คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ฮอร์โมน อินซูลิน คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร

    ฮอร์โมน อินซูลิน คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร

    ฮอร์โมน อินซูลิน เป็นฮอร์โมนที่ตับอ่อนผลิตขึ้นเพื่อใช้ในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงเกินไป ด้วยการลำเลียงน้ำตาลไปยังเซลล์ต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นพลังงาน หากตับอ่อนผลิตอินซูลินน้อยกว่าความจำเป็นของร่างกาย จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นและนำไปสู่การเป็นโรคเบาหวาน รวมถึงอาจเกิดอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ หากระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินปกติ ทั้งนี้ การฉีดอินซูลินทดแทนเป็นวิธีหนึ่งที่ใช้เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยเบาหวานไม่ให้สูงเกินไป โดยมักฉีดที่แขน หน้าท้อง สะโพก หรือบั้นท้าย ด้วยไซริงค์ ปากกาฉีดยา หรืออินซูลินปั๊ม (Insulin Pump)

    health-tool-icon

    เครื่องคำนวณอัตราการเผาผลาญพลังงาน (BMR)

    ใช้เครื่องมือคำนวณปริมาณแคลอรี่ของเราเพื่อช่วยคำนวณปริมาณแคลอรี่ที่ที่ร่างกายของคุณต้องการในแต่ละวัน โดยพิจารณาจากส่วนสูง น้ำหนัก อายุ และระดับการทำกิจกรรม

    เพศชาย

    เพศหญิง

    ฮอร์โมน อินซูลิน คืออะไร

    ฮอร์โมน อินซูลิน เป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ตับอ่อนผลิตขึ้น มีหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงเกินไป ด้วยการลำเลียงน้ำตาลไปให้เซลล์ต่าง ๆ ใช้เป็นพลังงาน และนำน้ำตาลส่วนเกินไปเก็บไว้ยังตับในรูปแบบของพลังงานสำรอง หรือไกลโคเจน (Glycogen)

    หากตับอ่อนผลิตอินซูลินได้น้อยกว่าความต้องการของร่างกาย การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอาจบกพร่อง และส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงระดับที่เรียกว่าโรคเบาหวาน หรือตั้งแต่ 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ขึ้นไป

    ทั้งนี้ หากป่วยเป็นโรคเบาหวาน และไม่พยายามลดระดับน้ำตาลในเลือด หรือควบคุมให้อยู่ในระดับปลอดภัย อาจเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดอาการแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ เช่น โรคไต โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวานขึ้นตา ระบบปลายประสาทอักเสบ หลอดเลือดตีบหรืออุดตัน เท้าเน่าเพราะมีเลือดไปหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอ

    ฮอร์โมน อินซูลินกับการรักษาโรคเบาหวาน

    ผู้ป่วยเบาหวานมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเนื่องจากตับมีความผิดปกติในการผลิตอินซูลิน วิธีหนึ่งที่ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง หรือควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงเกินไปคือ การฉีดฮอร์โมน อินซูลิน ทดแทนเข้าสู่ร่างกาย

    โดยทั่วไป ผ้ป่วยเบาหวานหรือผู้ดูแลผู้ป่วยเบาหวานมักฉีดฮอร์โมน อินซูลินเข้าร่างกายบริเวณแขนส่วนบน หน้าท้อง สะโพก หรือก้นโดยอาจเลือกใช้ได้ทั้งไซริงค์ ปากกาฉีดอินซูลิน หรืออินซูลินปั๊ม

    ฮอร์โมน อินซูลิน ชนิดต่าง ๆ

    ฮอร์โมน อินซูลินที่ใช้ฉีดในผู้ป่วยเบาหวานมีหลายชนิด โดยจำแนกตามคุณสมบัติต่าง ๆ อย่างความเร็วในการออกฤทธิ์ ช่วงเวลาที่ออกฤทธิ์อย่างเต็มประสิทธิภาพ และระยะเวลาออกฤทธิ์ แบ่งได้ดังนี้

    1. อินซูลินออกฤทธิ์เร็ว (Rapid-acting Insulin) ออกฤทธิ์หลังฉีดเข้าสู่ร่างกายภายใน 15 นาที และออกฤทธิ์เต็มที่ภายใน 1 ชั่วโมงหลังฉีดไปแล้ว โดยมีระยะเวลาออกฤทธิ์ประมาณ 4 ชั่วโมง
    2. อินซูลินออกฤทธิ์สั้น (Regular or Short-acting Insulin) ออกฤทธิ์หลังฉีดเข้าร่างกายภายใน 30 นาที และออกฤทธิ์เต็มที่ภายใน 2-3 ชั่วโมงหลังฉีดไปแล้ว โดยมีระยะเวลาออกฤทธิ์ประมาณ 3-6 ชั่วโมง
    3. อินซูลินออกฤทธิ์ปานกลาง (Intermediate-acting Insulin) เริ่มออกฤทธิ์ภายใน 2-4 ชั่วโมงหลังฉีดเข้าร่างกาย และออกฤทธิ์เต็มที่ภายใน 4-12 ชั่วโมงหลังฉีดเข้าร่างกาย โดยมีระยะเวลาออกฤทธิ์ประมาณ 12-18 ชั่วโมง
    4. อินซูลินออกฤทธิ์ยาว (Long-acting Insulin) เริ่มออกฤทธิ์ภายใน 2-3 ชั่วโมงหลังฉีดเข้าสู่ร่างกาย และมักออกฤทธิ์ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงหรืออาจยาวนานกว่านั้น
    5. อินซูลินแบบผสม (Premixed Insulin) เป็นอินซูลินที่ผสมระหว่างอินซูลิน 2 ชนิด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เช่น อินซูลินผสมระหว่างอินซูลินออกฤทธิ์ปานกลางกับอินซูลินออกฤทธิ์สั้น

    ฮอร์โมน อินซูลิน ส่งผลข้างเคียงต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง

    เมื่อฉีดฮอร์โมน อินซูลิน อาจเกิดผลข้างเคียงต่าง ๆ ต่อสุขภาพ ดังต่อไปนี้

    • รู้สึกคัน หรือมีรอยแดง บริเวณผิวหนังที่ฉีดฮอร์โมน อินซูลิน
    • มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น
    • มีผื่นขึ้นตามลำตัว
    • หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ

    นอกจากนี้ ฮอร์โมน อินซูลินยังมีคุณสมบัติในการขับโพแทสเซียมที่อยู่ในเลือดไปสู่เซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย จนอาจก่อให้เกิดภาวะโพแทสเซียมต่ำ (Hypokalemia) ได้ โดยอาการที่มักพบ ประกอบด้วย เป็นตะคริว ไม่มีแรง หัวใจเต้นผิดปกติ ท้องผูก

    อีกทั้งการฉีดอินซูลินร่วมกับการอดอาหาร หรือการออกกำลังกายอย่างหักโหม อาจทำให้ผู้ป่วยเบาหวานเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณเตือนปัญหาสุขภาพ ทั้งนี้ อาการภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ได้แก่ อารมณ์แปรปรวน มือสั่น เวียนศีรษะ สับสน สายตาพร่าเบลอ หรือง่วงซึม ทั้งนี้ หากเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ผู้ป่วยเบาหวานไม่ควรขับขี่ยานพาหนะ เพราะอาจเสี่ยงให้เกิดอุบัติเหตุได้

    ฮอร์โมน อินซูลิน มีข้อควรระวังในการใช้อย่างไร

    ฮอร์โมน อินซูลินแม้จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงเกินปกติแต่มีข้อควรระวังในการฉีด ดังต่อไปนี้

    • การฉีดฮอร์โมน อินซูลินอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียง หรือทำให้แพ้ได้ ดังนั้น ก่อนฉีด ควรสอบถามคุณหมอให้ครบถ้วนเกี่ยวกับผลข้างเคียงรวมทั้งอาการแพ้ หรืออาการผิดปกติอื่น ๆ ซึ่งอาจพบเจอได้หลังจากฉีดฮอร์โมน อินซูลิน
    • ยาบางชนิดมีคุณสมบัติรบกวนการทำงานของอินซูลิน ได้แก่ แอสไพริน (Aspirin) เอซีอี อินฮิบิเตอร์ (ACE Inhibitor) ยาขับปัสสาวะ ไนอะซิน (Niacin) ออกทรีโอไทด์ (Octreotide) ควรปรึกษาคุณหมอหากกำลังใช้ยาเหล่านี้อยู่
    • ไม่ควรเปลี่ยนยี่ห้อหรือชนิดของอินซูลิน โดยไม่ได้รับคำแนะนำจากคุณหมอ
    • ก่อนฉีดอินซูลินด้วยไซริงค์หรือปากกา ควรดึงผิวหนังให้ตึงก่อนแทงเข็มลงไป เพื่อป้องกันการฉีดอินซูลินเข้าสู่กล้ามเนื้อเพราะอาจทำให้อินซูลินถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว จนมีอินซูลินในกระแสเลือดมากเกินความจำเป็นและอาจนำไปสู่ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้
    • ไม่ควรฉีดอินซูลิน หากร่างกายมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำหรือระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่า 70 มิลลิกรัม/เดซิลิตร เพราะจะยิ่งทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงไปอีก และอาจเป็นสาเหตุของอาการชักหรือหมดสติได้
    • ร่างกายของเด็กและผู้สูงอายุ มักไวต่อฤทธิ์ของอินซูลินมากกว่าผู้ใหญ่ ดังนั้น การฉีดฮอร์โมน อินซูลินให้ผู้ป่วยเบาหวานที่เป็นเด็กหรือผู้สูงอายุ อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงต่ำกว่าปกติ หรือลดลงเร็วกว่าปกติ ควรฉีดด้วยความระมัดระวังและฉีดตามคำสั่งของคุณหมออย่างเคร่งครัด
    • หากหญิงในระยะให้นมบุตรป่วยเป็นโรคเบาหวาน ควรปรึกษาคุณหมอก่อนฉีดฮอร์โมน อินซูลินเข้าสู่ร่างกาย เพราะสามารถแพร่สู่น้ำนมได้

    การดูแลตัวเองด้วยวิธีอื่น ๆ เมื่อเป็นโรคเบาหวาน

    นอกเหนือจากการฉีดฮอร์โมน อินซูลินแล้ว ผู้ป่วยเบาหวานควรดูแลตัวเองด้วยวิธีการต่อไปนี้ เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงเกินไป

    • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และหลีกเลี่ยงของหวานหรืออาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง เนื่องจากคาร์โบไฮเดรตจากอาหารจะถูกย่อยสลายเป็นน้ำตาลเมื่อบริโภคเข้าสู่ร่างกาย และทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดหลังมื้ออาหารเพิ่มสูงขึ้นกว่าการบริโภคอาหารประเภทอื่น
    • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หรือประมาณ 30 นาที/วัน เป็นเวลา 5 วันต่อสัปดาห์ เพื่อกระตุ้นให้เซลล์ต่าง ๆ ตอบสนองต่อฮอร์โมน อินซูลินได้ดียิ่งขึ้น
    • นอนหลับให้เพียงพอ หรือประมาณ 7-9 ชั่วโมงต่อวัน และหลีกเลี่ยงการนอนดึก เพราะเมื่อนอนน้อยหรือนอนดึก ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ออกมามากกว่าปกติและจะไปยับยั้งการผลิตอินซูลินของตับอ่อน ทำให้การจัดการระดับน้ำตาลในเลือดช่วงเวลาดังกล่าวรวมถึงระหว่างวันแย่ลง
    • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เพราะสารนิโคตินในบุหรี่จะทำให้หลอดเลือดหดตัว และทำให้ผู้ป่วยเบาหวานที่มีอาการหลอดเลือดอุดตันหรือตีบ มีเลือดหมุนเวียนไหลไปหล่อเลี้ยงบริเวณปลายนิ้วมือหรือเท้าได้น้อยลง จนอาจเกิดปัญหาสุขภาพมือหรือเท้าตามมา


    คุณกำลังเป็นเบาหวานอยู่ใช่หรือไม่?

    คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว เข้าร่วมชุมชนเบาหวานและแลกเปลี่ยนเรื่องราวและประสบการณ์ของคุณ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!


    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    แหล่งที่มา

    Diabetes treatment: Using insulin to manage blood sugar. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/diabetes/in-depth/diabetes-treatment/art-20044084. Accessed June 29, 2022

    Insulin Resistance and Diabetes. https://www.cdc.gov/diabetes/basics/insulin-resistance.html. Accessed June 29, 2022

    What is insulin?. https://www.yourhormones.info/hormones/insulin/. Accessed June 29, 2022

    Diabetes – insulin therapy. https://medlineplus.gov/ency/patientinstructions/000965.htm#:~:text=Insulin%20therapy%20replaces%20the%20insulin,to%20control%20blood%20sugar%20levels. Accessed June 29, 2022

    Types of Insulin for Diabetes Treatment. https://www.webmd.com/diabetes/diabetes-types-insulin. Accessed June 29, 2022

     

     

    รูปของผู้เขียนbadge
    เขียนโดย ธนชาติ จึงแย้มปิ่น แก้ไขล่าสุด 12/07/2022
    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย Duangkamon Junnet