พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 17 ของการตั้งครรภ์

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 21, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ หรือครอบครัวที่เตรียมมีลูก เชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่ว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต้องอยากรู้แน่นอนก็คือ พัฒนาการของทารกในครรภ์ในแต่ละช่วงเวลา นี่คือสิ่งที่คุณแม่ควรรู้เกี่ยวกับ พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 17

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 17

ลูกจะเติบโตอย่างไร

สำหรับพัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 17 นี้ ลูกน้อยในครรภ์ของคุณกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ทารกจะมีขนาดตัวเท่ากับหัวผักกาด โดยจะหนักประมาณ 150 กรัม และสูงประมาณ 12 เซนติเมตร โดยวัดจากศีรษะถึงปลายเท้า

ตอนนี้ทารกน้อยเริ่มมีไขมันสะสมอยู่ตามร่างกายแล้ว และไขมันจะสะสมในร่างกายอย่างต่อเนื่อง จนมีน้ำหนักสองในสามของน้ำหนักตัว จนกว่าจะถึงกำหนดคลอด ไขมันสะสมตามร่างกายนี้จะช่วยสร้างความอบอุ่นให้กับลูกน้อยของคุณ

ในช่วงเวลานี้หัวใจของทารกในครรภ์จะเต้นมากกว่าปกติ คือประมาณ 140-150 ครั้งต่อนาที ซึ่งมากกว่าอัตราการเต้นของหัวใจของคุณแม่ถึงสองเท่า และนี่เองที่เป็นสิ่งบ่งบอกว่าลูกน้อยของคุณกำลังเติบโตอย่างแข็งแรง และต้องการสารอาหารและออกซิเจนเป็นอย่างมาก ในช่วงสัปดาห์นี้ รกจะพัฒนาอย่างรวดเร็ว เพื่อจะได้ตอบสนองต่อความต้องการของทารกในครรภ์ได้อย่างเต็มที่

ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและรูปแบบการใช้ชีวิต

ร่างกายจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

ฮอร์โมนต่าง ๆ จะทำให้เลือดสูบฉีดไปที่เต้านมมากขึ้น เพื่อช่วยเตรียมเต้านมให้พร้อมสำหรับการให้นมบุตรจึงทำให้เต้านมของคุณขยายใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนอาจทำคุณรู้สึกอึดอัดไม่สบายตัว รวมถึงอาจมองเห็นเส้นเลือดที่บริเวณเต้านมได้ชัดเจนขึ้นด้วย คุณแม่ตั้งครรภ์หลายคนจึงอาจจำเป็นต้องซื้อเสื้อชั้นในใหม่ เพื่อให้พอดีกับเต้านมที่ขยายใหญ่ขึ้น โดยคุณแม่ควรเลือกซื้อเสื้อในที่สวมใส่สบาย ไม่หลวมหรือคับจนเกินไป

ในช่วงไตรมาสที่สองของการตั้งครรภ์นี้ คุณอาจรู้สึกอยากอาหารมากขึ้น อาการแพ้ท้องหรือคลื่นไส้อาเจียนที่เคยมีอาจหายไป ซึ่งนับเป็นเรื่องดีอย่างมาก เพราะช่วยให้คุณแม่สามารถรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย ส่งผลให้ลูกน้อยในครรภ์ได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ตามไปด้วย

โดยคุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรกินอาหารรสจัด ไม่ว่าจะเป็น มัน เค็ม หวาน หรือเผ็ดจัด ควรกินผักผลไม้ให้มาก ๆ เพื่อให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารและวิตามินอย่างครบถ้วน

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าคุณจะต้องกินอาหารเพื่อสองปากท้อง แต่ก็ไม่ควรกินอาหารมากจนเกินไป ควรจัดตารางการกินอาหารให้ดี โดยกินอาหารเพิ่มขึ้นวันละ 300 แคลอรี โดยต้องหลีกเลี่ยงอาหารให้แคลอรีที่ไม่มีคุณค่าทางอาหาร เช่น น้ำอัดลม ซีเรียล ซอสพริก ซอสมะเขือเทศ มันฝรั่งทอดกรอบ

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 17

ควรระมัดระวังอะไรบ้าง

อุณหภูมิร่างกายที่เพิ่มขึ้น หรือปัญหาเหงื่อออกง่ายเป็นพิเศษ อาจทำให้คุณรู้สึกไม่สบายตัว หรือเป็นกังวลว่าอาจเป็นอันตรายกับลูกในท้อง แต่นี่ถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นกับคุณแม่ตั้งครรภ์ส่วนใหญ่

วิธีรับมือเบื้องต้น คือ พยายามลดอุณหภูมิในร่างกายลง ด้วยการสวมใส่เสื้อผ้าหลวม ๆ อาบน้ำบ่อยขึ้น พกพัดหรือพัดลมมือถือติดตัวไว้ หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน เลือดในร่างกายที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ร่างกายสูบฉีดเลือดในอัตราที่เร็วขึ้น จึงอาจทำให้ผิวหนังรู้สึกร้อนผ่าวและแดงขึ้น

หากร่างกายของคุณระบายความร้อนไม่ทัน นอกจากอาจทำให้คุณมีปัญหาผิวหนัง เช่น ผดผื่น ยังอาจทำให้ลูกน้อยในครรภ์รู้สึกร้อนตามไปด้วย จนถึงขั้นเป็นอันตรายได้ เหงื่อที่ออกมากขึ้น ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากขึ้นตามไปด้วย คุณแม่ตั้งครรภ์จึงควรดื่มน้ำให้มาก ๆ เพื่อชดเชยน้ำที่เสียไปกับเหงื่อและป้องกันภาวะขาดน้ำ

การพบคุณหมอ

ควรปรึกษาแพทย์อย่างไรบ้าง

บางครั้งคุณแม่ตั้งครรภ์อาจรู้สึกวิงเวียนศีรษะ หน้ามืดเป็นลม ซึ่งถือเป็นอาการปกติที่เกิดได้ทั่วไป และไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด หากรู้สึกวิงเวียนศีรษะ คุณแม่ตั้งครรภ์ควรนอนตะแคงซ้าย แล้วงอเข่าให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ หรือนั่งงอเข่าแล้วก้มศีรษะให้อยู่ระหว่างหัวเข่าทั้งสองข้าง สูดหายใจเข้าออกลึก ๆ คลายเสื้อผ้าออกให้สบายตัว เมื่ออาการดีขึ้นแล้วควรกินอะไรรองท้อง หากคุณมีอาการเหล่านี้บ่อย ๆ พักผ่อนแล้วอาการก็ยังไม่ดีขึ้น ควรรีบพบคุณหมอทันที

การทดสอบที่ควรรู้

ในการพบคุณหมอตามนัด คุณหมออาจให้คุณตรวจร่างกายตามรายการต่างๆ ดังนี้

  • การชั่งน้ำหนักและวัดความดันโลหิต
  • การตรวจปัสสาวะ เพื่อหาระดับน้ำตาลและโปรตีน
  • การวัดอัตราการเต้นของหัวใจ
  • การวัดขนาดมดลูก โดยคุณหมอจะใช้มือคลำจากภายนอก
  • การวัดความสูงของมดลูกส่วนบน
  • การตรวจสอบอาการบวมของมือ เท้า และขา พร้อมทั้งดูว่ามีเส้นเลือดขอดหรือไม่

การตรวจสอบเหล่านี้ใช้เพื่อประเมินความคืบหน้าของการตั้งครรภ์ จึงถือเป็นเรื่องสำคัญที่ขาดไม่ได้ หากคุณมีอาการใดๆ หรือมีข้อสงสัย หรือความกังวลเกี่ยวกับการตรวจใดๆ ควรปรึกษาคุณหมอทันที

สุขภาพและความปลอดภัย

ควรทำอย่างไรเพื่อให้สุขภาพดีและปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์

  • การเอกซเรย์

โดยทั่วไปแล้ว การเอ็กซ์เรย์ในช่วงตั้งครรภ์นั้นมีความปลอดภัย แต่ระดับความปลอดภัยนั้นก็ขึ้นอยู่กับชนิดของเอ็กซ์เรย์และปริมาณรังสีที่ใช้ ซึ่งการเอ็กซ์เรย์ส่วนใหญ่นั้นได้รับการพิสูจน์แล้วว่า ไม่ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ ต่อทารกในครรภ์

สิ่งที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรทราบคือ การโดนรังสีมากเกินไป หรือการโดนรังสีที่มีความเข้มข้นสูง ก็อาจเป็นอันตรายกับทารกในครรภ์ และส่งผลให้เด็กทารกที่เกิดมามีปัญหาสุขภาพ เช่น พัฒนาการทางด้านจิตใจบกพร่อง พิการแต่กำเนิด เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวในเด็ก

  • การออกกำลังกาย

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้คุณแม่ตั้งครรภ์ออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ แต่คุณแม่ก็ควรออกกำลังกายแต่พอดี เลือกกิจกรรมเบา ๆ เช่น แอโรบิกในน้ำ เดินเล่นรอบหมู่บ้าน และหากแพทย์แนะนำให้คุณพักผ่อนอยู่แต่บนเตียง ไม่ให้เคลื่อนไหวร่างกาย คุณก็ควรทำตามอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยต่อตัวคุณเองและลูกน้อย

แล้วมาดูกันว่า ในสัปดาห์ต่อไป คุณแม่ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร และทารกในครรภ์จะมีพัฒนาการอย่างไรบ้าง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

วิตามินก่อนคลอด สำคัญต่อคุณแม่ตั้งครรภ์อย่างไร

ระหว่างตั้งการครรภ์เหล่าคุณแม่อาจจะขาดสารอาหารที่สำคัญได้ ดังนั้น วิตามินก่อนคลอด จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะมันสามารถช่วยเติมเต็มสารอาหารที่ขาดไปได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
คุณแม่ตั้งครรภ์, การตั้งครรภ์ มิถุนายน 2, 2020 . เวลาในการอ่าน

น้ำอ้อย อร่อยชื่นใจ พร้อมประโยชน์สุขภาพมากมายต่อ สตรีมีครรภ์

น้ำอ้อย นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มที่หลายคนนิยมดื่มกันเป็นจำนวนมาก วันนี้ Hello คุณหมอจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับประโยชน์ของน้ำอ้อยให้มากขึ้นกันค่ะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
คุณแม่ตั้งครรภ์, การตั้งครรภ์ พฤษภาคม 11, 2020 . เวลาในการอ่าน

ไขข้อสงสัยการใช้ แป้งเด็ก กับ ทารก ส่งผลอันตรายได้ จริงหรือ?

เนื่องจาก แป้งเด็ก มีขนาดโมเลกุลอนุภาคค่อนข้างเล็ก จึงอาจทำให้เข้าไปรบกวนการทำงานในระบบทางเดินหายใจของ ทารก ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
ดูแลลูก, พ่อแม่เลี้ยงลูก เมษายน 29, 2020 . เวลาในการอ่าน

น้ำนมเหลือง คุณค่าของนมหยดแรกจากอกคุณแม่ ที่ลูกรักคู่ควร

น้ำนมเหลือง หรือ โคลอสตรุม (Colostrum) เป็นน้ำนมแรกที่ออกมาจากอกของคุณแม่ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยของคุณห่างไกลจากการเจ็บป่วยได้เป็นอย่างดี

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
พ่อแม่เลี้ยงลูก, เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เมษายน 8, 2020 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

สารในครีมและเครื่องสำอาง-ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยง

สารในครีมและเครื่องสำอาง ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยง มาดูสิมีอะไรบ้าง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ กรกฎาคม 30, 2020 . เวลาในการอ่าน
โรคกินผิดปกติระหว่างตั้งครรภ์-รับมือ

ป่วยเป็น โรคกินผิดปกติระหว่างตั้งครรภ์ จะรับมือได้อย่างไรดี

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ กรกฎาคม 16, 2020 . เวลาในการอ่าน
วิธี-เตรียมตัวคลอด

ท้องแก่ใกล้คลอด ควร เตรียมตัวคลอด อย่างไร มาดูกันเลย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 26, 2020 . เวลาในการอ่าน
ดีเอชเอกับพัฒนาการของทารก-ความสำคัญ

ดีเอชเอ (DHA) สารอาหารสำคัญ ที่ไม่ได้มีดีแค่ พัฒนาสมองของลูกน้อย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 19, 2020 . เวลาในการอ่าน