backup og meta
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ถามคุณหมอ
บันทึก

ความสัมพันธ์เป็นพิษ แสนปวดใจ จะรักษาความสัมพันธ์ครั้งนี้เอาไว้อย่างไรดี

ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ


เขียนโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย · แก้ไขล่าสุด 28/10/2020

ความสัมพันธ์เป็นพิษ แสนปวดใจ จะรักษาความสัมพันธ์ครั้งนี้เอาไว้อย่างไรดี

ทุกความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น ไม่มีความสัมพันธ์ที่จะราบรื่นหรือสมบูรณ์แบบทั้งหมด แน่นอนว่า คู่รักอาจจะต้องพบปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการมีปากเสียง การหึงหวง การโกหก และอื่น ๆ โดยสิ่งเหล่านี้อาจทำให้เกิด ความสัมพันธ์เป็นพิษ เมื่อเกิดความสัมพันธ์เป็นพิษแล้ว คุณควรจะจัดการอย่างไร วันนี้ Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝากกัน

สัญญาณที่บ่งบอกว่า ความสัมพันธ์เป็นพิษ (Toxic Relationship)

Jor-El Caraballo นักบำบัดความสัมพันธ์กล่าวเอาไว้ว่า หากคุณรู้สึกเหนื่อยล้า หรือไม่มีความสุขอยู่เสมอ หลังจากที่ใช้ชีวิตร่วมกับคู่ของคุณ นั่นอาจจะเป็นสัญญาณเตือนว่าสิ่งต่าง ๆ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลง แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า ความสัมพันธ์ของคุณกำลังเป็น “ความสัมพันธ์เป็นพิษ (Toxic Relationship )”  ลองมาสังเกตสัญญาณบางอย่างที่กำลังบ่งบอกว่า ความสัมพันธ์ของคุณกำลังเป็นพิษ ซึ่งสัญญาณเหล่านั้น ได้แก่

  • ขาดการสนับสนุน
  • ความสัมพันธ์ที่ดีมีพื้นฐานมาจากความปรารถนาร่วมกันที่จะเห็นอีกฝ่ายประสบความสำเร็จในทุกด้านของชีวิต แต่เมื่อเกิดความสัมพันธ์เป็นพิษ ความสำเร็จทุกอย่างจะกลายเป็นการแข่งขัน นั่นหมายความว่า คุณอาจจะไม่ได้รู้สึกว่าคู่ของคุณให้การสนับสนุนคุณอยู่นั่นเอง

    • การสื่อสารที่เป็นพิษ

    แทนที่คุณจะปฏิบัติตัวต่อกันด้วยความสุภาพ บทสนทนาส่วนใหญ่ของคุณจะการเป็นการถากถาง คำวิจารณ์ หรือการเป็นศัตรูต่อกัน นั่นจึงทำให้พวกคุณอาจจะเริ่มหลีกเลี่ยงในการพูดคุยกัน

    • ความหึงหวง
    • แน่นอนว่าเรื่องของความหึงหวงนั้นอาจเกิดขึ้นได้ในความสัมพันธ์ปกติ แต่เมื่อความสัมพันธ์ของคู่คุณเริ่มเป็นพิษ ความหึงหวงมันอาจหลายเป็นปัญหาได้ หากคุณไม่สามารถคิดหรือรู้สึกในเชิงบวกกับคู่ของคุณได้อีกต่อไป

      • การควบคุมพฤติกรรม

      การตั้งคำถามว่าอยู่ที่ไหนตลอดเวลา หรืออารมณ์เสียมากเกินไป เมื่อคุณไม่ตอบข้อความในทันที เป็นสัญญาณของพฤติกรรมการควบคุม ซึ่งอาจทำให้เกิดความสัมพันธ์เป็นพิษได้ ในบางกรณีการพยายามควบคุมเหล่านี้ ยังอาจเป็นสัญญาณของการละเมิดความเป็นส่วนตัวได้อีกด้วย

      • ความไม่พอใจ
      • เมื่อคบกันเป็นเวลานานอาจจะทำให้เกิดความไม่พอใจในเรื่องต่าง ๆ เกิดขึ้นได้ หากคุณเก็บความไม่พอใจนั้นไว้ หรือปล่อยให้เรื่องต่าง ๆ ผ่านไป และเมื่อเวลาผ่านไป สิ่งเหล่านี้อาจจะทำให้เกิดช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างคู่ของคุณ จนมันอาจลุกลามกลายเป็นช่องว่างที่ใหญ่ขึ้นได้

        • ความไม่ซื่อสัตย์

        หากคุณพบว่าตัวเองต้องโกหกอยู่ตลอดเวลา เกี่ยวกับที่อยู่ หรือคนที่อยากพบเจอ เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้เวลาร่วมกับคนรักของคุณ นั่นแปลว่าความสัมพันธ์ของคุณกำลังเริ่มที่จะเป็นพิษ

        • ไม่เคารพซึ่งกันและกัน

        การมาสาย การลืมโดยบังเอิญ และพฤติกรรมอื่น ๆ ที่แสดงถึงความไม่เคารพซึ่งกันและกัน ไม่เคารพเวลาของคุณ ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนของความสัมพันธ์เป็นพิษ

        • พฤติกรรมเกี่ยวกับการเงินที่เป็นลบ

        คู่ของคุณอาจตัดสินใจทางการเงิน การซื้อสินค้าขนาดใหญ่ หรือการถอนเงินจำนวนมากโดยที่ไม่ยอมปรึกษาคุณ

        • ความตึงเครียด

        ในทุกความสัมพันธ์นั้นมักจะมีความตึงเครียดเข้ามาเป็นส่วนประกอบเป็นปกติอยู่แล้ว แต่การพบว่าตัวเองต้องพบเจอกับความตึงเครียดอยู่ตลอดเวลาเมื่ออยู่กับคู่ของคุณ นั่นเป็นตัวบอกว่ากำลังมีบางสิ่งเกิดขึ้นกับความสัมพันธ์ของคุณ ซึ่งความเครียดที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายและอารมณ์ของคุณได้

        • ไม่สนใจความต้องการของคุณ
        • Catalina Lawsin นักจิตวิทยาคลินิก กล่าวว่า บางครั้งคู่ของคุณอาจจะทำบางสิ่งที่อาจเป็นการไม่สนใจความต้องการของคุณ ซึ่งมันกำลังเป็นตัวบ่งบอกว่าความสัมพันธ์ของคุณกำลังเป็นพิษ ยกตัวอย่างเช่น คุณอาจจะตกลงที่จะหยุดพักร้อนร่วมกัน แต่มันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่คุณตั้งใจ หรือมันอาจเป็นวันที่คุณไม่สะดวก

          • สูญเสียความสัมพันธ์

          คุณอาจจะต้องเลิกใช้เวลากับเพื่อนและครอบครัว เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งกับคู่ของคุณ หรือเพื่อหลีกเลี่ยงการอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ของคุณ หรือคุณอาจจะพบว่าเวลาว่างของคุณนั้นหมดไปกับการติดต่อกับคู่ของคุณ

          • ขาดการดูแลตัวเอง

          เมื่อเกิดความสัมพันธ์เป็นพิษ มันอาจจะทำให้คุณขาดการดูแลตัวเองตามปกติไป เพราะคุณอาจจะต้องปลีกตัวจากงานอดิเรกของคุณ ละเลยสุขภาพ และเสียเวลาว่างของคุณไป

          • หวังการเปลี่ยนแปลง

          คุณอาจอยู่ในความสัมพันธ์เป็นพิษ เนื่องจากคุณเห็นศักยภาพของอีกฝ่าย หรือคุณอาจจะคิดว่าถ้าคุณแค่เปลี่ยนแปลงตัวเอง และการกระทำของคุณ มันอาจจะทำให้คู่ของคุณเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน

          • ระมัดระวังอย่างมาก

          เมื่อคุณกังวลว่าจะบางสิ่งบางอย่างอาจทำให้ความสัมพันธ์เกิดปัญหา มันจะทำให้คุณเกิดความตึงเครียดอย่างมาก จากนั้นคุณก็จะระมัดระวังตัว เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง และเก็บปัญหาต่าง ๆ เอาไว้กับตัวเอง

          ความสัมพันธ์เป็นพิษ-สัญญาณ-รักษาความสัมพันธ์

          วิธีรักษาความสัมพันธ์ให้ดีขึ้น และคงอยู่ต่อไป

          หลายคนมักคิดว่าเมื่อเกิดความสัมพันธ์เป็นพิษก็ถึงเวลาที่จะต้องเลิกรากันไป แต่ความจริงแล้วมันยังมีสัญญาณอื่น ๆ ที่บ่งบอกว่า คุณยังสามารถแก้ไขปัญหาของความสัมพันธ์เป็นพิษได้ ดังนี้

          • เต็มใจที่จะร่วมมือกัน

          คุณทั้งคู่ควรจะต้องแสดงทัศนคติที่เปิดกว้าง และเต็มใจที่จะช่วยเหลือกัน เพื่อทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น ซึ่งวิธีนี้ทั้งคู่อาจจะต้องให้ความสนใจในการสนทนาของแต่ละฝ่าย ควรหาเวลาที่จะใช้เวลาคุณภาพร่วมกันด้วย

          • การยอมรับผิดชอบ

          การตระหนักถึงพฤติกรรมในอดีตที่ทำร้ายความสัมพันธ์ ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับทั้ง 2 ฝ่าย การสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจในการตระหนักรู้ในตัวเองและความรับผิดชอบต่อตัวเองก็ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ

          • เปลี่ยนจากการตำหนิเป็นความเข้าใจ

          หากคุณและคู่รักของคุณสามารถควบคุมบทสนทนาให้ห่างจากการตำหนิ นำไปสู่ความเข้าใจ และการเรียนรู้ได้มากขึ้น จะเป็นวิธีการที่ดีกว่า นอกจากนั้นมันอาจจะทำให้คุณทั้งคู่ยังรักษาความสัมพันธ์ในอนาคตได้อีกด้วย

          • เปิดใจรับความช่วยเหลือจากภายนอก

          อันนี้ถือเป็นเรื่องที่คุณควรให้ความใส่ใจมากที่สุด บางครั้งคุณอาจต้องการความช่วยเหลือ เพื่อให้สิ่งต่าง ๆ กลับมาดีขึ้น โดยคุณอาจจะได้รับคำปรึกษาจากเพื่อน คนในครอบครัว หรือคู่รักคู่อื่น ๆ

          ในบางครั้งหากคุณพยายามที่จะแก้ปัญหาความสัมพันธ์เป็นพิษที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ก็ยังเกินเยียวยา ทั้งยังไม่มีอะไรดีขึ้น คุณอาจจะต้องเชื่อสัญชาตญาณของตนเองและเลือกที่จะก้าวออกมา เพราะไม่มีความจำเป็นจะต้องอยู่ในความสัมพันธ์แบบนี้อีกต่อไป

          หมายเหตุ

          Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด



          ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย

          ทีม Hello คุณหมอ


          เขียนโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย · แก้ไขล่าสุด 28/10/2020

          ad iconโฆษณา

          คุณได้รับประโยชน์จากบทความนี้หรือไม่?

          ad iconโฆษณา
          ad iconโฆษณา