home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis)

คำจำกัดความ|อาการ|สาเหตุ|ปัจจัยเสี่ยง|การวินิจฉัยและการรักษาโรค|การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง
เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis)

ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) เป็นอาการที่เยื่อบุโพรงมดลูกไปเติบโตภายนอกมดลูก และยังสลายตัวหลายเป็นเลือดในระหว่างมีประจำเดือน แต่ถูกกักไว้ทำให้เกิดอาการอักเสบภายใน

คำจำกัดความ

เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ คืออะไร

ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) เป็นภาวะที่คุณสามารถมีได้ เมื่อคุณอยู่ในช่วงที่สามารถมีบุตรได้ หากคุณมีภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เนื้อเยื่อที่ปกติจะอยู่ในมดลูก จะไปเติบโตภายนอกมดลูก และเข้าไปยังท่อนำไข่ เยื่อบุมดลูกที่อยู่ผิดที่นี้ยังคงทำหน้าที่เหมือนเนื้อเยื่อมดลูกปกติ ซึ่งจะสลายตัวและกลายเป็นเลือดในระหว่างที่มีประจำเดือน

อย่างไรก็ดี เนื่องจากเนื้อเยื่อดังกล่าวเจริญเติบโตนอกมดลูก เลือดจึงไม่สามารถไหลออกจากร่างกาย และถูกกักไว้ ก่อให้เกิดอาการเลือดออกภายในและอาการอักเสบ ซึ่งทำให้เกิดอาการอื่นๆ ตามมาอีกหลายประการ

เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ มักเกี่ยวข้องกับท่อนำไข่ รังไข่ ลำไส้ หรือเนื้อเยื่อบริเวณเชิงกราน เนื้อเยื่อโดยรอบอาจมีอาการระคายเคือง และมีอาการปวด ก่อให้เกิดเนื้อเยื่อแผลเป็นหรือถุงน้ำ ที่ส่งผลให้ตั้งครรภ์ได้ยาก

ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ พบได้บ่อยเพียงใด

เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่มักพบได้มากในผู้หญิงในช่วงอายุ 30 และ 40 แต่สามารถเกิดขึ้นได้ในผู้ป่วยในทุกช่วงอายุ สามารถรับมือได้โดยการลดปัจจัยเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของ ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

อาการเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ได้แก่

  • ปวดกระดูกเชิงกรานในระหว่างรอบเดือน ซึ่งมีอาการกว่าปกติมาก และมีอาการมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
  • มีอาการปวดบริเวณหลังด้านล่างและช่องท้อง
  • มีอาการปวดในระหว่างการขับถ่ายอุจจาระหรือปัสสาวะ ในระหว่างรอบเดือน
  • มีเลือดออกมาก คุณอาจมีประจำเดือนหนักโดยมีเลือดออกมาก หรืออาจมีเลือดออกมากในระหว่างรอบเดือน
  • มีเลือดปนในปัสสาวะหรืออุจจาระ มีเลือดออกทางช่องคลอดหลังจากมีเพศสัมพันธ์
  • ท้องเสีย ท้องผูก ท้องอืดหรือคลื่นไส้ โดยเฉพาะในระหว่างรอบเดือน
  • มีอาการปวดเมื่อมีเพศสัมพันธ์
  • มีภาวะมีบุตรยาก
  • อ่อนเพลีย

อาจมีบางอาการที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากมีข้อกังวลเกี่ยวกับอาการใด โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

คุณควรปรึกษาแพทย์เมื่อมีอาการดังต่อไปนี้

  • มีอาการปวดในช่วงที่มีรอบเดือน ถึงแม้ว่าไม่เคยเป็นมาก่อน
  • อาการปวดส่งผลต่อการดำเนินกิจกรรมประจำวัน
  • คุณเริ่มมีอาการปวดในระหว่างที่มีเพศสัมพันธ์
  • คุณมีอาการปวดในระหว่างการขับถ่ายปัสสาวะ มีเลือดปนในปัสสาวะ หรือไม่สามารถควบคุมการไหลของปัสสาวะได้
  • คุณไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ หลังจากได้พยายามมาเป็นเวลา 12 เดือน

สาเหตุ

สาเหตุที่ทำให้เกิด เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

สาเหตุของยังคงไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด อย่างไรก็ดี นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ามีปัจจัยบางประการที่ก่อให้เกิดภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

สาเหตุประการแรกคือ ภาวะประจำเดือนไหลย้อนกลับไปในรังไข่ (retrograde menstruation) ซึ่งเป็นคำอธิบายโดยทั่วไปของภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ แทนการไหลออกจากร่างกาย เลือดประจำเดือนที่มีเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูก ไหลย้อนกลับผ่านทางท่อนำไข่ และเข้าไปยังช่องเชิงกราน ทำให้เซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกติดกับผนังเชิงกราน และพิ้นผิวของเชิงกราน

การเจริญเติบโตของเซลล์ตัวอ่อนก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง เซลล์ตัวอ่อนสร้างเยื่อบุช่องท้องและช่องเชิงกราน เมื่อบริเวณขนาดเล็กในแนวช่องท้องหนึ่งบริเวณหรือมากกว่า เปลี่ยนเป็นเนื้อเยื่อโพรงมดลูก คุณอาจมีภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หากคุณเคยเข้ารับการตัดมดลูก (hysterectomy) หรือการผ่าคลอด (C-section) รอยแผลเป็นจากการผ่าตัดที่เกิดขึ้น สามารถทำให้เซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกไปติดกับรอยแผลเป็นดังกล่าวได้ ซึ่งก่อให้เกิดภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ในกรณีที่เซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกมีการลำเลียงโดยหลอดเลือด หรือของเหลวในเนื้อเยื่อ ไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน

สาเหตุอีกประการหนึ่งก็คือ ความผิดปกติเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันของคุณ หากระบบภูมิคุ้มกันมีความผิดปกติ ซึ่งส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถตรวจจับ และทำลายเนื้อเยื่อโพรงมดลูกที่ไปเจริญเติบโตภายนอกมดลูกได้แล้ว ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ก็สามารถเกิดขึ้นได้

นอกจากนี้ คุณสามารถมีภาวะนี้ได้เนื่องจากเซลล์ที่ช่องท้องและเชิงกราน อาจเปลี่ยนเป็นเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูก หรือเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกได้ก่อตัวขึ้นภายนอกมดลูก เมื่อคุณยังเป็นทารกในครรภ์

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

ปัจจัยเสี่ยงสำหรับการเกิดภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่มีหลายประการ เช่น

  • ผู้ที่ไม่เคยคลอดลูก
  • ผู้ที่มีประจำเดือนไว
  • ผู้ที่อยู่ในวัยหมดประจำเดือน
  • ผู้ที่มีรอบเดือนสั้น คือมีประจำเดือนบ่อย และเว้นระยะเวลาแต่ละรอบ น้อยกว่า 27 วัน
  • ผู้ที่ประจำเดือนมามากติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน
  • ผู้ที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง
  • ผู้ที่มีมวลร่างกายต่ำ
  • ผู้ที่มีญาติเคยเกิดภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
  • ผู้ที่มีสภาวะที่ทำให้เลือดประจำเดือนไม่สามารถไหลออกจากร่างกายได้
  • ผู้ที่มีปัญหากับระบบสืบพันธุ์

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยเยื่อ ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

แพทย์อาจจะทำการตรวจด้วยวิธีดังต่อไปนี้

การตรวจอุ้งเชิงกราน แพทย์จะคลำสัมผัสดูว่าคุณมีซีสต์หรือแผลเป็นในเนื้อเยื่อหรือไม่

การอัลตร้าซาวด์ คือการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงแสกนเพื่อสร้างภาพภายในมดลูกและระบบอวัยวะสืบพันธุ์อื่นๆ ในช่วงการแสกน แพทย์อาจจะสอดเครื่องตรวจอัลตร้าซาวด์เข้าไปในช่องคลอด หรือแสกนผ่านหน้าท้องของคุณ แม้ว่าการทำอัลตร้าซาวด์นั้นจะไม่สามารถตรวจพบภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ได้เสมอไป แต่ก็เป็นวิธีที่ดีที่จะช่วยหาว่าคุณมีสภาวะแฝงอื่นๆ เช่น ซีสต์รังไข่ หรือไม่

การแสกน MRI เพื่อช่วยให้เราได้เห็นภาพภายในร่างกายได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องใช้การเอกซเรย์ การทำ MRI จะช่วยให้แพทย์สามารถเตรียมการผ่าตัดสำหรับผู้ที่มีภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ได้อีกด้วย

การตรวจผ่านกล้อง (Laparoscopy) แพทย์จะทำการผ่าตัดหน้าท้องเป็นแผลเล็กๆ ในบริเวณใกล้กับสะดือ และสอดกล้องเข้าไปเพื่อตรวจหาสัญญาณของภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

ยิ่งคุณตรวจพบภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่เร็วเท่าไหร่ แพทย์ก็จะยิ่งเตรียมการรักษาคุณได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น

การรักษาภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

ทางเลือกในการรักษาภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่มีดังนี้

ยาแก้ปวด ไม่ว่าจะเป็นยาแก้ปวดที่หาซื้อได้ตามร้านขายยา ยาในกลุ่ม NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) หรือยาแก้ปวดอื่นๆ เพื่อให้รักษาอาการปวดจากภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

ฮอร์โมนบำบัด แพทย์อาจใช้วิธีการทำฮอร์โมนบำบัด โดยให้ใช้ยาฮอร์โมน เช่น ยาคุมกำเนิด ยาควบคุมรอบเดือน (GnRH agonist) หรือยาคุมกำเนิดแบบฉีด (Medroxyprogesterone) เพื่อช่วยปรับฮอร์โมนในร่างกาย

การผ่าตัด แพทย์จะทำการผ่าตัดเพื่อกำจัดเยื่อบุโพรงมดลูกส่วนเกิน และในบางครั้งอาจต้องมีการผ่าตัดกำจัดรังไข่ทั้งสองด้วย หากจำเป็น

การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองที่ช่วยจัดการกับ ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

การเปลี่ยนพฤติกรรมหรือการเยียวยาตนเอง ที่อาจช่วยรับมือภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ มีดังนี้

  • หลีกเลี่ยงคาเฟอีน เนื่องจากคาเฟอีนอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นได้
  • ออกกำลังกาย เช่น เดิน หรือวิ่ง จะช่วยลดอาการปวด และอาจช่วยชะลออาการของโรค โดยการลดระดับของฮอร์โมนเอสโตรเจนภายในร่างกาย
  • เฝ้าระวังอาการ เพราะภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ตกเลือด หรือมีอาการปวดอย่างรุนแรงได้

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Endometriosis. http://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/endometriosis/basics/definition/con-20013968. Accessed June 14, 2016.

Endometriosis. http://www.webmd.com/women/endometriosis/endometriosis-topic-overview. Accessed June 14, 2016.

Endometriosis https://www.healthline.com/health/endometriosis. Accessed 17 March 2020
What to know about endometriosis https://www.medicalnewstoday.com/articles/149109. Accessed 17 March 2020

รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี
แก้ไขล่าสุด 28/11/2018
x