banner

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับวัคซีน

ประเภทของวัคซีน

วัคซีนสำหรับเด็ก

การฉีดวัคซีน

วัคซีน COVID-19

ลองประเมินความเสี่ยง

Subot Icon

เครื่องมือค้นหาวัคซีนสำหรับผู้ใหญ่

Subot Icon

แบบประเมินความเสี่ยงโรคมะเร็งปากมดลูก

Subot Icon

แบบประเมินความเสี่ยงโรคโควิด-19

รวมคำถามเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน

การฉีดวัคซีนคืออะไร

Icon Chevron

การฉีดวัคซีน คือวิธีการง่าย ๆ ที่จะช่วยปกป้องร่างกายจากโรคที่อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต วัคซีนจะใช้เกราะป้องกันตามธรรมชาติของร่างกายเพื่อสร้างความต้านทานต่อการติดเชื้อบางอย่างโดยเฉพาะ และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง เมื่อฉีดวัคซีนเข้าสู่ร่างกาย วัคซีนจะเข้าไปกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันสร้างแอนติบอดี เหมือนกับเวลาที่เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย แต่ในวัคซีนจะมีเพียงแค่เชื้อตายหรือเชื้อที่อ่อนแอลงแล้วเท่านั้น จึงไม่สามารถก่อให้เกิดโรคหรือทำอันตรายต่อร่างกายได้

วัคซีนทำงานอย่างไร

Icon Chevron

วัคซีนจะช่วยลดโอกาสในการติดเชื้อโรค โดยใช้การป้องกันตามธรรมชาติของร่างกาย เมื่อได้รับวัคซีน ร่างกายจะตอบสนองโดยการจดจำสิ่งแปลกปลอมที่บุกรุกเข้ามาภายในร่างกาย เช่น เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย และสร้างแอนติบอดีขึ้นมาเพื่อจัดการกับเชื้อโรคนั้น ๆ ร่างกายจะจดจำและฝึกฝนเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรคนั้น ๆ เมื่อเชื้อโรคดังกล่าวได้เข้าสู่ร่างกายในอนาคต ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายก็จะสามารถจดจำและเข้าทำลายเชื้อโรคได้อย่างรวดเร็วก่อนที่จะเกิดโรค โดยปกติแล้ว เมื่อได้รับวัคซีนตั้งแต่ 1 โดสขึ้นไป เราก็มักจะได้รับการป้องกันจากโรคนั้นเป็นเวลาหลายปี หลายสิบปี หรือแม้กระทั่งตลอดชีวิต

ฉันหรือลูกของฉัน ควรได้รับวัคซีนเมื่อไหร่

Icon Chevron

วัคซีนสามารถปกป้องเราได้ตลอดช่วงอายุขัย ซึ่งวัคซีนที่แนะนำอาจแตกต่างกันออกไปตามช่วงอายุ โดยคุณสามารถตรวจข้อมูลและกำหนดการฉีดวัคซีนของคุณและลูกได้โดยการสอบถามสถานพยาบาลใกล้บ้านของคุณ สิ่งที่สำคัญคือการดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพราะหากรีรอจนได้รับเชื้อที่ร้ายแรง เช่น ในระหว่างมีโรคระบาด ก็อาจไม่มีเวลามากเพียงพอที่วัคซีนจะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากคุณหรือลูกพลาดการฉีดวัคซีนใดไป ควรติดต่อผู้ให้บริการด้านสุขภาพเพื่อรับวัคซีนในทันที

ทำไมถึงควรฉีดวัคซีน

Icon Chevron

วัคซีนสำหรับเด็กเพียงอย่างเดียวสามารถช่วยชีวิตคนได้กว่า 4 ล้านคนทุกปี แม้ว่าโรคบางอย่างอาจพบค่อนข้างยาก แต่เชื้อก่อโรคนั้นก็ยังวนเวียนอยู่ในทุกส่วนหรือบางส่วนของโลก หากไม่มีวัคซีน เราจะมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคร้ายแรงที่อันตรายถึงแก่ชีวิต เช่น โรคหัด โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โรคปอดอักเสบ โรคบาดทะยัก โรคโปลิโอ ยิ่งในปัจจุบันที่เชื้อโรคต่าง ๆ สามารถแพร่กระจายข้ามพรมแดนได้อย่างดายและทำร้ายใครก็ตามที่ไม่ได้รับวัคซีนเพื่อป้องกันเชื้อ เหตุผลสำคัญสองประการในการฉีดวัคซีนคือ เพื่อป้องกันตัวเอง และเพื่อป้องกันคนรอบข้าง เพราะไม่ใช่ทุกคนที่ได้รับวัคซีน รวมถึงทารกที่อายุน้อย ผู้ที่มีอาการป่วยรุนแรง หรือผู้ที่มีอาการแพ้อย่างรุนแรง คนเหล่านี้จำเป็นต้องพึ่งพาผู้อื่นที่ได้รับการฉีดวัคซีนเพื่อให้พวกเขาปลอดภัยจากโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน

วัคซีนป้องกันโรคอะไรได้บ้าง

Icon Chevron

วัคซีนสามารถป้องกันโรคต่าง ๆ ได้มากมาย ดังนี้ มะเร็งปากมดลูก อหิวาตกโรค โควิด -19 คอตีบ ไวรัสอีโบลา (Ebola) ไวรัสตับอักเสบบี ไข้หวัดใหญ่ โรคไข้สมองอักเสบเจอี (Japanese encephalitis) โรคหัด โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โรคคางทูม โรคไอกรน โรคปอดบวม โรคโปลิโอ โรคพิษสุนัขบ้า โรตาไวรัส โรคหัดเยอรมัน โรคบาดทะยัก โรคไข้ไทฟอยด์ โรคอีสุกอีใส โรคไข้เหลือง วัคซีนทีจำเป็นต้องได้รับการแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับประเทศ อาชีพ และการเดินทางของคุณ ควรปรึกษากับผู้ให้บริการด้านสุขภาพเพื่อให้ทราบว่าวัคซีนใดบ้างที่จำเป็นสำหรับคุณและครอบครัวของคุณ

ใครสามารถรับวัคซีนได้บ้าง

Icon Chevron

แม้ว่าคนส่วนใหญ่ควรได้รับวัคซีน แต่ผู้ที่มีสภาวะบางอย่างอาจไม่สามารถรับวัคซีนบางชนิดได้ หรือควรรอก่อนที่จะรับวัคซีน ดังนี้ ผู้ที่เป็นโรคเรื้อรังหรือกำลังรับการรักษาที่ส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกัน เช่น ผู้ที่กำลังทำเคบำบัดเพื่อรักษาโรคมะเร็ง ผู้ที่มีอาการแพ้ส่วนผสมในวัคซีนอย่างรุนแรงถึงแก่ชีวิต ซึ่งเป็นภาวะที่หายากมาก ผู้ที่ป่วยหนักและมีไข้สูงในวันที่จะได้รับวัคซีน

ส่วนประกอบในวัคซีนมีอะไรบ้าง

Icon Chevron

ส่วนประกอบทั้งหมดในวัคซีนมีบทบาทสำคัญที่ทำให้วัคซีนปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ แม้ว่าส่วนประกอบของวัคซีนอาจฟังดูน่ากลัว แต่ส่วนประกอบหลายอย่างที่ใช้ในวัคซีนนั้นเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในร่างกาย ในสภาพแวดล้อม รวมถึงในอาหารที่รับประทาน และล้วนผ่านการทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้แน่ใจแล้วว่าปลอดภัย

วัคซีนปลอดภัยหรือไม่

Icon Chevron

การฉีดวัคซีนมีความปลอดภัย และผลข้างเคียงจากวัคซีนมักเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยและชั่วคราว เช่น อาการปวดแขน มีไข้ต่ำ ส่วนผลข้างเคียงที่รุนแรงกว่านั้นอาจเกิดขึ้นได้ แต่มีโอกาสต่ำมาก คุณมีโอกาสที่จะเจ็บป่วยจากโรคที่วัคซีนสามารถป้องกันได้ มากกว่าเจ็บป่วยจากวัคซีน อีกทั้งโรคที่วัคซีนสามารถป้องกันได้หลายโรคล้วนเป็นโรคที่อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต ดังนั้น ประโยชน์ของการฉีดวัคซีนจึงมากกว่าความเสี่ยง และอาการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตอีกมากมายล้วนเกิดขึ้นโดยไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีน

ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนมีอะไรบ้าง

Icon Chevron

เช่นเดียวกับยาอื่น ๆ การฉีดวัคซีนอาจเกิดผลข้างเคียงที่ไม่รุนแรง เช่น ไข้ต่ำ อาการปวดหรือรอยแดงในบริเวณที่ฉีดยา ซึ่งอาการที่ไม่รุนแรงเหล่านี้อาจหายไปได้เองภายในเวลาไม่กี่วัน สำหรับผลข้างเคียงที่รุนแรงอาจเกิดขึ้นได้ แต่มีโอกาสต่ำมาก อีกทั้งแพทย์และผู้เชี่ยวชาญต่างก็เฝ้าสังเกตอาการอย่างต่อเนื่องเพื่อตรวจจับและป้องกันผลข้างเคียงที่หายากนั้น

เด็กสามารถรับวัคซีนได้มากกว่าครั้งละ 1 วัคซีนหรือไม่

Icon Chevron

หลักฐานทางวิทยาศาสตร์แสดงให้เห็นว่า การรับวัคซีนหลายชนิดในคราวเดียวอาจไม่ทำให้เกิดอันตรายใด ๆ ในทุก ๆ วันเด็กจะได้รับสิ่งแปลกปลอมที่กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ทั้งในขณะที่กำลังเล่นนอกบ้าน หรือขณะที่กำลังรับประทานอาหาร เมื่อรวมวัคซีนหลายชนิดเข้าด้วยกัน เช่น วัคซีนโรคคอตีบ ไอกรน และบาดทะยัก ก็หมายความว่าเด็กจะไม่ต้องโดนฉีดวัคซีนหลายรอบ อีกทั้งยังทำให้เด็กได้รับวัคซีนในเวลาที่เหมาะสม และช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคที่อันตรายได้

วัคซีนมีความเชื่อมโยงกับโรคออทิสติกหรือไม่

Icon Chevron

ไม่มีหลักฐานที่แสดงความเชื่อมโยงระหว่างการฉีดวัคซีนและโรคออทิสติก ซึ่งเรื่องนี้ได้รับการพิสูจน์ในงานวิจัยต่าง ๆ มากมายทั่วโลก

ลูกสาวของฉันควรได้รับวัคซีนป้องกันไวรัสเอชพีวี (human papillomavirus: HPV) หรือไม่

Icon Chevron

โรคมะเร็งปากมดลูกส่วนใหญ่มักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV ผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งการได้รับวัคซีนป้องกันก่อนได้รับเชื้อจึงอาจช่วยป้องกันการเกิดโรคนี้ได้ จากงานวิจัยที่ดำเนินการในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ทั้งออสเตรเลีย เบลเยียม เยอรมนี นิวซีแลนด์ สวีเดน สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา พบว่า หลังฉีดวัคซีน การติดเชื้อ HPV ในเด็กสาววัยรุ่นและหญิงสาวลดลงมากถึง 90%

หากฉันยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน ฉันควรทำอย่างไร

Icon Chevron

หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน ควรปรึกษาผู้ให้บริการด้านสุขภาพ เพื่อรับคำแนะนำเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนให้คุณและคนในครอบครัว รวมถึงตารางการฉีดวัคซีนที่แนะนำภายในประเทศ หากมองหาข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนในอินเทอร์เน็ต ควรเลือกแหล่งข้อมูลที่น่าเชื้อถิอ ยกตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ที่ผ่านการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) หลายเว็บไซต์ทั่วโลกได้ให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ และผ่านการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเว็บไซต์เหล่านี้ล้วนเป็นสมาชิกของ Vaccine Safety Net ซึ่งเป็นเครือข่ายเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยของวัคซีนทั่วโลก

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับวัคซีน

วัคซีน

ฉีดวัคซีน และการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน สำคัญต่อสุขภาพอย่างไร

ฉีดวัคซีน เป็นการฉีดแอนติเจน (Antigen) หรือสารก่อภูมิต้านทาน เข้าไปในร่างกาย เพื่อให้ร่างกายสามารถสร้างภูมิต้านทานต่อการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย โดยวัคซีนจะช่วยป้องกันและลดโอกาสอาการเจ็บป่วยที่รุนแรง ทั้งนี้ ก่อนได้รับการฉีดวัคซีนชนิดใดก็ตาม ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมอ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการแพ้วัคซีนที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว ฉีดวัคซีน ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันอย่างไร การฉีดวัคซีน เป็นวิธีเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคเพื่อลดความเสี่ยงจากอาการเจ็บป่วยที่รุนแรงจากโรค ด้วยการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานต่อเชื้อโรคต่าง ๆ ก่อนร่างกายจะเผชิญกับเชื้อนั้นจริง ๆ เมื่อถูกฉีดวัคซีนเข้าร่างกาย แอนติเจนในวัคซีน จะไปกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันสร้างโปรตีนแอนติบอดี (Antibody) ขึ้นมา เพื่อจดจำและต่อสู้กับเชื้อชนิดนั้น ๆ และเมื่อพบเชื้อชนิดเดิมในภายหลัง ร่างกายจะรีบกำจัดเชื้อนั้น ก่อนที่เชื้อจะทำให้เกิดโรค โอกาสเจ็บป่วยจากเชื้อชนิดนั้นจึงลดลง ร่างกายไม่เป็นพาหะของโรค และเป็นการตัดวงจรระบาดของเชื้อไปด้วยในขณะเดียวกัน ทั้งนี้ นอกจากสารก่อภูมิต้านทานแล้ว วัคซีน 1 เข็มยังประกอบด้วย สารเสริมภูมิคุ้มกัน (Adjuvants) หรือสารกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ให้ตอบสนองต่อวัคซีนได้ดียิ่งขึ้น สารลดแรงตึงผิว (Surfactant) เหรือสารซึ่งช่วยให้สารต่าง ๆ ในวัคซีนยังคงรวมกันเป็นเนื้อเดียวกัน และไม่จับตัวเป็นก้อน สารกันเสีย (Preservatives) คือสารป้องกันวัคซีนหมดอายุ เสื่อมคุณภาพ หรือปนเปื้อน โดยสารกันเสียซึ่งนิยมใช้กันคือ พีน็อกซี่เอทานอล (Phenoxyethanol) สารทำให้คงตัว (Stabilizers) เช่น น้ำตาล […]

ประเภทของวัคซีน

วัคซีน

Vaccine ที่ควรได้รับตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยผู้ใหญ่

วัคซีน (Vaccine) เป็นสิ่งที่สำคัญต่อการสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย โดยเฉพาะในทารกแรกเกิดที่ระบบภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรงพอที่จะต้านเชื้อโรคบางชนิดได้ เช่น ไข้หวัดใหญ่ ไวรัสตับอักเสบบี คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ดังนั้น การฉีดวัคซีนจึงเป็นสิ่งที่จะช่วยป้องกันความรุนแรงของโรค ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันโรคระยะยาวได้ดียิ่งขึ้น ความสำคัญของการฉีด Vaccine วัคซีนมีความสำคัญต่อร่างกายของเด็กแรกเกิดไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ เนื่องจากทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกัน ซึ่งเป็นวิธีการสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติต่อโรคก่อนที่จะป่วย โดยการฉีดสารชนิดหนึ่งเข้าไปในร่างกาย เพื่อกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันสร้างภูมิคุ้มกันโรคต่าง ๆ ขึ้น โดยวัคซีนแต่ละตัวอาจทำหน้าที่ในการป้องกันโรคที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น การฉีดวัคซีนที่จำเป็นเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่แรกเกิดและฉีดวัคซีนกระตุ้นตามกำหนดอยู่เสมอ จึงส่งผลดีต่อการสร้างระบบภูมิคุ้มกันเพื่อต้านการติดเชื้อ ป้องกันอาการป่วยรุนแรงและป้องกันการแพร่กระจายเชื้อได้ โดยสามารถแบ่งวัคซีนออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้ วัคซีนก่อโรคทั้งตัว คือ การนำเชื้อโรคที่ตายแล้วหรือทำให้เชื้อโรคอ่อนแอลงเพื่อไม่ให้เกิดโรคมาทำเป็นวัคซีน โดยให้เชื้อโรคทั้งหมดกระตุ้นการสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายเพื่อป้องกันโรคแต่ละชนิด เช่น วัคซีนป้องกันโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน วัคซีนตับอักเสบ เอ และบี วัคซีนที่ทำจากส่วนหนึ่งของเชื้อ คือ การนำเพียงส่วนประกอบบางส่วนหรือแอนติเจนของเชื้อโรคที่สามารถกระตุ้นการสร้างระบบภูมิคุ้มกันได้ดีที่สุดมาทำเป็นวัคซีน แต่วัคซีนประเภทนี้อาจมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคในระยะสั้นกว่า เช่น วัคซีนป้องกันโรคไอกรน วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อฮิบ วัคซีนคอนจูเกต วัคซีนกรดนิวคลีอิก คือ การนำสารพันธุกรรมของเชื้อโรคมาทำเป็นวัคซีนเพื่อกระตุ้นการสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย อาจมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคในระยะยาวได้ เช่น วัคซีน mRNA […]

มะเร็งปากมดลูก

ข้อควรรู้เกี่ยวกับ วัคซีน HPV (เอชพีวี) ตัวช่วยป้องกันมะเร็งปากมดลูก

ไวรัสเอชพีวี (Human Papillomavirus: HPV) เป็นไวรัสที่ติดต่อได้ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ และอาจทำให้เกิดหูดและโรคมะเร็งปากมดลูกได้ อย่างไรก็ตาม การฉีด วัคซีน HPV อาจช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูก ซึ่งถือเป็นโรคมะเร็งที่มีอุบัติการณ์สูงติดอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย HPV คืออะไร ไวรัสเอชพีวี (HPV) หรือไวรัสฮิวแมนแพพพิลโลมา (Human Papillomavirus) เป็นเชื้อไวรัสที่ติดต่อได้ง่ายผ่านการมีเพศสัมพันธ์ ไวรัสชนิดนี้มีหลายหลายสายพันธุ์ แบ่งเป็นกลุ่มหลัก ๆ ได้ 2 กลุ่ม ได้แก่ HPV ชนิดที่ก่อโรคมะเร็งได้ และ HPV ชนิดที่ไม่ก่อโรคมะเร็ง การติดเชื้อไวรัส HPV ชนิดก่อมะเร็ง อาจทำให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูก โรคมะเร็งปากช่องคลอด โรคมะเร็งช่องคลอด โรคมะเร็งองคชาต โรคมะเร็งทวารหนัก เป็นต้น ส่วนการติดเชื้อไวรัส HPV ชนิดไม่ก่อมะเร็ง อาจทำให้เกิดโรคหูดหงอนไก่ที่อวัยวะเพศ หูดหงอนไก่ที่ทางเดินหายใจ เป็นต้น หลังติดเชื้อ HPV อาจใช้เวลานานหลายปีกว่าเชื้อจะก่อให้เกิดเซลล์มะเร็งได้ และผู้หญิงที่ติดเชื้อ HPV ส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการใด ๆ จนอาจแพร่เชื้อให้แก่ผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว […]

โรคมะเร็ง

วัคซีนมะเร็ง ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งได้จริงหรือ

วัคซีน คือ สารชนิดนึ่งที่ฉีดเข้าสู่ร่างกาย เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยป้องกันร่างกายจากไวรัสที่ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัดใหญ่ โรคมาลาเรีย โควิด 19 โดยวัคซีนจะเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างแอนติบอดีที่สามารถป้องกันเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย เมื่อร่างกายได้รับสิ่งแปลกปลอมอีกครั้ง ระบบภูมิคุ้มกันก็จะทำหน้าที่ป้องกันร่างกายจากสิ่งแปลกปลอมนั้น ๆ ซึ่ง วัคซีนมะเร็ง ก็มีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายรู้จักเซลล์มะเร็ง รวมถึงทำหน้าที่ในการโจมตีและทำลายเซลล์มะเร็งนั่นเอง การติดเชื้อไวรัสอาจมีส่วนทำให้เกิดมะเร็งหลายชนิด ตัวอย่างเช่น มะเร็งปากมดลูก อาจเกิดจากไวรัสเอชพีวี (HPV) ในขณะที่มะเร็งตับอาจเกิดจากไวรัสดับอักเสบบี (HBV) ซึ่งในปัจจุบัน มีการพัฒนาวัคซีนหลายชนิดที่ช่วยป้องกันเชื้อไวรัสเอชพีวีและไวรัสตับอักเสบบี โดยวัคซีนเหล่านี้อาจอาจมีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงของการก่อตัวของเซลล์มะเร็งที่เกี่ยวข้องกับเชื้อไวรัสเอชพีวีและไวรัสตับอักเสบบีได้ ประเภทของวัคซีนมะเร็ง ประเภทของวัคซีนมะเร็ง มีดังต่อไปนี้ วัคซีนจากโปรตีนหรือเปปไทด์ เป็นโปรตีนที่มีโมเลกุลเล็ก และมีส่วนช่วยในการกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในการต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง วัคซีน DNA และ RNA คือ วัคซีนที่ผลิตจาก DNA หรือ RNA ที่มักพบในเซลล์มะเร็ง ซึ่งอาจช่วยให้เซลล์ของระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองและทำลายเซลล์มะเร็ง วัคซีนไวรัส นักวิทยาศาสตร์อาจทำการเปลี่ยนไวรัสในห้องปฏิบัติการที่เรียกว่า เวกเตอร์ไวรัส และใช้เป็นพาหะเพื่อนำส่งแอนติเจนของมะเร็งเข้าสู่ร่างกาย เพื่อกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ตอบสนองต่อเวกเตอร์ไวรัส ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันอาจรับรู้และตอบสนองต่อแอนติเจนของมะเร็ง นอกจากนี้คุณหมออาจใช้วิธีการรักษามะเร็งที่เรียกว่า T-VEC ที่คล้ายกับวัคซีนไวรัส โดยใช้สายพันธุ์ของไวรัสเริม นำไปเปลี่ยนแปลงยีนเพื่อระบุให้ไวรัสทำลายเซลล์มะเร็ง เหมาะสำหรับผู้ป่วยมะเร็งผิวหนัง มะเร็งศีรษะและลำคอ […]

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

เรื่องน่ารู้ ก่อนไปฉีด วัคซีนบาดทะยัก

การฉีดวัคซีนนั้นเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นมาก เพราะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายในการต่อสู้กับโรคต่างๆ วัคซีนบาดทะยัก เป็นหนึ่งในวัคซีนสำคัญที่เรามักจะมองข้ามและไม่ให้ความสนใจ ทั้งๆ ที่ผู้ที่เป็นโรคบาดทะยักอาจะมีโอกาสในการเสียชีวิตที่ค่อนข้างสูง บทความนี้จะให้ความรู้เกี่ยวกับวัคซีนบาดทะยัก เพื่อเป็นการเตรียมตัวสำหรับผู้ที่ต้องการจะฉีดวัคซีนบาดทะยัก วัคซีนบาดทะยัก คืออะไร บาดทะยัก (Tetanus) หมายถึงโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Clostridium tetani แบคทีเรียชนิดนี้สามารถพบได้ในดิน ละอองฝุ่น และสิ่งที่อยู่ตามธรรมชาติอื่นๆ เชื้อแบคทีเรียชนิดนี้จะเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล เช่น บาดแผลจากของมีคม เมื่อเชื้อบาดทะยักเข้าสู่ร่างกายก็จะสร้างสารพิษที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบประสาทที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ ผู้ที่ติดเชื้อบาดทะยักอาจจะมีอาการกล้ามเนื้อกระตุกอย่างรุนแรง หายใจไม่ออก หรืออาจส่งผลให้เสียชีวิตได้ และวิธีในการป้องกันบาดทะยักที่ดีที่สุด ก็คือการฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก วัคซีนบาดทะยัก เป็นวัคซีนที่ได้จากการนำสารพิษ มาทำให้หมดฤทธิ์ด้วยสารเคมี ทำให้มีความปลอดภัยในการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันโรค โดยรูปแบบและปริมาณของพิษจะขึ้นอยู่กับประเภทของวัคซีนบาดทะยักแต่ละประเภท วัคซีนบาดทะยัก มีด้วยกันทั้งหมด 4 ประเภท คือ วัคซีนคอตีบและบาดทะยัก (DT) สำหรับเด็กที่อายุ 7 ปีขึ้นไป วัคซีนคอตีบ บาดทะยัก และไอกรน (DTaP) สำหรับเด็กที่อายุไม่เกิน 7 ปี วัคซีนบาดทะยักและคอตีบ (Td) สำหรับเด็กโตและผู้ใหญ่ วัคซีนบาดทะยัก คอตีบ และไอกรน (Tdap) สำหรับเด็กโตและผู้ใหญ่ วัคซีนบาดทะยักต้องฉีดเมื่อไหร่จึงจะได้ผลสูงสุด วัคซีนบาดทะยักนั้น ไม่ใช่วัคซีนที่ฉีดเพียงแค่ครั้งเดียวแล้วก็เสร็จ แต่คุณจะต้องรับวัคซีนเป็นชุดๆ โดยมีระยะการรับวัคซีนที่แนะนำคือ ทุกๆ 10 ปี สำหรับเด็ก สำหรับเด็กเล็กในวัยแรกเกิดนั้น […]

วัคซีนสำหรับเด็ก

วัคซีน

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับตารางการฉีดวัคซีนเด็ก

วัคซีนเด็ก ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็ก เช่น ไข้หวัดใหญ่ ไอกรน โปลิโอ อีกทั้งยังอาจช่วยลดการแพร่กระจายเชื้อไปสู่คนใกล้ชิดได้อีกด้วย ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรศึกษาตารางการฉีดวัคซีนเด็ก และบันทึกการฉีดวัคซีนในแต่ละครั้งเอาไว้ เพื่อป้องกันการลืมและช่วยแจ้งเตือนกำหนดการฉีดวัคซีนในครั้งถัดไป ทำให้ไม่พลาดกำหนดการฉีดวัคซีนที่สำคัญของเด็ก [embed-health-tool-vaccination-tool] วัคซีนเด็ก ทำไมถึงควรฉีดตามตารางการฉีดวัคซีน การฉีดวัคซีนเด็กตามตารางการฉีดวัคซีน ช่วยทำให้ร่างกายของเด็กสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่แรกเกิด เพื่อป้องกันการติดเชื้อก่อโรค เช่น เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย และสิ่งแปลกปลอมที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพอีกทั้งยังช่วยลดการแพร่กระจายของโรคไปสู่คนรอบข้างที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนได้ นอกจากนี้ ผู้ปกครองควรศึกษาตารางการฉีดวัคซีนเด็กเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับวัคซีนแต่ละชนิด เพื่อช่วยให้สามารถวางแผนล่วงหน้าก่อนพาเด็กไปฉีดวัคซีนได้ จะได้ไม่ฉุกละหุก หรือพลาดการรับวัคซีนไป โดยอาจใช้การจดบันทึกประวัติการเข้ารับการฉีดวัคซีนที่ระบุ วัน เวลา และสถานที่รับวัคซีน หรือใช้เครื่องมือช่วยเตือนความจำอย่าง ตารางการฉีดวัคซีนของลูก ในเว็บไซต์ Hello คุณหมอ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สามารถช่วยให้ผู้ปกครองพาเด็กเข้ารับการฉีดวัคซีนอย่างเหมาะสมตามช่วงอายุ และทำให้ติดตามการนัดหมายถัดไปของคุณหมอได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังใช้ได้ฟรี ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ วิธีการใช้เครื่องมือตารางเวลาการฉีดวัคซีน วิธีการใช้เครื่องมือจัดตารางการฉีดวัคซีนของ Hello คุณหมอ มีดังนี้ เข้าไปที่เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพบนเว็บไซต์ Hello คุณหมอ จากนั้นกดเลือก ตารางการฉีดวัคซีนของลูก ป้อนข้อมูลของลูก เช่น เพศ วันเดือนปีเกิด ชื่อเล่น และกดดูตาราง เพื่อตรวจสอบรายการวัคซีนที่เด็กควรได้รับตามช่วงอายุ เพื่อให้ง่ายต่อการติดตามตารางการฉีดวัคซีนเด็ก คุณพ่อคุณแม่อาจสร้างบัญชีสำหรับ […]

วัคซีน

วัคซีนสำหรับเด็ก สำคัญอย่างไร และมีอะไรบ้าง

วัคซีนสำหรับเด็ก เป็นสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ โดยช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้เตรียมพร้อมต่อสู้กับเชื้อก่อโรคต่าง ๆ เช่น โรคโปลิโอ โรคคอตีบ โรคหัด ที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ หากลูกน้อยได้รับวัคซีนไม่ครบตามที่กำหนดอาจทำให้มีภูมิคุ้มกันต่ำ และเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้ง่าย ดังนั้น ผู้ปกครองจึงควรใส่ใจรายละเอียดวัคซีนเด็กแต่ละชนิดและพาลูกน้อยไปรับวัคซีนที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัยอย่างครบถ้วน [embed-health-tool-vaccination-tool] วัคซีนสำหรับเด็ก คืออะไร ในช่วงอายุ 6 เดือนแรก เด็กทารกควรดื่มน้ำนมแม่ เพราะน้ำนมแม่นอกจากจะมีสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุมากกว่า 200 ชนิดแล้ว ยังถือเป็นวัคซีนธรรมชาติที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคต่าง ๆ ได้ด้วย แต่ถึงอย่างนั้น ภูมิคุ้มกันที่ได้จากน้ำนมแม่ก็จะค่อย ๆ หมดไปภายในเวลา 6 เดือนถึง 1 ปี นั่นจึงเป็นสาเหตุให้ทารกทั้งที่กินนมแม่และไม่ได้กินนมแม่ต้องได้รับวัคซีนตามช่วงอายุ เพราะวัคซีนเด็กไม่เพียงแค่ป้องกันการเกิดโรค แต่ยังช่วยป้องกันการแพร่เชื้อโรคไปสู่เด็กที่โตกว่าหรือผู้ใหญ่ได้อีกด้วย วัคซีนทำงานโดยเลียนแบบการติดเชื้อโรคบางชนิดในเด็ก วัคซีนเด็กที่เข้าสู่ร่างกายจะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของเด็กพัฒนาอาวุธที่เรียกว่า สารภูมิต้านทาน หรือ แอนติบอดี (Antibody) ขึ้นมา เพื่อต่อสู้กับเชื้อโรคชนิดเดียวกับแต่ละวัคซีนที่เด็กได้รับ ทำให้ร่างกายของเด็กต่อสู้กับการติดเชื้อโรคในอนาคตต่อไปได้ วัคซีนสำหรับเด็ก มีอะไรบ้าง เด็กควรได้รับวัคซีนตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงอายุ 12 ปี โดยการให้วัคซีนเด็กจะต้องเป็นไปตามแบบแผนที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ โดยวัคซีนสำหรับเด็กสามารถแบ่งได้เป็น วัคซีนพื้นฐาน คือ วัคซีนจำเป็นที่เด็กทุกคนต้องได้รับ ได้แก่ วัคซีนวัณโรค (BCG) วัคซีนตับอักเสบ […]

ทารกคลอดก่อนกำหนด

วัคซีนสำหรับทารกคลอดก่อนกำหนด ที่ควรได้รับ

เนื่องจากร่างกายของทารกคลอดก่อนกำหนด อาจยังทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เมื่อเวลาผ่านไปจึงอาจก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมาได้ในอนาคต ดังนั้น การฉีดวัคซีนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทารกควรได้รับตามเกณฑ์การพิจารณาจากทางแพทย์ โดย วัคซีนสำหรับทารกคลอดก่อนกำหนด นั้น มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนที่ทารกควรได้รับ เพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีนตามเกณฑ์ วัคซีนสำหรับทารกคลอดก่อนกำหนด มีอะไรบ้าง เนื่องจากร่างกายของทารกคลอดก่อนกำหนด อาจยังทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เมื่อเวลาผ่านไปจึงอาจก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมาได้ในอนาคต ดังนั้น การฉีดวัคซีนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทารกควรได้รับตามเกณฑ์การพิจารณาจากทางแพทย์ โดย วัคซีนสำหรับทารกคลอดก่อนกำหนด อาจมีดังนี้ วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี ก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีนชนิดนี้ คุณหมออาจจำเป็นต้องตรวจร่างกายคุณแม่ร่วมด้วยว่ามีแอนติเจนที่เป็นลบหรือเป็นบวก หากเป็นทารกคลอดก่อนกำหนด โดยคุณแม่ที่มีแอนติเจนลบ อาจจำต้องรอให้ทารกมีน้ำหนักมากกว่า 2,000 กรัมเสียก่อน เนื่องจากร่างกายอาจไม่สามารถตอบสนองต่อวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีได้เพียงพอ ในกรณีที่ทารกคลอดก่อนกำหนด โดยคุณแม่ที่มีแอนติเจนบวก อาจเข้ารับวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีชนิดโมโนวาเลน (Monovalent) ได้ภายใน 12 ชั่วโมงหลังคลอด แต่หากทารกที่คลอดก่อนกำหนดมีน้ำหนัก 2,000 กรัม อาจได้รับวัคซีน 3 โดส ตั้งแต่แรกเกิด วัคซีนป้องกันโรคปอดบวม การคลอดก่อนกำหนดอาจทำให้ทารกมีความเสี่ยงในการเกิดปัญหาทางด้านสุขภาพปอดได้ เช่น โรคปอดบวม โดยส่วนใหญ่คุณหมออาจกำหนดให้ทารกคลอดก่อนกำหนดที่มีอายุ 2 เดือนขึ้นไปได้รับวัคซีนนี้ แม้ว่าทารกจะยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล วัคซีนไวรัสโรต้า วัคซีนไวรัสโรต้าเป็นวัคซีนที่ค่อนข้างมีความปลอดภัยสำหรับทารกคลอดก่อนกำหนดที่มีสุขภาพโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ระดับที่ดีจากการประเมินของคุณหมอ โดยสามารถฉีดได้ตั้งแต่ทารกอายุ […]

วัคซีน

วัคซีนโรคคางทูม หัด หัดเยอรมัน สำคัญกับลูกน้อยอย่างไร?

โรคคางทูม โรคหัด และโรคหัดเยอรมัน เป็นโรคจากการติดเชื้อไวรัสที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และอาจพบได้บ่อยในเด็ก เด็กจึงควรได้รับ วัคซีนโรคคางทูม หัด หัดเยอรมัน (Measles Mumps and  Rubellavaccine: MMR vaccine) 2 ครั้ง เพื่อป้องกันการเกิดโรคเหล่านี้  วัคซีนโรคคางทูม หัด หัดเยอรมัน  ลูกน้อยต้องได้รับการฉีด วัคซีนโรคคางทูม หัด หัดเยอรมันเข็มแรกเมื่ออายุ 12-15 เดือน และเข็มที่ 2 เมื่อเข้าสู่ช่วงอายุ 4-6 ปี เพื่อป้องกันโรคที่สำคัญ 3 โรค ซึ่งได้แก่ โรคคางทูม โรคหัด และโรคหัดเยอรมัน โดยแต่ละโรคมีลักษณะอาการ ดังต่อไปนี้  โรคคางทูม (Mumps) เกิดจากเชื้อไวรัสคางทูม สาเหตุเกิดจากการสัมผัสโดยตรงทางระบบการหายใจ ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการไข้ ปวดศีรษะ มีอาการเบื่ออาหาร ปวดเมื่อยตามร่างกาย โรคหัด (Measles)  เกิดจจากเชื้อไวรัสหัด  สาเหตุเกิดจากละอองการหายใจ การจาม ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการไข้และไข้ออกผื่น อาการไอ โรคหัดเยอรมัน (German […]

วัคซีน

วัคซีนโควิด-19 ฉีดให้เด็กทารกกับเด็กเล็กได้หรือไม่

วัคซีนโควิด-19 สามารถฉีดให้เด็กทารกกับเด็กเล็กได้หรือไม่ อาจเป็นคำถามที่คุณพ่อคุณแม่หลายคนสงสัย เนื่องจาก ปัจจุบันสถานการณ์โควิด-19 ยังเป็นเรื่องที่น่ากังวลใจ อย่างไรก็ตาม สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในประเทศไทย ได้อนุญาตให้มีการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ในเด็กอายุ 5-11 ปี และอาจฉีดวัคซีนกระตุ้นได้เมื่อเด็กมีอายุ 12 ปีขึ้นไป ส่วนวัคซีนโควิด-19 สำหรับเด็กที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไปและต่ำกว่า 5 ปี ยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม ความเสี่ยงในการเกิดโรคโควิด-19 ในเด็ก โดยปกติแล้ว เด็กอาจมีความเสี่ยงในการเกิดโรคโควิด-19 ในระดับรุนแรงน้อยกว่าผู้ใหญ่ เด็กที่ป่วยเป็นโควิด-19 มักมีอาการอย่างอ่อน หรือไม่แสดงอาการเลย และบางรายอาจมีภาวะที่เรียกว่า กลุ่มอาการอักเสบของอวัยวะหลายระบบ (Multisystem Inflammatory Syndrome หรือ MIS) ที่ทำให้มีไข้ เกิดการอักเสบในอวัยวะหลายส่วน และทำให้อวัยวะล้มเหลวได้ในที่สุด แต่ก็ถือเป็นกรณีที่พบได้ยาก วัคซีนโควิด-19 กับทารกและเด็กเล็ก นักวิจัยในประเทศสหรัฐอเมริการะบุว่า ระบบภูมิคุ้มกันของเด็กต่างจากของผู้ใหญ่มาก ฉะนั้น จึงต้องมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีนโควิด-19 ในเด็กเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นด้านความแรงของวัคซีน ขนาดการให้วัคซีน และระยะในการให้วัคซีน ดังนั้น อาจจะยังไม่เหมาะที่จะฉีดวัคซีนโคิด-19 ให้กับเด็กที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไปและต่ำกว่า 5 ปี […]

health-tool-icon

ตารางการฉีดวัคซีนของลูก

ใช้ตารางการฉีดวัคซีนนี้ เพื่อเรียนรู้ว่าลูกน้อยควรได้รับวัคซีนอะไร และเมื่อไหร่

ลูกของคุณมีเพศอะไร

เพศชาย

เพศหญิง

เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพอื่น ๆ

กำลังมองหาเรื่องราวในการเลี้ยงดูบุตรใช่หรือไม่?

เข้าร่วมชุมชนการเลี้ยงดูบุตรและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคุณแม่และคุณพ่อคนอื่น ๆ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!


การฉีดวัคซีน

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

วิธี เตรียมตัว ก่อน ฉีด วัคซีน โควิด-19 และการดูแลตัวเองหลังฉีด

การศึกษา วิธี เตรียมตัว ก่อน ฉีด วัคซีน ที่เหมาะสมเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรคโควิด-19 ให้แก่ร่างกาย โดยทั่วไป ผู้ที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีนควรนอนหลับให้เพียงพอ งดออกกำลังกายหรือยกของหนักก่อนมาฉีดวัคซีน ทั้งนี้ ควรศึกษาถึงวิธีการปฏิบัติตัวระหว่างรับการฉีดวัคซีน และวิธีดูแลตัวเองหลังฉีดวัคซีนด้วย เพราะอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อนจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 และช่วยให้วัคซีนเกิดประสิทธิภาพสูงสุด การ เตรียมตัว ก่อน ฉีด วัคซีน การ เตรียมตัว ก่อน ฉีด วัคซีน อาจทำได้ดังนี้ นอนหลับให้เพียงพอก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีน ไม่ควรอดนอนเนื่องจากจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย กระตุ้นภูมิคุ้มกันด้วยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และอาจช่วยเสริมภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น ได้แก่  วิตามิน เช่น วิตามินเอ ที่พบในเครื่องในสัตว์ ไข่แดง นม และวิตามินซี ที่พบในผักและผลไม้ แร่ธาตุ เช่น สังกะสี ที่พบในเนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ หอยนางรม ปลา  โปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ นมพร่องหรือขาดมันเนย ชีสชนิดไขมันต่ำ เต้าหู้ ถั่วเหลือง จุลินทรีย์สุขภาพ […]

วัคซีน

วัคซีน เด็ก ที่ควรได้รับ และเคล็ดลับไม่ให้ลูกงอแงตอนรับวัคซีน

เมื่อต้องไปฉีด วัคซีน เด็ก เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้สามารถป้องกันเชื้อโรคต่าง ๆ เช่น ไวรัสตับอักเสบบี โปลิโอ บาดทะยัก หัด คางทูม  สุกใส ไข้หวัดใหญ่ เด็ก ๆ อาจยังไม่เข้าใจถึงประโยชน์ที่ได้รับจากการฉีดวัคซีนมากพอ และสนใจเพียงความรู้สึกเจ็บที่เคยได้รับจากการฉีดวัคซีนเท่านั้น ทำให้มีอาการงอแงเมื่อรู้ว่าต้องไปฉีดวัคซีนในครั้งต่อไป คุณพ่อคุณแม่จึงจำเป็นต้องศึกษาวิธีที่ช่วยให้ลูกสามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนได้ราบรื่น รวมถึงวิธีดูแลลูกหลังฉีดวัคซีน เพื่อให้การฉีดวัคซีนของลูกในแต่ละครั้งเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเสี่ยงเกิดปัญหาสุขภาพน้อยที่สุด [embed-health-tool-vaccination-tool] วัคซีน เด็ก ที่ควรฉีดในแต่ละช่วงวัย วัคซีนพื้นฐานที่ควรฉีดให้กับเด็ก มีดังนี้ วัคซีนป้องกันบีซีจี หรือวัคซีนป้องกันวัณโรค (BCG) เป็นวัคซีนป้องกันวัณโรคปอดและวัณโรคเยื่อหุ้มสมองในเด็กเล็ก เด็กจะได้รับวัคซีนชนิดนี้เพียงครั้งเดียวภายในเวลา 24 ชั่วโมงหลังคลอด และไม่ต้องฉีดซ้ำอีกตลอดชีวิต วัคซีนป้องกันตับอักเสบบี (HB1 และ HB2) เป็นวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี ควรฉีดภายในเวลา 24 ชั่วโมงหลังคลอด และอาจฉีดซ้ำเข็มที่ 2 เมื่อเด็กมีอายุ 1 เดือน ในกรณีที่ตรวจพบว่าคุณแม่เป็นพาหะของไวรัสตับอักเสบบี กรณีคุณแม่ไม่เป็นพาหะตับอักเสบบี จะฉีดวัคซีนที่อายุ 2 เดือน วัคซีนป้องกันคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน-ตับอักเสบบี (DTP-HB1) เป็นวัคซีนรวมโรคชนิดทั้งเซลล์ (DTWP) […]