home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

บอกลูกอย่างไรว่าเป็นโรคเบาหวาน คำแนะนำดี ๆ ที่พ่อแม่ควรรู้

บอกลูกอย่างไรว่าเป็นโรคเบาหวาน คำแนะนำดี ๆ ที่พ่อแม่ควรรู้

เมื่อลูกถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวาน คงเป็นเรื่องที่น่าตกใจสำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่ แต่อย่างไรก็ตาม นอกจากการหาวิธีรักษาและดูแลสุขภาพของลูกแล้ว อีกหนึ่งเรื่องที่คุณอาจกังวลก็คือ คุณจะ บอกลูกอย่างไรว่าเป็นโรคเบาหวาน เพื่อที่ลูกจะได้เข้าใจและป้องกันตนเอง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน วันนี้ Hello คุณหมอ จึงนำสาระเรื่องนี้มาฝากคุณพ่อคุณแม่กันค่ะ

health-tool-icon

เครื่องคำนวณหา ค่าดัชนีมวลกาย (BMI)

ใช้เครื่องมือนี้เพื่อช่วยคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ของคุณ และดูว่าคุณมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์สุขภาพดีหรือไม่ เครื่องมือนี้ยังสามารถใช้เพื่อคำนวณค่าดัชนีมวลกายของลูกคุณได้อีกด้วย

เพศชาย

เพศหญิง

โรคเบาหวานในเด็ก คืออะไร

การที่เด็กคนหนึ่งจะป่วยเป็นโรคเบาหวานอาจเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยมีใครคุ้นเคยนัก เพราะโดยปกติโรคนี้มักพบในวัยรุ่น และวัยผู้ใหญ่ไปจนถึงวัยผู้สูงอายุ แต่ในความเป็นจริงนั้น เด็กก็สามารถเป็นโรคเบาหวานได้ โดยโรคเบาหวานในเด็ก อาจมีเหตุและปัจจัยเสี่ยง ดังต่อไปนี้

สาเหตุของโรคเบาหวานในเด็ก

ในปัจจุบันยังไม่มีข้อระบุที่ชัดเจนถึงสาเหตุที่แท้จริงของโรคเบาหวานชนิดที่ 1 โดยส่วนใหญ่มักเกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกาย ซึ่งปกติ ระบบภูมิคุ้มกันจะต่อสู้กับเชื้อโรค เช่น แบคทีเรีย ไวรัส ที่เป็นอันตราย แต่ในผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 พบว่า ระบบภูมิคุ้มกันกลับทำลายเซลล์ที่สร้างอินซูลินในตับอ่อนโดยไม่ตั้งใจ

พันธุกรรมและปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมเองก็มีบทบาทสำคัญในกระบวนการนี้ โดยปกติอินซูลินจะทำหน้าที่สำคัญในการเคลื่อนย้ายน้ำตาล (กลูโคส) จากกระแสเลือดไปยังเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย น้ำตาลจะเข้าสู่กระแสเลือดเมื่ออาหารถูกย่อย เมื่อเซลล์ของตับอ่อนถูกทำลาย ร่างกายลูกของคุณก็จะผลิตอินซูลินน้อย หรือไม่ผลิตอินซูลินเลย จึงส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นในเด็ก ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนที่คุกคามชีวิตได้

ปัจจัยเสี่ยงโรคเบาหวานในเด็ก

ปัจจัยเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิด 1 ในเด็ก ได้แก่

  • ประวัติครอบครัว มาจากการที่มีพ่อแม่หรือพี่น้องที่เป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 1 จึงมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในการที่จะส่งต่อโรคเบาหวานผ่านพันธุกรรม
  • ความอ่อนแอทางพันธุกรรม เกิดจากการที่ยีนบางตัวมีความผิดปกติ และได้กลายมาเป็นความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 1

นอกจากนี้ ปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานในเด็กได้เช่นกัน

  • วรัสบางชนิด การที่ร่างกายได้รับไวรัสต่าง ๆ อาจทำให้เกิดการทำลายระบบภูมิต้านทานของร่างกาย
  • อาหาร แม้จะไม่มีปัจจัยด้านโภชนาการหรือสารอาหารเฉพาะเจาะจงในวัยทารก ที่แสดงให้เห็นว่ามีส่วนในการเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 แต่การบริโภคนมวัวก่อนกำหนด อาจมีส่วนในการเพิ่มความเสี่ยงของโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ในขณะที่การให้ลูกดื่มนมแม่กลับช่วยลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานในเด็กได้

บอกลูกอย่างไรว่าเป็นโรคเบาหวาน คำแนะนำดี ๆ ที่พ่อแม่ควรรู้

โดยทั่วไปแล้ว ผู้ที่ต้องบอกลูกว่าเป็นเบาหวานก็คือคุณพ่อคุณแม่ หรืออาจจะเป็นแพทย์ประจำตัวลูกก็ได้ อย่างไรก็ตาม หากในกรณีที่ลูกยังเล็ก เขาอาจยังไม่สามารถทำความเข้าใจได้ทันที ผู้ปกครองอาจต้องใช้เวลากว่าที่เด็กจะสามารถเข้าใจในลักษณะอาการที่เกิดกับตัวเขาได้ หรืออาจขอคำแนะนำจากแพทย์ หรือให้แพทย์ช่วยอธิบาย และสิ่งที่สำคัญเช่นเดียวกับการบอกให้ลูกทราบก็คือ คุณควรแจ้งให้ทางโรงเรียนทราบโดยเร็วที่สุด ดังนี้

  • เข้าร่วมประชุมผู้ปกครองที่โรงเรียน

การประชุมมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจที่ชัดเจน ในเรื่องที่จำเป็นในการดูแลเด็กในขณะอยู่ที่โรงเรียน รวมทั้งให้ความกระจ่างเกี่ยวกับวิธีการดูแลเด็กที่ทางโรงเรียนจัดให้ การร่วมประชุมในครั้งแรกนั้นควรระบุรายละเอียดที่คุณต้องการต่าง ๆ ให้ทางโรงเรียนบรรจุไว้ในแผนการดูแลเด็กอย่างครบครัน

  • การเตรียมตัวก่อนเข้าประชุม

การเตรียมตัวก่อนการประชุมนั้นมีความสำคัญมาก เนื่องจากมีรายละเอียดมากมายที่คุณต้องพิจารณา คุณควรจดรายการสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นเอาไว้กันลืม

เริ่มจากนึกภาพเวลาที่ลูกของคุณอยู่ที่โรงเรียน หรือสิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นที่โรงเรียนถ้าลูกเพิ่งจะเริ่มเข้าโรงเรียน นึกภาพด้วยว่าคุณจะทำอะไรให้ลูกบ้าง และลูกสามารถทำอะไรด้วยตัวเองได้บ้าง รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทางโรงเรียนสามารถจัดการให้ได้

อ่านระเบียบและนโยบายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องของทางโรงเรียน เช่น ความเท่าเทียม การยอมรับความแตกต่าง ซึ่งข้อมูลพวกนี้โดยปกติจะมีอยู่ในเว็บไซต์ของทางโรงเรียนอยู่แล้ว ซึ่งการประชุมผู้ปกครองก็ควรประกอบไปด้วยบุคคลหลาย ๆ ฝ่ายดังต่อไปนี้

  • พ่อหรือแม่ หรือไปด้วยกันทั้งคู่
  • ตัวเด็กเองก็อาจร่วมเข้าประชุมได้ ถ้าอยู่ในวัยที่รู้เรื่องและโตพอจะสามารถทำความเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ ได้แล้ว แต่ถ้าเป็นเด็กเล็ก ๆ ก็อาจจะไม่ช่วยอะไรมากนัก
  • พยาบาลผู้เชี่ยวชาญเรื่องโรคเบาหวานในเด็ก ซึ่งถ้าเป็นพยาบาลประจำตัวลูกอยู่แล้ว ก็จะทำให้การประชุมเป็นประโยชน์อย่างมาก
  • ครูหรือผู้ที่ดูแลเด็กคนก่อน ถ้าเด็กเลื่อนชั้นหรือย้ายโรงเรียนใหม่ การมีคนที่เคยให้การดูแลกรณีที่คล้ายกันมาก่อนเข้าร่วมประชุมด้วย ก็จะช่วยเปิดมุมมองให้กับทางโรงเรียนได้
  • บุคลากรของทางโรงเรียน ซึ่งอาจจะเป็นอาจารย์ใหญ่หรือรองอาจารย์ใหญ่ก็ได้ ข้อนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นบุคคลในระดับที่สามารถทำข้อตกลงในนามของทางโรงเรียนได้
  • เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการดูแลเด็กหลังเลิกเรียน และแม่บ้านที่จัดการเรื่องอาหารเช้า เพราะบุคคลกลุ่มนี้จะช่วยรับประกันได้ว่า ลูกของคุณจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดในขณะอยู่ที่โรงเรียน

เคล็ดลับการป้องกันการเกิด เบาหวานในเด็ก

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการป้องกันโรคเบาหวานประเภท 1 แต่คุณสามารถบอกให้เด็ก ๆ ทราบถึงวิธีการป้องกันเบื้องต้นเพื่อลดโอกาสการเกิดโรคเบาหวานประเภท 2 ได้ ด้วยเทคนิคดังต่อไปนี้

  • รักษาความสมดุลของน้ำหนัก เนื่องจากเด็กที่มีน้ำหนักตัวมากเกินไปอาจเป็นการเพิ่มความเสี่ยงของการพัฒนาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่พวกเขามีแนวโน้มที่จะมีเข้าสู่ภาวะดื้ออินซูลิน
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกายอย่างเป็นประจำอาจช่วยลดความต้านทานต่ออินซูลิน และยังช่วยจัดการความดันโลหิตได้ดีขึ้น
  • จำกัด อาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล การบริโภคอาหารที่มีน้ำตาลสูงมาก ๆ อาจทำให้น้ำหนักของพวกเขานั้นเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งสิ่งที่คุณควรบอกให้เด็กทราบ หรือควรนำอาหารมาให้ลูกรักคุณรับประทานนั้น ควรจะเป็นอาการที่อุดมด้วยวิตามิน ไฟเบอร์ และโปรตีน เพราะอาหารเหล่านี้อาจจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานประเภท 2 ได้

หากคุณยังคงมีข้อกังวล หรือข้อสงสัยเพิ่มเติมถึงวิธีการดูแลลูกที่ประสบกับโรคเบาหวาน คุณสามารถขอเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ เพราะแพทย์อาจมีการให้คำแนะนำที่ถูกต้องเหมาะสมแก่อาการอื่น ๆ ของเด็กแต่ละบุคคลที่ประสบร่วมได้อย่างแม่นยำ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

What are my responsibilities. https://www.diabetes.org.uk/Guide-to-diabetes/Schools/Parents/What-are-my-responsibilities/. Accessed June 23th, 2015.

Type 1 diabetes in children. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/type-1-diabetes-in-children/symptoms-causes/syc-20355306. Accessed June 23th, 2015.

How does diabetes affect children and teens?. https://www.medicalnewstoday.com/articles/284974.php. Accessed June 23th, 2015.

Might My Child Have Type 1 Diabetes?. https://www.webmd.com/diabetes/might-my-child-have-type-1-diabetes. Accessed June 23th, 2015.

Type 1 Diabetes in Children and Adolescents: A Position Statement by the American Diabetes Association. https://wp.hellokhunmor.com/wp-admin/post.php?post=25235&action=edit&classic-editor. Accessed June 23th, 2015.

 

 

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์ แก้ไขล่าสุด 2 สัปดาห์ก่อน
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x