คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ตับอ่อนอักเสบ อาการ และผลกระทบต่อโรคเบาหวาน

ตับอ่อนอักเสบ อาการ และผลกระทบต่อโรคเบาหวาน

ตับอ่อนอักเสบ เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบของเซลล์ตับอ่อน ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น อาการปวดท้องส่วนบน ปวดรุนแรงเป็นเวลานาน มีไข้ หัวใจเต้นเร็ว น้ำหนักลด คลื่นไส้และอาเจียน โดยตับอ่อนอักเสบอาจเกี่ยวข้องกับโรคเบาหวาน เนื่องจากความผิดปกติของตับอ่อนอาจส่งผลกระทบต่อการผลิตและการหลั่งฮอร์โมนอินซูลินที่ใช้ในการเผาผลาญน้ำตาลในกระแสเลือด ซึ่งความผิดปกตินี้อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นและพัฒนาไปเป็นโรคเบาหวานได้

ตับอ่อนอักเสบ อาการ เป็นอย่างไร

อาการของโรคตับอ่อนอักเสบที่ควรสังเกต อาจแบ่งได้เป็น 2 ชนิด ดังนี้

อาการตับอ่อนอักเสบชนิดเฉียบพลัน

  • อาการปวดท้อง เกิดขึ้นบริเวณใต้ซี่โครง มักจะมีอาการปวดท้องเริ่มขึ้นอย่างช้า ๆ หรือเฉียบพลัน อาจเป็นเวลานานกว่า 2-3 ชั่วโมง หรืออาจอยู่ได้นานหลายวัน และอาการปวดจะรุนแรงขึ้นจนอาจลามไปถึงด้านหลังและช่องท้องส่วนบน จากนั้นอาการปวดท้องอาจรุนแรงขึ้น หรืออาการปวดเล็กน้อยที่กำเริบเมื่อรับประทานอาหารและอาการอาจค่อย ๆ แย่ลง อย่างไรก็ตาม ในบางครั้งผู้ป่วยอาจไม่มีอาการปวดท้องเกิดขึ้น ซึ่งอาการปวดท้องเหล่านี้อาจมีสาเหตุมาจากการอักเสบและระคายเคืองของตับอ่อนอย่างเฉียบพลันจนแสดงเป็นอาการปวดท้องออกมาก
Verifying...
  • มีไข้ เป็นอาการตามปกติเบื้องต้นของโรคตับอ่อนอักเสบ เนื่องจากร่างกายเกิดการอักเสบ ระบบภูมิคุ้มและฮอร์โมนอาจทำงานผิดปกติจึงส่งผลให้มีไข้ขึ้น
  • ท้องอืด คลื่นไส้ อาเจียน โรคตับอ่อนอักเสบที่เกิดจากความผิดปกติของน้ำย่อยที่เริ่มทำงานตั้งแต่ในตับอ่อนอาจส่งผลให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร เนื้อเยื่อเกิดการอักเสบและเกิดเป็นอาการท้องอืด คลื่นไส้และอาเจียน
  • หัวใจเต้นเร็ว เกิดจากหัวใจถูกกระตุ้นให้เกิดความผิดปกติของไฟฟ้าในหัวใจ ซึ่งในกรณีของตับอ่อนอักเสบมักทำให้ร่างกายขาดน้ำมากซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่อาจส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดและอาจกระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น
  • อาการตับอ่อนอักเสบชนิดเรื้อรัง

    • อาการปวดท้องส่วนบนและอาการปวดท้องแย่ลงหลังรับประทานอาหาร เนื่องจากความผิดปกติของน้ำย่อยที่อาจส่งผลให้ตับอ่อนอักเสบ และอาจส่งผลต่อการย่อยอาหาร เมื่ออาหารไม่ย่อยหรือย่อยน้อยลงอาจทำให้ผู้ป่วยมีแก๊สในกระเพาะมากขึ้นและเกิดเป็นอาการปวดท้อง ท้องอืด คลื่นไส้และอาเจียน
    • น้ำหนักลดลงและขาดสารอาหาร ตับอ่อนอักเสบที่เกิดขึ้นเรื้อรังจนส่งผลต่อระบบย่อยอาหารทำให้อาหารไม่ย่อย ส่งผลให้ร่างกายขาดสารอาหารเนื่องจากดูดซึมสารอาหารได้น้อยลง จึงทำให้ผู้ป่วยมีน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว
    • ท้องเสีย อุจจาระมีความมันและมีกลิ่นเหม็นมาก เกิดจากความผิดปกติของการดูดซึมสารอาหารในร่างกายทำให้อุจจาระมีไขมันในปริมาณมากขึ้น อุจจาระจึงมีความมันและมีกลิ่นเหม็นมาก

    ควรเข้าพบคุณหมอทันทีหากมีอาการปวดท้องรุนแรงอย่างเฉียบพลันและเกิดขึ้นเป็นเวลานาน จนไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นปกติ

    ตับอ่อนอักเสบ ส่งผลอย่างไรต่อโรคเบาหวาน

    ตับอ่อนมีหน้าที่ในการควบคุมการผลิตและการหลั่งฮอร์โมนอินซูลิน เพื่อใช้ในการเผาผลาญน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือดให้กลายเป็นพลังงาน ดังนั้น หากตับอ่อนเกิดความผิดปกติก็อาจส่งผลต่อการผลิตและการหลั่งอินซูลินอย่างเหมาะสมได้ ซึ่งโรคเบาหวานและตับอ่อนอักเสบอาจมีความเกี่ยวข้องกัน เนื่องจากตับอ่อนอักเสบเกิดขึ้นเมื่อเอนไซม์ในระบบย่อยอาหารเริ่มทำงานในขณะที่ยังอยู่ในตับอ่อน ส่งผลให้เซลล์ตับอ่อนเกิดความระคายเคืองจนก่อให้เกิดการอักเสบขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อความผิดปกติในการผลิตและการหลั่งฮอร์โมนอินซูลินให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย และเมื่อร่างกายมีฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอสำหรับการเผาผลาญน้ำตาลในเลือด จึงอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นและพัฒนาไปเป็นโรคเบาหวานได้

    แม้ว่าโรคเบาหวานจะไม่ก่อให้เกิดตับอ่อนอักเสบโดยตรง แต่ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ได้รับการรักษาโดยการรับประทายยาบางชนิด เช่น ซิตากลิปติน (Sitagliptin) เอซีนาไทด์ (Exenatide) วิลดากลิปติน (Vildagliptin) ลิรากลูไทด์ (Liraglutide) ก็อาจมีความเสี่ยงในการเกิดโรคตับอ่อนอักเสบได้ เนื่องจากยาเหล่านี้อาจออกฤทธิ์ระงับการหลั่งกลูคากอน (Glucagon) ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต และเพิ่มการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อน จึงอาจก่อให้เกิดความผิดปกติของระบบย่อยอาหารที่ทำให้เซลล์ตับอ่อนเกิดการอักเสบขึ้นในที่สุด

    วิธีดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันโรคเบาหวาน

    วิธีดูแลสุขภาพเพื่อป้องกัน อาการ ตับอ่อนอักเสบ ที่อาจก่อให้เกิดโรคเบาหวาน อาจทำได้ดังนี้

    • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปหรือมากกว่า 2 แก้ว/วัน อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคตับอ่อนอักเสบ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่อยู่ในช่วงฟื้นตัวจากการเจ็บป่วยควรงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้ตับอ่อนทำงานหนักและอาจก่อให้เกิดการอักเสบได้เช่นกัน
    • งดการสูบบุหรี่ เนื่องจากสารพิษในบุหรี่อาจทำลายเซลล์และเนื้อเยื่อภายในร่างกายที่อาจก่อให้เกิดการอักเสบได้ จึงควรงดการสูบบุหรี่
    • เลือกรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ เช่น เนื้อสัตว์ไม่ติดมันและหนัง อกไก่ และเลือกรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยเส้นใย โดยเน้นผักและผลไม้ ธัญพืช เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน และอาจช่วยลดการสะสมของไขมันในตับอ่อนที่อาจก่อให้เกิดการอักเสบได้
    • ดื่มน้ำมากขึ้น สำหรับผู้ที่เป็นโรคตับอ่อนอักเสบอาจทำให้ร่างกายขาดน้ำมาก จึงควรดื่มน้ำเพิ่มขึ้นเพื่อทดแทนน้ำที่สูญเสียไป โดยควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 2.5 ลิตร และอาจดื่มเพิ่มขึ้นอีก 200-300 มิลลิลิตร ทุก ๆ 30 นาที เพื่อให้ร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอตลอดทั้งวัน


    คุณกำลังเป็นเบาหวานอยู่ใช่หรือไม่?

    คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว เข้าร่วมชุมชนเบาหวานและแลกเปลี่ยนเรื่องราวและประสบการณ์ของคุณ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!


    health-tool-icon

    เครื่องคำนวณหา ค่าดัชนีมวลกาย (BMI)

    ใช้เครื่องมือนี้เพื่อช่วยคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ของคุณ และดูว่าคุณมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์สุขภาพดีหรือไม่ เครื่องมือนี้ยังสามารถใช้เพื่อคำนวณค่าดัชนีมวลกายของลูกคุณได้อีกด้วย

    เพศชาย

    เพศหญิง

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    แหล่งที่มา
    รูปของผู้เขียนbadge
    เขียนโดย ทัตพร อิสสรโชติ แก้ไขล่าสุด 5 วันก่อน
    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย