home

คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ระดับน้ำตาลในเลือด และการวัดระดับน้ำตาลในเลือด

ระดับน้ำตาลในเลือด และการวัดระดับน้ำตาลในเลือด

ระดับน้ำตาลในเลือด คือ ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดซึ่งมาจากอาหารที่รับประทาน และเป็นแหล่งพลังงานหลักไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย หากมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป อาจเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน และส่งผลให้มีภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไต ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ควรหมั่นวัดระดับน้ำตาลในเลือดสม่ำเสมอ เพื่อประเมินการรักษา การดูแลตนเอง และป้องกันความเสี่ยงในการมีโรคแทรกซ้อน

ระดับน้ำตาลในเลือด คืออะไร

กลูโคสเป็นน้ำตาลที่ไหลเวียนอยู่ในเลือด ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลักของร่างกาย หากร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไปจะเป็นสัญญาณของโรคเบาหวาน เนื่องจากเกิดความผิดปกติของร่างกายที่ไม่สามารถเปลี่ยนกลูโคสให้เป็นพลังงานได้ จึงทำให้กลูโคสยังคงสะสมอยู่ในเลือดและเพิ่มขึ้น จนพัฒนากลายเป็นโรคเบาหวาน

ระดับน้ำตาลในเลือดปกติควรอยู่ระหว่าง 60-100 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ก่อนมื้ออาหาร และเพิ่มขึ้นเป็น 140 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หลังจากมื้ออาหาร หากน้อยกว่าจะเรียกว่า ภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ หรือหากมากกว่าเรียกว่า ภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งทั้งสองภาวะนี้มักเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ดังนี้

  • ภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูง มักส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์และอื่น ๆ ซึ่งภาวะนี้อาจส่งผลทำให้เกิดปัญหาสุขภาพและภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น ภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง เพราะร่างกายพยามยามกำจัดน้ำตาลส่วนเกินทำให้ร่างกายอาจสูญเสียน้ำจำนวนมาก และภาวะร่างกายสลายไขมันเป็นแหล่งพลังงาน ซึ่งอาจนำไปสู่อาการโคม่าจากเบาหวานได้
  • ภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ มักส่งผลกระทบกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ต้องรักษาด้วยอินซูลิน อาจเป็นอันตรายได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วและอาจทำให้มีอาการ วิงเวียนศีรษะ หัวใจเต้นแรง ผิวซีด ร่างกายอ่อนแอ และมองเห็นภาพซ้อน

การวัดระดับน้ำตาลในเลือด

การวัดระดับน้ำตาลในเลือด อาจมีประโยชน์ในการจัดการกับโรคเบาหวาน ทำให้ผู้ป่วยเข้าใจปัจจัยต่าง ๆ ที่อาจส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด เช่น ความเจ็บป่วย ความเครียด อาหารที่รับประทาน การออกกำลังกาย หรือการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ทั้งยังช่วยให้คุณหมอสามารถติดตามผลของยารักษาโรคเบาหวานที่อาจส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด รวมถึงความคืบหน้าในการรักษาโรคเบาบวาน โดยวิธีการวัดระดับน้ำตาลในเลือด อาจทำได้ดังนี้

  • Glycated hemoglobin (A1C) เป็นการวัดระดับน้ำตาลในเลือดแบบไม่ต้องอดอาหาร อาจระบุน้ำตาลในเลือดเป็นเปอร์เซ็นต์โดยเฉลี่ยในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา หากระดับน้ำตาลในเลือดสูง นั่นอาจหมายความว่า ฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นโปรตีนที่เป็นตัวพาออกซิเจนในเซลล์เม็ดเลือดแดง มีน้ำตาลเกาะอยู่มาก ค่า A1C อาจแบ่งออกได้ดังนี้
    • ค่า A1C ต่ำกว่า 5.7% ถือว่าระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ
    • ค่า A1C ระหว่าง 5.7%-6.4% อาจอยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดโรคเบาหวาน
    • ค่า A1C 6.5% ขึ้นไป แสดงว่าเป็นโรคเบาหวาน

สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์การวัดระดับน้ำตาลในเลือดด้วยวิธี A1C อาจทำให้ผลคลาดเคลื่อนได้ ดังนั้น คุณหมออาจใช้วิธีการวัดระดับน้ำตาลในเลือดอื่น ๆ แทน

  • การทดสอบน้ำตาลในเลือดแบบสุ่ม เป็นการตรวจเลือดในช่วงเวลาใดก็ได้ โดยที่ไม่ต้องอดอาหาร หากระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ระหว่าง 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หรือมากกว่า นั่นแสดงว่าเป็นโรคเบาหวาน
  • Oral Glucose Tolerance Test (OGTT) เป็นการวัดระดับน้ำตาลในเลือดหลังจากที่อดอาหารข้ามคืน จากนั้นคุณหมอจะให้ดื่มสารละลายกลูโคส แล้วรอเวลาอีก 2 ชั่วโมง จึงวัดระดับน้ำตาลในเลือดอีกครั้ง
    • ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่า 140 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ถือว่าปกติ
    • ระดับน้ำตาลในเลือดระหว่าง 140-199 มิลลิกรัม/เดซิลิตร อาจอยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดโรคเบาหวาน
    • ระดับน้ำตาลในเลือดมากกว่า 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร แสดงว่าเป็นโรคเบาหวาน
  • Fasting Plasma Glucose (FPG) เป็นการวัดระดับน้ำตาลในเลือดที่ต้องอดอาหาร โดยต้องไม่รับประทานอาหารเป็นเวลาอย่างน้อย 8 ชั่วโมง ก่อนการวัดระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งการวัดระดับน้ำตาลในเลือดด้วยวิธีนี้อาจจะทำในตอนเช้า ก่อนรับประทานอาหารเช้า สำหรับค่าของการวัดระดับน้ำตาลในเลือดอาจแบ่งได้ดังนี้
    • ระดับน้ำตาลในเลือดขณะที่อดอาหารน้อยกว่า 100 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ถือว่าปกติ
    • ระดับน้ำตาลในเลือดขณะที่อดอาหารตั้งแต่ 100-125 มิลลิกรัม/เดซิลิตร อาจอยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดโรคเบาหวาน
    • ระดับน้ำตาลในเลือดขณะที่อดอาหาร 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หรือมากกว่า แสดงว่าเป็นโรคเบาหวาน

หากคุณหมอสงสัยว่าผู้ป่วยอาจเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 คุณหมออาจตรวจเลือดเพื่อดูว่าผู้ป่วยมีเซลล์ระบบภูมิคุ้มกันที่เกี่ยวข้องกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 หรือที่เรียกว่า ออโตแอนติบอดี (Autoantibodies) หรือไม่ แต่เซลล์นี้อาจตรวจไม่พบในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 นอกจากนั้น คุณหมออาจให้ผู้ป่วยตรวจปัสสาวะเพื่อหาคีโตน ซึ่งผลิตขึ้นเมื่อร่างกายเผาผลาญพลังงาน ซึ่งนี่อาจเป็นตัวบ่งชี้ว่าผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 แทนที่จะเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2

การวัดระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตัวเอง

การวัดระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตัวเอง อาจทำได้โดยการใช้เครื่องวัดระดับน้ำตาลในเลือดแบบเจาะเลือดที่ปลายนิ้ว ซึ่งคุณหมออาจช่วยแนะนำเครื่องตรวจระดับน้ำตาลที่เหมาะสม รวมถึงวิธีการอ่านค่าที่ถูกต้องได้ด้วย สำหรับขั้นตอนในการวัดระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตัวเอง อาจทำได้ดังนี้

  • ล้างมือให้สะอาดและเช็ดให้แห้ง
  • ใส่แถบทดสอบลงไปในเครื่องตรวจเลือด
  • ใช้เข็มที่มาพร้อมกับเครื่องตรวจเจาะลงไปปลายนิ้วด้านข้าง แล้วหยดเลือดลงไปที่แถบทดสอบ
  • รอสักครู่ แล้วอ่านผลการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดที่ปรากฏบนหน้าจอ

การวัดระดับน้ำตาลในเลือดขณะตั้งครรภ์

หากคุณแม่ตั้งครรภ์มีปัจจัยเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ เช่น คุณแม่เป็นโรคอ้วนในช่วงเริ่มต้นของการตั้งครรภ์ มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน คุณหมออาจให้ทำการวัดระดับน้ำตาลในเลือดตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ หรืออาจมีการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ในช่วงระหว่างสัปดาห์ที่ 24 ถึงสัปดาห์ที่ 28 ของการตั้งครรภ์ หากระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกตินั่นอาจเป็นตัวบ่งชี้ว่าคุณแม่อาจเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 หรือเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มากกว่าที่จะเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ สำหรับวิธีการวัดระดับน้ำตาลในเลือดขณะตั้งครรภ์ อาจทำได้ดังนี้

  • การตรวจคัดกรองกลูโคส เป็นการวัดระดับน้ำตาลในเลือดโดยคุณหมอจะให้คุณแม่ดื่มสารละลายกลูโคส หลังจาก 1 ชั่วโมง คุณหมอจะทำการเจาะเลือด เพื่อตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด หากระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ที่ 140 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หรือต่ำกว่า นั่นแสดงว่าปกติ แต่หากระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่า 140 มิลลิกรัม/เดซิลิตร แสดงว่าคุณแม่อาจอยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดโรคเบาหวาน ดังนั้น คุณหมออาจมีการทดสอบความทนทานต่อน้ำตาล (Glucose Tolerance Test) รวมถึงติดตามอาการ เพื่อดูว่าคุณแม่มีโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์หรือไม่
  • การทดสอบความทนทานต่อน้ำตาล (Glucose Tolerance Test) เป็นการวัดระดับน้ำตาลในเลือดขณะที่อดอาหารข้ามคืน หลังจากนั้น คุณหมอจะให้ดื่มสารละลายกลูโคส และวัดระดับน้ำตาลในเลือดหลังจากผ่านไป 1-3 ชั่วโมง ทั้งนี้ ผลลัพธ์จะต่างกันไปขึ้นอยู่กับสารละลายกลูโคสที่ดื่มเข้าไป และความถี่ในการวัดระดับน้ำตาลในเลือด ดังนั้น คุณแม่จึงควรถามผลการทดสอบจากคุณหมอ เพื่อให้ได้คำตอบที่ชัดเจน

เพื่อให้ได้ระดับน้ำตาลในเลือดที่ตรงกับค่าที่เหมาะสม ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรควบคุมปริมาณน้ำตาลและแป้งให้พอดีกับมื้ออาหาร นอกจากนี้ ควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำเพื่อติดตามผลการรักษา ติดตามความสมดุลของเลือดเพื่อวางแผนการรับประทานอาหารและการออกกำลังกาย สำหรับเวลาที่ผู้ป่วยควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือด คือ

  • ตอนตื่นนอนก่อนรับประทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มทุกชนิด
  • ก่อนรับประทานอาหาร
  • 2 ชั่วโมงหลังจากรับประทานอาหาร
  • ก่อนนอน

สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ต้องรักษาด้วยอินซูลินหรือมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ คุณหมออาจแนะนำให้ผู้ป่วยวัดระดับน้ำตาลในเลือดบ่อยขึ้น เช่น ก่อนและหลังการทำกิจกรรม หรือการใช้ร่างกาย

health-tool-icon

เครื่องคำนวณหา ค่าดัชนีมวลกาย (BMI)

ใช้เครื่องมือนี้เพื่อช่วยคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ของคุณ และดูว่าคุณมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์สุขภาพดีหรือไม่ เครื่องมือนี้ยังสามารถใช้เพื่อคำนวณค่าดัชนีมวลกายของลูกคุณได้อีกด้วย

เพศชาย

เพศหญิง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Low blood sugar (hypoglycaemia). https://www.nhs.uk/conditions/low-blood-sugar-hypoglycaemia/. Accessed September 30, 2021.

Blood sugar testing: Why, when and how. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/diabetes/in-depth/blood-sugar/art-20046628. Accessed September 30, 2021.

Manage Blood Sugar. https://www.cdc.gov/diabetes/managing/manage-blood-sugar.html. Accessed September 30, 2021.

Blood Sugar Level Ranges. https://www.diabetes.co.uk/diabetes_care/blood-sugar-level-ranges.html. Accessed September 30, 2021.

Blood Sugar. https://medlineplus.gov/bloodsugar.html. Accessed September 30, 2021.

High Blood Sugar, Diabetes, and Your Body. https://www.webmd.com/diabetes/how-sugar-affects-diabetes. Accessed September 30, 2021.

Diabetes. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/diabetes/diagnosis-treatment/drc-20371451. Accessed October 14, 2021.

Diabetes Tests. https://www.cdc.gov/diabetes/basics/getting-tested.html. Accessed October 14, 2021.

Understanding A1C. https://www.diabetes.org/a1c/diagnosis. Accessed October 14, 2021.

High Blood Sugar, Diabetes, and Your Body. https://www.webmd.com/diabetes/how-sugar-affects-diabetes. Accessed October 14, 2021.

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ทัตพร อิสสรโชติ แก้ไขล่าสุด 15/10/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย พลอย วงษ์วิไล