลูกมีอะไรบ้าง|ควรพบหมอเมื่อใด|รู้สาเหตุ|รู้ถึงปัจจัยเสี่ยง|เข้าใจการวินิจฉัยและการรักษา|การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและการรักษาตัวที่บ้าน

โรคมะเร็งปากมดลูกคืออะไร

เหมือนเช่นโรคมะเร็งส่วนใหญ่ โรคมะเร็งปากมดลูกเกิดขึ้นเมื่อเซลล์ในปากมดลูก ส่วนล่างของมดลูกนั้นเติบโตขึ้นเกินการควบคุม เซลล์ใหม่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนเกิดเป็นเนื้องอกขึ้นในมดลูก

โรคมะเร็งปากมดลูกเป็นหนึ่งในมะเร็งที่เป็นกันมากที่สุดในผู้หญิงทั่วโลก อย่างไรก็ตาม การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นประจำจะช่วยหาความเสี่ยงของโรคมะเร็งปากมดลูกได้อย่างรวดเร็ว โรคมะเร็งปากมดลูกมักจะรักษาได้หากพบในระยะเริ่มต้น มากไปกว่านั้น ก็มีวิธีที่จะควบคุมความเสี่ยงของโรคมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเป็นสาเหตุที่กรณีการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกนั้นกำลังลดลง

โรคมะเร็งปากมดลูกนั้นพบได้บ่อยแค่ไหน

โรคมะเร็งปากมดลูกนี้พบได้ง่ายมาก โรคมะเร็งปากมดลูกเป็นหนึ่งในมะเร็งที่เป็นกันมากที่สุดในผู้หญิงทั่วโลก มันสามารถเกิดขึ้นได้กับผู้ป่วยทุกวัย แต่โรคนี้สามารถจัดการได้โดยการลดปัจจัยเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการของโรคมะเร็งปากมดลูกมีอะไรบ้าง

ในระยะต้นๆนั้น ผู้หญิงที่เป็นโรคมะเร็งปากมดลูกระยะแรกและระยะศูนย์นั้นจะไม่พบกับอาการใดๆ โรคมะเร็งปากมดลูกจะไม่แสดงอาการออกมาจนกว่าเนื้องอกจะก่อตัวขึ้นมา และเมื่อถึงเวลานั้น มันอาจจะดันอวัยวะใกล้เคียงและบุกรุกเซลล์ที่แข็งแรง อาการต่างๆของโรคมะเร็งปากมดลูกได้แก่

  • มีเลือดออกจากอวัยวะเพศแบบผิดปกติ เช่นมีเลือดออกในระหว่างการมีประจำเดือน เป็นประจำเดือนนานกว่าเดิม เลือดออกหลังหรือระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ หรือหลังวัยหมดประจำเดือน เลือดไหลหลังการถ่ายอุจจาระ หรือหลังการทดสอบเชิงกราน
  • มีอาการเจ็บปวดที่ท้องน้อยหรือเชิงกราน
  • มีอาการเจ็บปวดระหว่างการมีเพศสัมพันธ์
  • มีของเหลวหลั่งจากอวัยวะเพศที่ไม่ปกติ เช่นอาจมีเลือดปนออกมาด้วย

ยังมีอาการอื่นๆด้วย เช่นการติดเชื้อ ที่ทำให้เกิดอาการเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าสาเหตุคืออะไร คุณก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจสอบอาการเหล่านั้น การมองข้ามอาการเหล่านี้อาจทำให้อาการยิ่งแย่ลงไปอีก และอาจพลาดโอกาสในการรักษาแบบมีประสิทธิภาพ

จะให้ดีกว่านั้น อย่ารอจนอาการจะปรากฏขึ้น ทางที่ดีที่สุดที่จะให้แน่ใจว่าอวัยวะเพศของคุณนั้นปกติดีก็คือการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและการทดสอบเชิงกรานเป็นประจำ

อาจมีอาการหรือสัญญาณของโรคอื่นๆที่ไม่ได้ระบุเอาไว้นี้ หากมีความกังวลเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรพบหมอเมื่อใด

หากคุณมีอาการหรือสัญญาณใดๆที่กล่าวมาข้างต้นนี้ หรือมีคำถามใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละคนจะมีอาการไม่เหมือนกัน ทางที่ดีที่สุดนั้นคือการปรึกษากับแพทย์เพื่อหาหนทางที่ดีที่สุดสำหรับสถานการณ์ของคุณ

รู้สาเหตุ

กรณีของโรคมะเร็งปากมดลูกเกือบทั้งหมดนั้นเกิดมาจากไวรัสเอชพีวี ไวรัสนี้มักจะส่งผ่านในระหว่างบุคคลโดยการมีเพศสัมพันธ์

โรคมะเร็งปากมดลูก มีมากกว่า 100 ชนิด แต่โดยมากนั้นจะไม่เป็นอันตราย แท้จริงแล้ว ผู้ใหญ่ส่วนมากจะมีไวรัสเอชพีวีในช่วงหนึ่งของชีวิต ไวรัสเอชพีวีบางชนิดสามารถไม่ทำให้มีอาการใดๆเลย บางชนิดอาจทำให้เกิดหูดขึ้นที่อวัยวะเพศ และบางชนิดอาจนำไปสู่โรคมะเร็งปากมดลูก ไวรัสเอชพีวี 2 สายพันธุ์ (เอชพีวี 16 และ 18) รู้จักกันดีว่าเป็นสาเหตุกว่า 70% ของกรณีการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกทั้งหมด การติดเชื้อไวรัสเอชพีวีประเภทเหล่านี้ไม่ทำให้เกิดอาการใดๆ ดังนั้นผู้หญิงหลายคนจะไม่ทราบว่าตนได้ติดเชื้อ

เอชพีวี สามารถตรวจพบได้อย่างง่ายดายโดยการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมการตัดคัดกรองมะเร็งปากมดลูกนั้นสำคัญมากสำหรับการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกนั้นสามารถหาความแตกต่างของเซลล์ปากมดลูกก่อนที่พวกมันจะกลายเป็นมะเร็ง หากคุณรักษาการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เหล่านี้ คุณอาจป้องกันการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกได้

รู้ถึงปัจจัยเสี่ยง

ในขณะที่หลายคนติดไวรัสเอชพีวี ยังมีสิ่งที่สามารถเพิ่มความเสี่ยงการเป็นมะเร็งปากมดลูก ซึ่งได้แก่

  • การติดเชื้อเอชพีวี การมีเพศสัมพันธ์กับคนหลายคนเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชพีวี 16 และ 18
  • การสูบบุหรี่ บุหรี่มีสารเคมีหลายชนิดที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ผุ้หญิงที่สูบบุหรี่มีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปากมดลูกเป็นสองเท่าของคนที่ไม่สูบ
  • ยากดภูมิต้านทาน ตัวยาหรือโรคที่ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันเช่น โรคเอดส์ ไวรัสที่ทำให้เป็นโรคเอดส์ สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสเอชพีวีและนำไปสู่การเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก
  • การติดเชื้อคลามีเดีย การศึกษาบางงานพบความเสี่ยงของโรคมะเร็งปากมดลูกสูงขึ้นในผู้หญิงที่มีผลการตรวจเลือดพบว่ามีประวัติหรือมีการติดเชื้อคลามีเดีย
  • การรับประทานผักและผลไม้น้อย ผู้หญิงที่ไม่รับประทานผักและผลไม้ให้เพียงพออาจมีความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก
  • น้ำหนักเกิน ผู้หญิงที่น้ำหนักเกินนั้นมีแนวโน้มที่จะเกิดมะเร็งคาร์ซิโนมาที่ปากมดลูก
  • การใช้ยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน มีหลักฐานระบุว่าการรับประทานยาคุมกำเนิดเป็นเวลานานจะเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งปากมดลูก
  • การใช้ห่วงคุมกำเนิด การศึกษาไม่นานมานี้พบว่าผู้หญิงที่เคยได้ใช้ห่วงคุมกำเนิด (อุปกรณ์ที่ใช้สอดเข้าไปในมดลูกเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์) มีความเสี่ยงน้อยกว่าในการเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก
  • ผ่านการตั้งครรภ์หลายครั้ง ผู้หญิงที่ผ่านการตั้งครรภ์ 3 ครั้งหรือมากกว่านั้นมีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปากมดลูกมากขึ้น
  • อายุต่ำกว่า 17 ปีเมื่อตั้งครรภ์ครั้งแรก ผู้หญิงที่อายุต่ำกว่า 17 ปีเมื่อครั้งที่ตั้งครรภ์ครั้งแรกมีความเสี่ยงมากขึ้นประมาณ 2 เท่าที่จะเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกในภายหลัง
  • ความยากจน ความยกจนนั้นจะกีดกันไม่ให้ผู้หญิงได้รับการบริการด้านสุขภาพอย่างเหมาะสมรวมถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วย
  • ยาไดเอ็ททิลสติลเบสตรอล ยาไดเอ็ททิลสติลเบสตรอลเป็นยาฮอร์โมนที่จัดให้สำหรับผู้หญิงบางคนเพื่อป้องกันการแท้งบุตร คุณแม่ที่ใช้ยานี้ในระหว่างการตั้งครรภ์มันจะมีความเสี่ยงของโรคมะเร็งปากมดลูกสูงกว่า ลูกสาวที่เกิดจากผู้หญิงเหล่านี้ก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน
  • ในครอบครัวมีประวัติการเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก
  • โรคมะเร็งปากมดลูกอาจเกิดขึ้นกับคนในบางครอบครัว หากแม่หรือพี่สาวของคุณเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก โอกาสที่คุณจะเป็นโรคนี้มีสูงสองถึงสามเท่าของคนที่ไม่มีคนในครอบครัวเป็นโรคนี้

เข้าใจการวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ กรุณาปรึกษาแพทย์ของคุณเพื่อรับข้อมูลอยู่เสมอ

โรคมะเร็งปากมดลูกนั้นวินิจฉัยอย่างไร

โดยปกติแพทย์จะใช้การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในการวินิจฉัยโรคมะเร็งปากมดลูก แพทย์อาจทำการทดสอบอื่นๆเพื่อหามะเร็งระยะศูนย์หรือเซลล์มะเร็งที่ปากมดลูกของคุณ หากการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกแสดงว่ามีการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ที่ทำงานผิดปกติเช่นการตัดเนื้อเยื่อไปตรวจ

แพทย์อาจส่งคุณไปพบนรีแพทย์ (ตรวจสุขภาพระบบการสืบพันธ์ของผู้หญิง) หากผลการตรวจแสดงให้เห็นความผิดปกติหรือแพทย์สังเกตเห็นเนื้องอกภายในปากมดลูกของคุณหรือหากพบการตกเลือดผิดปกติ

สังเกตว่าการตกเลือดจากอวัยวะเพศนั้นไม่ได้หมายถึงโรคมะเร็งปากมดลูกเสมอไป คลามีเดียเป็นสาเหตุที่พบได้มากในเรื่องที่ผู้หญิงพบการตกเลือดผิดปกติ แพทย์อาจแนะนำให้คุณรับการตรวจหาคลามีเดียก่อนที่จะส่งตัวไป

การทดสอบอื่นๆอาจจำเป็นเพื่อยืนยันว่าคุณเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกได้แก่

  • การส่องตรวจช่องคลอด แพทย์ใช้กล้องไมโครสโคปขนาดเล็กโดยมีไฟติดที่ปลายกล้องในการตรวจปากมดลูกของคุณ
  • การตัดปากมดลูกออกเป็นรูปกรวย การผ่าตัดเล็กนี้กระทำโดยการใช้ยาชาร่วมด้วย ส่วนที่เป็นรูปทรงกรวยเล็ก ๆของปากมดลูกคุณจะถูกตัดออกเพื่อทำการทดสอบ หลังจากนั้นคุณอาจมีเลือดออกจากอวัยวะเพศอาจถึงสี่เดือนหลังจากการผ่าตรวจคุณอาจมีอาการปวดเหมือนเป็นประจำเดือน

หากแพทย์ของคุณแน่ใจว่าคุณเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก สิ่งต่อไปที่พวกเขาจะทำคือการตรวจระยะของมะเร็ง การทดสอบนี้ได้แก่

  • ตรวจมดลูก อวัยวะเพศ ช่องทวารหนัก และกระเพาะปัสสาวะเพื่อหามะเร็ง กระบวนการนี้ต้องทำโดยใช้ยาชาร่วมด้วย
  • ตรวจเลือดเพื่อตรวจอาการของอวัยวะรอบๆเช่น กระดูก เลือด และไต
  • การแสกนคอมพิวเตอร์ การแสกนเอ็มอาร์ไอ การเอกซเรย์ และเพทแสกน เรียกว่าเป็นการตรวจด้วยการสร้างภาพ การตรวจสร้างภาพถูกออกแบบมาเพื่อตรวจหาเนื้องอกมะเร็งและดูว่าเซลล์มะเร็งได้แพร่กระจายไปแล้วหรือไม่

โรคมะเร็งปากมดลูกนั้นรักษาได้อย่างไร

การรักษาโรคมะเร็งปากมดลูกนั้นซับซ้อน ดังนั้นโรงพยาบาลจะสร้างทีมผู้เชี่ยวชาญการรักษาทั้งในระยะเริ่มต้นและระยะปลายโดยเฉพาะ ถึงแม้ว่าการรักษาโรคมะเร็งปากมดลูกในระยะเริ่มต้นนั้นจะเป็นการดีที่สุด แต่ก็มักจะไม่ได้รับการตรวจพบเร็วนัก

โดยปกติแล้ว มีมากกว่าสามทางเลือกการรักษาโรคมะเร็งปากมดลูก การผ่าตัด การบำบัดฉายแสง และการทำเคมีบำบัด

การผ่าตัด

การรักษานี้จะทำการตัดเอาส่วนใดๆที่ติดเชื้อมะเร็งออก คุณและแพทย์ควรร่วมมือกันเพื่อให้รักษาได้ผลที่สุด

  • การผ่าตัดปากมดลูกออก ปากมดลูก เนื้อเยื่อโดยรอบและส่วนบนของอวัยวะเพศจะถูกตัดออก แต่ตัวมดลูกนั้นจะถูกเก็บไว้อย่างนั้น
  • การผ่าตัดมดลูก ปากมดลูกและมดลูกจะถูกตัดออก ขึ้นอยู่กับระยะของมะเร็ง อาจจะจำเป็นที่จะต้องนำรังไข่ และท่อนำไข่ออกด้วย คุณจะไม่สามารถมีลูกได้อีกหากคุณได้รับการตัดนี้
  • การผ่าตัดอวัยวะในอุ้งเชิงกรานแบบกว้าง เป็นการผ่าตัดใหญ่ที่ตัดเอาปากมดลูก ช่องคลอด มดลูก กระเพาะปัสสาวะ รังไข่ ท่อนำไข่ และช่องทวารหนักออก

การบำบัดฉายแสง

ในมะเร็งปากมดลูกระยะแรกๆ คุณอาจรับการรักษาโดยการบำบัดฉายแสงอย่างเดียวหรือผสมผสานกับการผ่าตัด หลังจากนั้น เมื่อมะเร็งพัฒนาไปแล้ว แพทย์อาจแนะนำให้ใช้การบำบัดฉายแสงควบคู่กับการทำเคมีบำบัดเพื่อลดการตกเลือดและความเจ็บปวดให้กับผุ้ป่วย

การทำเคมีบำบัด

อาจมีการทำเคมีบำบัดเพียงอย่างเดียว หรือควบคู่กับการบำบัดฉายแสงในการรักษาโรคมะเร็งปากมดลูก ในมะเร็งระยะท้ายๆนั้น วิธีนี้มักจะถูกนำมาใช้เพื่อป้องกันไม่ให้มะเร็งเติบโต คุณจะได้รับการนัดหมายเพื่อรับการทำเคมีบำบัดโดยการให้

ยาทางหลอดเลือดดำ

การทำเคมีบำบัดมีผลค้างเขียง คุณควรปรึกษาแพทย์เรื่องการรักษานี้ก่อน คุณอาจพบกับวัยหมดประจำเดือนเร็วกว่าปกติ ช่องคลอดแคบลง และอาการบวมน้ำเหลืองหลังการรักษา

การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและการรักษาตัวที่บ้าน

การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและการรักษาตัวที่บ้านต่อไปนี้อาจช่วยในการจัดการกับโรคมะเร็งปากมดลูก

  • พูดคุยกับครอบครัว เพื่อน หรือผู้ให้คำปรึกษาช่วยได้จริง และจะดีกว่าถ้าคุณจะสอบถามแพทย์เกี่ยวกับกลุ่มช่วยเหลือ
  • การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะหาความเปลี่ยนแปลงของเซลล์ปากมดลูก หรือเชื้อเอชพีวีในมดลูกของคุณ สำคัญมากที่จะติดตามผลกับแพทย์ของคุณหลังจากได้รับผลที่ผิดปกติของการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก เพื่อให้คุณได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
  • หากคุณอายุต่ำกว่า 26 ปี คุณสามารถรับวัคซีนป้องกันเอชพีวี ซึ่งจะช่วยป้องกันเชื้อเอชพีวี 2 ประเภท คือ เอชพีวี 16 และ เอชพีวี 18 เอชพีวี 2 ประเภทที่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูกได้
  • หลีกเลี่ยงการติดเชื้อเอชพีวี โดยการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย เช่นการสวมถุงยาง และจำกัดจำนวนคู่นอนของคุณ

ถ้าคุณมีคำถามใดๆ ให้ปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยหรือการรักษาแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Cervical cancer. http://www.cancer.org/cancer/cervicalcancer/. Accessed July 24, 2016.
Cervical cancer. http://www.webmd.com/cancer/cervical-cancer/cervical-cancer-topic-overview. Accessed July 24, 2016.
Cervical cancer. http://www.nhs.uk/Conditions/Cancer-of-the-cervix/Pages/Intro-duction.aspx. Accessed July 24, 2016.

รูปของผู้เขียน
เขียนโดย pimruethai
แก้ไขล่าสุด 4 สัปดาห์ก่อน
x