คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

มดลูกแตก อาการ สาเหตุ วิธีรักษา

มดลูกแตก อาการ สาเหตุ วิธีรักษา

มดลูกแตก หมายถึง ภาวะที่มดลูกขณะตั้งครรภ์มีการฉีดขาด หรือปริออก ทำให้มีการตกเลือดในช่องท้องจำนวนมาก และอาจทำให้ทารกในครรภ์และน้ำคร่ำหลุดออกจากมดลูกเข้าไปในช่องท้อง จนทำให้ทารกเสียชีวิตในครรภ์ได้ ซึ่งภาวะมดลูกแตกนี้พบมากในช่วงระหว่างคลอด แต่บางครั้งก็อาจเกิดในช่วงตั้งครรภ์ไตรมาสสุดท้าย และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

health-tool-icon

เครื่องมือคำนวณกำหนดคลอด

ใช้เครื่องมือนี้เพื่อช่วยคำนวณกำหนดคลอดของคุณ แต่พึงระลึกไว้ว่า นี่เป็นเพียงการประมาณการณ์เท่านั้น ไม่ใช่การรับประกัน! อย่างไรก็ตาม คุณแม่ตั้งครรภ์ส่วนใหญ่จะคลอดภายในหนึ่งสัปดาห์ก่อนหรือหลังช่วงเวลาที่คำนวณนี้

ระยะเวลารอบเดือน

28 วัน

อาการของภาวะมดลูกแตก

อาการต่อไปนี้ อาจเป็นสัญญาณของภาวะมดลูกแตก

  • มีเลือดออกทางช่องคลอดมากผิดปกติ
  • กดหน้าท้องแล้วรู้สึกเจ็บ
  • ปวดบริเวณเหนือหัวหน่าว (ส่วนของร่างกายที่อยู่ระหว่างท้องน้อย กับอวัยวะสืบพันธุ์)
  • มดลูกหดรัดตัวไม่สัมพันธ์กัน ทำให้การคลอดแบบธรรมชาติเป็นไปได้ลำบากขึ้น
  • ศีรษะของลูกน้อยถดถอยเข้าสู่ช่องคลอด
  • ปวดรุนแรงอย่างฉับพลันเมื่อมดลูกบีบรัดตัว
  • อัตราการเต้นของหัวใจของทารกในครรภ์ผิดปกติ

หากพบว่าผนังมดลูกผิดปกติ คุณหมออาจวินิจฉัยให้ผ่าตัดคลอดแทนการคลอดธรรมชาติ

สาเหตุของมดลูกแตก

มดลูกแตก อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังต่อไปนี้

  • การบีบรัดตัวของมดลูกในขณะคลอดอาจทำให้มดลูกแตกได้
  • การใช้มดลูกมากเกินไป เช่น การมีลูกมากกว่า 3 คนขึ้นไป
  • การผ่าตัดผนังมดลูก หรือเคยขูดมดลูกมาก่อน
  • ทารกในครรภ์ตัวใหญ่เกินไป เมื่อเทียบกับความกว้างของอุ้งเชิงกราน
  • ทารกอยู่ในท่านอนขวาง หรือที่เรียกว่า “ลูกน้อยไม่ยอมกลับหัว”
  • อายุของคุณแม่ตั้งครรภ์ โดยเฉพาะคุณแม่ตั้งครรภ์ตอนมีอายุมาก ตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป
  • เคยประสบอุบัติเหตุ และมดลูกได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง
  • ผนังมดลูกอ่อนแอ หรือบางผิดปกติ
  • เคยมีการผ่าคลอดมาก่อน
  • ใช้ยาบางชนิดที่ทำให้มดลูกบีบตัวผิดปกติ หากคุณแม่ตั้งครรภ์ได้รับปริมาณยาชนิดนั้นมากเกินไป

วิธีรักษาและป้องกันมดลูกแตก

หากเกิดภาวะที่เสี่ยงมดลูกแตก คุณหมอจะทำการผ่าตัดคลอด เนื่องจากหากคลอดเองตามธรรมชาติอาจพบปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ตามมาได้ อย่างไรก็ตาม ควรพูดคุยเกี่ยวกับทางเลือกในการรักษาที่เป็นไปได้ทั้งหมดกับคุณหมอ เพื่อให้สามารถตัดสินใจเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม และปลอดภัยสำหรับคุณแม่และทารกในครรภ์มากที่สุด

นอกจากนั้น มดลูกแตก อาจป้องกันได้ด้วยการปฏิบัติตัว ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการทำแท้ง
  • วางแผนที่จะตั้งครรภ์ก่อนอายุ 30 ปี
  • หลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ภายใน 2 ปี หลังจากได้รับการผ่าตัดคลอด
  • ขณะตั้งครรภ์ ควรพบคุณหมอตามนัดหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไตรมาสสุดท้าย
  • หากรู้สึกผิดปกติอย่าลังเลที่จะปรึกษาคุณหมอ เช่น ปวดท้องกะทันหัน ลูกดิ้นน้อยลง
  • เข้าพบคุณหมอทันทีหากเลยกำหนดการคลอดแล้วแต่ยังไม่มีสัญญาณเตือนคลอด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา
รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย นนทกร บัณฑิตสินทรัพย์ แก้ไขล่าสุด 3 สัปดาห์ก่อน
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย Duangkamon Junnet