สัปดาห์ต่อสัปดาห์

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 17 ของการตั้งครรภ์

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ หรือครอบครัวที่เตรียมมีลูก เชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่ว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต้องอยากรู้แน่นอนก็คือ พัฒนาการของทารกในครรภ์ในแต่ละช่วงเวลา นี่คือสิ่งที่คุณแม่ควรรู้เกี่ยวกับ พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 17

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 17

ลูกจะเติบโตอย่างไร

สำหรับพัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 17 นี้ ลูกน้อยในครรภ์ของคุณกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ทารกจะมีขนาดตัวเท่ากับหัวผักกาด โดยจะหนักประมาณ 150 กรัม และสูงประมาณ 12 เซนติเมตร โดยวัดจากศีรษะถึงปลายเท้า

ตอนนี้ทารกน้อยเริ่มมีไขมันสะสมอยู่ตามร่างกายแล้ว และไขมันจะสะสมในร่างกายอย่างต่อเนื่อง จนมีน้ำหนักสองในสามของน้ำหนักตัว จนกว่าจะถึงกำหนดคลอด ไขมันสะสมตามร่างกายนี้จะช่วยสร้างความอบอุ่นให้กับลูกน้อยของคุณ ในช่วงเวลานี้หัวใจของทารกในครรภ์จะเต้นมากกว่าปกติ คือประมาณ 140-150 ครั้งต่อนาที ซึ่งมากกว่าอัตราการเต้นของหัวใจของคุณแม่ถึงสองเท่า และนี่เองที่เป็นสิ่งบ่งบอกว่าลูกน้อยของคุณกำลังเติบโตอย่างแข็งแรง และต้องการสารอาหารและออกซิเจนเป็นอย่างมาก ในช่วงสัปดาห์นี้ รกจะพัฒนาอย่างรวดเร็ว เพื่อจะได้ตอบสนองต่อความต้องการของทารกในครรภ์ได้อย่างเต็มที่

ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและรูปแบบการใช้ชีวิต

ร่างกายจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

ฮอร์โมนต่างๆ จะทำให้เลือดสูบฉีดไปที่เต้านมมากขึ้น เพื่อช่วยเตรียมเต้านมให้พร้อมสำหรับการให้นมบุตรจึงทำให้เต้านมของคุณขยายใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนอาจทำคุณรู้สึกอึดอัดไม่สบายตัว รวมถึงอาจมองเห็นเส้นเลือดที่บริเวณเต้านมได้ชัดเจนขึ้นด้วย คุณแม่ตั้งครรภ์หลายคนจึงอาจจำเป็นต้องซื้อเสื้อชั้นในใหม่ เพื่อให้พอดีกับเต้านมที่ขยายใหญ่ขึ้น โดยคุณแม่ควรเลือกซื้อเสื้อในที่สวมใส่สบาย ไม่หลวมหรือคับจนเกินไป

ในช่วงไตรมาสที่สองของการตั้งครรภ์นี้ คุณอาจรู้สึกอยากอาหารมากขึ้น อาการแพ้ท้องหรือคลื่นไส้อาเจียนที่เคยมีอาจหายไป ซึ่งนับเป็นเรื่องดีอย่างมาก เพราะช่วยให้คุณแม่สามารถรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย ส่งผลให้ลูกน้อยในครรภ์ได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ตามไปด้วย โดยคุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรกินอาหารรสจัด ไม่ว่าจะเป็น มัน เค็ม หวาน หรือเผ็ดจัด ควรกินผักผลไม้ให้มากๆ เพื่อให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารและวิตามินอย่างครบถ้วน อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าคุณจะต้องกินอาหารเพื่อสองปากท้อง แต่ก็ไม่ควรกินอาหารมากจนเกินไป ควรจัดตารางการกินอาหารให้ดี โดยกินอาหารเพิ่มขึ้นวันละ 300 แคลอรี โดยต้องหลีกเลี่ยงอาหารให้แคลอรีที่ไม่มีคุณค่าทางอาหาร เช่น น้ำอัดลม ซีเรียล ซอสพริก ซอสมะเขือเทศ มันฝรั่งทอดกรอบ

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 17

ควรระมัดระวังอะไรบ้าง

อุณหภูมิร่างกายที่เพิ่มขึ้น หรือปัญหาเหงื่อออกง่ายเป็นพิเศษ อาจทำให้คุณรู้สึกไม่สบายตัว หรือเป็นกังวลว่าอาจเป็นอันตรายกับลูกในท้อง แต่นี่ถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นกับคุณแม่ตั้งครรภ์ส่วนใหญ่ วิธีรับมือเบื้องต้น คือ พยายามลดอุณหภูมิในร่างกายลง ด้วยการสวมใส่เสื้อผ้าหลวมๆ อาบน้ำบ่อยขึ้น พกพัดหรือพัดลมมือถือติดตัวไว้ หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน เลือดในร่างกายที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ร่างกายสูบฉีดเลือดในอัตราที่เร็วขึ้น จึงอาจทำให้ผิวหนังรู้สึกร้อนผ่าวและแดงขึ้น หากร่างกายของคุณระบายความร้อนไม่ทัน นอกจากอาจทำให้คุณมีปัญหาผิวหนัง เช่น ผดผื่น ยังอาจทำให้ลูกน้อยในครรภ์รู้สึกร้อนตามไปด้วย จนถึงขั้นเป็นอันตรายได้ เหงื่อที่ออกมากขึ้น ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากขึ้นตามไปด้วย คุณแม่ตั้งครรภ์จึงควรดื่มน้ำให้มากๆ เพื่อชดเชยน้ำที่เสียไปกับเหงื่อและป้องกันภาวะขาดน้ำ

การพบคุณหมอ

ควรปรึกษาแพทย์อย่างไรบ้าง

บางครั้งคุณแม่ตั้งครรภ์อาจรู้สึกวิงเวียนศีรษะ หน้ามืดเป็นลม ซึ่งถือเป็นอาการปกติที่เกิดได้ทั่วไป และไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด หากรู้สึกวิงเวียนศีรษะ คุณแม่ตั้งครรภ์ควรนอนตะแคงซ้าย แล้วงอเข่าให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ หรือนั่งงอเข่าแล้วก้มศีรษะให้อยู่ระหว่างหัวเข่าทั้งสองข้าง สูดหายใจเข้าออกลึกๆ คลายเสื้อผ้าออกให้สบายตัว เมื่ออาการดีขึ้นแล้วควรกินอะไรรองท้อง หากคุณมีอาการเหล่านี้บ่อยๆ พักผ่อนแล้วอาการก็ยังไม่ดีขึ้น ควรรีบพบคุณหมอทันที

การทดสอบที่ควรรู้

ในการพบคุณหมอตามนัด คุณหมออาจให้คุณตรวจร่างกายตามรายการต่างๆ ดังนี้

  • การชั่งน้ำหนักและวัดความดันโลหิต
  • การตรวจปัสสาวะ เพื่อหาระดับน้ำตาลและโปรตีน
  • การวัดอัตราการเต้นของหัวใจ
  • การวัดขนาดมดลูก โดยคุณหมอจะใช้มือคลำจากภายนอก
  • การวัดความสูงของมดลูกส่วนบน
  • การตรวจสอบอาการบวมของมือ เท้า และขา พร้อมทั้งดูว่ามีเส้นเลือดขอดหรือไม่

การตรวจสอบเหล่านี้ใช้เพื่อประเมินความคืบหน้าของการตั้งครรภ์ จึงถือเป็นเรื่องสำคัญที่ขาดไม่ได้ หากคุณมีอาการใดๆ หรือมีข้อสงสัย หรือความกังวลเกี่ยวกับการตรวจใดๆ ควรปรึกษาคุณหมอทันที

สุขภาพและความปลอดภัย

ควรทำอย่างไรเพื่อให้สุขภาพดีและปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์

  • การเอ็กซเรย์

โดยทั่วไปแล้ว การเอ็กซ์เรย์ในช่วงตั้งครรภ์นั้นมีความปลอดภัย แต่ระดับความปลอดภัยนั้นก็ขึ้นอยู่กับชนิดของเอ็กซ์เรย์และปริมาณรังสีที่ใช้ ซึ่งการเอ็กซ์เรย์ส่วนใหญ่นั้นได้รับการพิสูจน์แล้วว่า ไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ ต่อทารกในครรภ์ สิ่งที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรทราบคือ การโดนรังสีมากเกินไป หรือการโดนรังสีที่มีความเข้มข้นสูง ก็อาจเป็นอันตรายกับทารกในครรภ์ และส่งผลให้เด็กทารกที่เกิดมามีปัญหาสุขภาพ เช่น พัฒนาการทางด้านจิตใจบกพร่อง พิการแต่กำเนิด เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวในเด็ก

  • การออกกำลังกาย

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้คุณแม่ตั้งครรภ์ออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ แต่คุณแม่ก็ควรออกกำลังกายแต่พอดี เลือกกิจกรรมเบาๆ เช่น แอโรบิกในน้ำ เดินเล่นรอบหมู่บ้าน และหากแพทย์แนะนำให้คุณพักผ่อนอยู่แต่บนเตียง ไม่ให้เคลื่อนไหวร่างกาย คุณก็ควรทำตามอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยต่อตัวคุณเองและลูกน้อย

แล้วมาดูกันว่า ในสัปดาห์ต่อไป คุณแม่ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร และทารกในครรภ์จะมีพัฒนาการอย่างไรบ้าง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน