home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

มะเร็งปากมดลูกส่งผลต่อการตั้งครรภ์ อย่างไร

มะเร็งปากมดลูกส่งผลต่อการตั้งครรภ์ อย่างไร

มะเร็งปากมดลูกและวิธีการรักษาอาจมีผลกระทบต่อความสามารถในการตั้งครรภ์ในบางกรณี แต่ไม่เสมอไป บทความนี้จะช่วยให้คุณเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการและการรักษาว่าโรค มะเร็งปากมดลูกส่งผลต่อการตั้งครรภ์ อย่างไรบ้าง

การรักษามะเร็งมีผลกระทบต่อการตั้งครรภ์อย่างไร

เมืื่อคุณต้องเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งปากมดลูก บางวิธีการรักษาอาจสร้างความเสียหายต่ออวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการสืบพันธุ์ เช่น รังไข่ ท่อนำไข่ มดลูก และปากมดลูก นอกจากนี้ยังอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่ออวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการผลิตฮอร์โมนรวมถึงรังไข่ รังไข่เป็นอวัยวะที่มีความสำคัญเนื่องจากเป็นพื้นที่เก็บรวบรวมไข่ อย่างไรก็ตามการักษามะเร็งปากมดลูกอาจสร้างความเสียหายให้กับรังไข่ของคุณอย่างมาก ซึ่่งนำไปสู่การลดจำนวนไข่ที่สะสมลงไปรวมไปถึงไข่ที่มีความสมบูรณ์ซึ่งอาจก่อให้เกิดภาวะมีบุตรยากหรือหมดประจำเดือนก่อนกำหนด ในความเป็นจริงแล้วร่างกายของคุณไม่สามารถผลิตไข่ได้อีก นั้นหมายความว่าร่างกายของคุณไม่สามารถซ่อมแซมความเสียหายนี่ได้ และนี่คือสาเหตุที่คุณไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ภายหลังเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งปากมดลูก

วิธีการรักษามะเร็งแบบไหนที่มีผลต่อการมีบุตร

เคมีบำบัด

มีรายงานว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เข้ารับการรักษามีความเสี่ยงที่ไข่จะถูกทำลาย และไม่สามาถมีบุตรได้ อย่างไรก็ตามการรักษาอาจมีผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ของคุณขึ้นอยู่กับอายุ ชนิดของยา และปริมาณยาที่ได้รับ จากปัจจัยเหล่านี้ แพทย์จึงไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าคุณจะสามารถมีบุตรได้หรือไม่หากได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด สิ่งที่ควรทำคือปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับตัวยาทีคุณได้รับและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการตั้งครรภ์ภายหลังการรักษา คุณอาจหาข้อมูลต่างๆได้ด้วยตนเองถึงผลกระทบของยาบางตัวที่มีความเสี่ยงสูงต่อการทำลายไข่ของคุณ ยาเหล่านั้น ได้แก่ busulfan, carboplatin, carmustine, cisplatin และอื่นๆ ในขณะที่ยาชนิดอื่นๆ อาจมีผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ของคุณน้อยลง ได่แก่ 5-fluorouracil (5-FU), bleomycin, cytarabine, dactinomycin, และอื่นๆ

รังสีรักษา

เป็นความจริงที่ว่าการบำบัดด้วยรังสีรักษาโดยใช้รังสีที่มีพลังงานสูงมีผลในการฆ่าเซลล์มะเร็งและมีผลต่อการทำลายรังไข่ของคุณ ปริมาณรังสีที่คุณได้รับเมื่อมีการฉายรังสีลงไปบริเวณท้องหรืออุ้งเชิงกรานมีผลกระทบต่อการไม่สามารถมีบุตรได้ ในกรณีที่คุณได้รับรังสีในปริมาณมากเพื่อรักษาโรค ไข่บางส่วนหรือทั้งหมดในรังไข่อาจถูกทำลาย ซึ่งทำให้คุณเกิดภาวะมีบุตรยากหรือหมดประจำเดือนก่อนกำหนด

แม้ว่าคุณรับการฉายรังสีแค่เพียงบางส่วน แต่รังสีอาจสร้างความเสียหายต่อรังไข่ของคุณเนื่องจากการแผ่กระจายของรังสีในร่างกาย โดยเฉพาะรังสีที่มีเป้าหมายตรงที่มดลูกก่อให้เกิดรอยแผลเป็นทิ้งไว้ ส่งผลให้ขาดความยืดหยุ่นในการไหลเวียนเลือดสู่มดลูก ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาในการเจริญและขยายตัวของมดลูกอย่างจำกัด เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะแท้งทารกมีน้ำหนักตัวน้อยและการคลอดก่อนกำหนด

การผ่าตัด

หากการผ่าตัดมดลูกเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อกำจัดเนื้อร้ายออกไป คุณอาจไม่สามารถมีบุตรได้อีกต่อไป การผ่าตัดมดลูกเป็นการผ่าตัดเอาส่วนของมดลูกออกจากช่องคลอดหรือทางหน้าท้อง เมื่อมดลูกถูกตัดออกไปรังไข่ก็จะถูกตัดออกไปด้วยในขณะเดียวกัน เมื่อปราศจากรังไข่คุณก็จะไม่สามารถมีบุตรได้อีกต่อไป

อย่างไรก็ตามหากคุณเป็นมะเร็งรังไข่ในระยะเริ่มแรก คุณสามารถให้แพทย์เก็บรังไข่ของคุณไว้ได้หนึ่งรังไข่ หากเป็นไปได้คุณจะสามารถเก็บรักษาไข่เพื่อมีบุตรได้ต่อไป ในกรณีที่มะเร็งปากมดลูกเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย คุณอาจได้รับการผ่าตัดการตัดปากมดลูก ซึ่งเป็นเพียงการผ่าตัดปากมดลูกออกไปโดยเหลือมดลูกไว้ ซึ่งคุณสามารถมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ต่อไป

การทำความเข้าใจผลกระทบของมะเร็งปากมดลูกที่มีต่อร่างกายของคุณและการตั้งครรภ์ ช่วยสร้างความพร้อมและความหวังในการมีบุตร อย่ารีรอที่จะปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความรู้สึกของคุณ และผลของการรักษาที่อาจมีกระทบต่อการมีบุตรรวมถึงทางเลือกในการตั้งครรภ์ต่อไป

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Fertility Concerns and Preservation for Women. http://www.cancer.net/navigating-cancer-care/dating-sex-and-reproduction/fertility-concerns-and-preservation-women. Accessed December 25, 2016.

Fertility and cervical cancer. http://www.cancerresearchuk.org/about-cancer/type/cervical-cancer/living/fertility-and-cervical-cancer. Accessed December 25, 2016.

How cancer treatments can affect fertility in women. http://www.cancer.org/treatment/treatmentsandsideeffects/physicalsideeffects/sexualsideeffectsinwomen/fertilityandwomenwithcancer/fertility-and-women-with-cancer-how-cancer-treatments-affect-fertility. Accessed December 25, 2016.

รูปของผู้เขียน
เขียนโดย นบชุลี นวลอ่อน
แก้ไขล่าสุด 08/08/2019
x