คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

รองเท้า เบาหวาน เลือกอย่างไรให้เหมาะสม

    รองเท้า เบาหวาน เลือกอย่างไรให้เหมาะสม

    รองเท้า เบาหวาน เป็นรองเท้าที่มักได้รับการผลิตมาให้เหมาะสมสำหรับเท้าผู้ป่วยเบาหวาน เพื่อดูแลและปกป้องสุขภาพเท้าจากระบบปลายประสาทอักเสบ และการตีบของหลอดเลือดที่เป็นผลจากภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูงของผู้ป่วยหวาน ซึ่งทำให้เท้าผู้ป่วยมีอาการชา เมื่อเป็นแผลมักไม่รู้ตัว อาจปล่อยไว้จนแผลติดเชื้อลุกลามและรักษาหายยาก โดยรองเท้าที่เหมาะสม อาจช่วยป้องกันผู้ป่วยเบาหวาน ควรเลือกขนาดให้เหมาะสมกับเท้า หัวไม่แหลม น้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดี

    health-tool-icon

    เครื่องคำนวณอัตราการเผาผลาญพลังงาน (BMR)

    ใช้เครื่องมือคำนวณปริมาณแคลอรี่ของเราเพื่อช่วยคำนวณปริมาณแคลอรี่ที่ที่ร่างกายของคุณต้องการในแต่ละวัน โดยพิจารณาจากส่วนสูง น้ำหนัก อายุ และระดับการทำกิจกรรม

    เพศชาย

    เพศหญิง

    รองเท้า สำคัญอย่างไรกับผู้ป่วยเบาหวาน

    ผู้ป่วยเบาหวานมีระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงกว่าปกติ ทำให้ผนังของหลอดเลือดฝอยที่คอยหล่อเลี้ยงเส้นประสาทต่าง ๆ ได้รับความเสียหายจนเกิดปัญหาระบบปลายประสาทอักเสบ ทำให้เท้ามีอาการชา เป็นแผลโดยไม่รู้ตัว และมักปล่อยแผลไว้โดยไม่ได้รักษา จนกระทั่งแผลติดเชื้อและลุกลาม รักษาหายยาก

    นอกจากนี้ ระดับน้ำตาลในเลือดสูงทำให้ไขมันสะสมในหลอดเลือดมากขึ้น และขัดขวางการส่งออกซิเจนและแร่ธาตุต่าง ๆ ผ่านหลอดเลือดเพื่อไปรักษาบาดแผลบริเวณเท้า ทำให้บาดแผลของผู้ป่วยเบาหวานหายช้ากว่าคนทั่วไป

    ผู้ป่วยเบาหวานส่วนใหญ่จึงมักสวมรองเท้าหรือถุงเท้าตลอดเวลาเพื่อป้องกันเท้าเป็นแผลหรือเกิดรอยขีดข่วน รวมทั้งลดความเสี่ยงในการติดเชื้อของเซลล์หรือเนื้อเยื่อระดับรุนแรงซึ่งอาจนำไปสู่อาการเนื้อตายเน่า เกิดปัญหาร้ายแรงต่อสุขภาพตามมาได้

    รองเท้า เบาหวาน ควรเลือกอย่างไรให้เหมาะสม

    วิธีเลือกรองเท้าสำหรับผู้ป่วยเบาหวานให้เหมาะสม มีดังนี้

    1. ควรเลือกสวมรองเท้าที่หัวไม่แหลมเกินไป เพื่อให้นิ้วเท้าสามารถเคลื่อนไหวได้ ไม่เบียดกันหรือเสียดสีจนอาจเกิดแผลพุพอง
    2. ควรเลือกสวมรองเท้าที่มีน้ำหนักเบา และระบายอากาศได้ดี เพื่อลดการอับชื้นและป้องกันความเสี่ยงติดเชื้อราบริเวณเท้า ส้นของรองเท้าควรได้รับการออกแบบเพื่อช่วยรองรับแรงกดหรือแรงกระแทกได้ดี
    3. ควรหลีกเลี่ยงการสวมรองเท้าส้นสูง เนื่องจากจะยิ่งเพิ่มแรงกดไปยังฝ่าเท้าส่วนบน ทำให้เท้าเจ็บหรือเป็นแผลรองเท้ากัด ทั้งนี้ ผู้ป่วยเบาหวานที่มีอาการเท้าชา อาจไม่ทราบว่าตนเองกำลังเท้าเจ็บขณะใส่ส้นสูง
    4. ควรหลีกเลี่ยงการสวมรองเท้าแตะ รองเท้าสาน หรือรองเท้าที่เผยให้เห็นส่วนของนิ้วเท้าเพราะอาจป้องกันนิ้วเท้าจากการบาดเจ็บได้ไม่ดีนักนอกจากนั้น อาจเสี่ยงให้มีกรวดหรือหินก้อนเล็ก ๆ เข้ามาในรองเท้า ทำให้บาดหรือเสียดสีจนเท้าเป็นแผลได้
    5. ควรเลือกรองเท้าที่พื้นผิวด้านในเรียบนุ่ม มีความยืดหยุ่น และมีความหนาพอสมควร ส่วนด้านนอกรองเท้าควรแข็งแรงไม่หักงอหรือเสียรูปง่ายเกินไป นอกจากนี้ ควรเลือกสวมรองเท้าที่สามารถปรับขนาดได้แบบเชือกผูก หรือแถบกาว เนื่องจากช่วยกระชับเท้าและช่วยประคับประคองเท้าขณะเคลื่อนไหวได้ดีกว่า อีกทั้ง ขนาดเท้าผู้ป่วยเบาหวานที่อาจบวมขยายใหญ่ขึ้น
    6. ควรหลีกเลี่ยงการสวมรองเท้าที่แน่นเกินไป หรือทำให้เท้าเป็นรอยแดง ที่สำคัญ ควรเลือกรองเท้าที่ใส่แล้วรู้สึกสบาย ไม่อึดอัด เดินสะดวก
    7. ควรเลือกซื้อรองเท้าในช่วงเย็นเพราะเป็นช่วงเวลาที่เท้ามักขยายใหญ่สุด หากลองรองเท้าแล้วรู้สึกสวมใส่สบาย อาจตัดสินใจเลือกซื้อได้
    8. ผู้ป่วยเบาหวานบางรายที่มีเท้าหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของเท้าผิดรูป ควรปรึกษาคุณหมอหรือเลือกซื้อรองเท้าที่ได้รับการออกแบบโดยเฉพาะเท้าของผู้ป่วยเพื่อดูแลรักษาสุขภาพเท้าได้ดีกว่า

    คำแนะนำในการสวม รองเท้า สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน

    ผู้ป่วยเบาหวานควรสวมรองเท้า ตามคำแนะนำต่อไปนี้

    • ควรสวมถุงเท้าร่วมกับรองเท้า เพื่อป้องการเสียดสีระหว่างผิวหนังกับรองเท้า เพราะอาจทำให้เป็นแผลหรือติดเชื้อได้
    • ควรเปลี่ยนรองเท้าเมื่อส้นรองเท้าสึก หรือประสิทธิภาพในการรับน้ำหนักหรือประคับประคองร่างกายลดลงโดยดูจากสภาพและลักษณะของส้นหรือแผ่นรองรองเท้าด้านในที่อาจยุบตัวลง
    • ควรมีรองเท้าสำหรับใส่ประจำ 2 คู่ สลับกันใช้เพื่อการใช้งานที่ยาวนาน และสำรองไว้หากคู่ใดคู่หนึ่งสึกกร่อน

    การดูแลเท้า สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน

    นอกจากการเลือกรองเท้าที่เหมาะสม ผู้ป่วยเบาหวานควรดูแลรักษาสุขภาพเท้าด้วยวิธีต่อไปนี้

    • หมั่นสังเกตเท้าอยู่เสมอว่ามีบาดแผล รอยขีดข่วน หรือแผลพุพองหรือไม่ หากเกิดแผลจะได้รักษาได้อย่างทันท่วงที
    • รักษาความสะอาดของเท้าอยู่เสมอ ด้วยการล้างทำความสะอาด เช็ดให้แห้ง และทาครีมบำรุงป้องกันผิวแห้งแตก
    • ตัดเล็บเท้าให้สั้นอยู่เสมอ และตะไบให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันอุบัติเหตุเล็บฉีกหากปล่อยให้เล็บยาวจนเกินไป
    • เวลานั่งควรยกขาขึ้น หรือออกกำลังกายเท้าด้วยการสะบัดเท้าไปด้วย เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบริเวณฝ่าเท้า
    • ตรวจสุขภาพเท้ากับคุณหมอสม่ำเสมอ


    คุณกำลังเป็นเบาหวานอยู่ใช่หรือไม่?

    คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว เข้าร่วมชุมชนเบาหวานและแลกเปลี่ยนเรื่องราวและประสบการณ์ของคุณ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!


    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    แหล่งที่มา

    Shoes and Diabetes: What’s on Your Feet Matters. https://www.webmd.com/diabetes/shoes-and-diabetes. Accessed June 28, 2022

    Diabetes and Foot Problems. https://www.niddk.nih.gov/health-information/diabetes/overview/preventing-problems/foot-problems. Accessed June 28, 2022

    Diabetic Foot Problems. https://www.webmd.com/diabetes/foot-problems. Accessed June 28, 2022

    Diabetic Foot. https://medlineplus.gov/diabeticfoot.html. Accessed June 28, 2022

    Diabetes and Your Feet. https://www.cdc.gov/diabetes/library/features/healthy-feet.html. Accessed June 28, 2022

    รูปของผู้เขียนbadge
    เขียนโดย ธนชาติ จึงแย้มปิ่น แก้ไขล่าสุด 04/07/2022
    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย Duangkamon Junnet